Hark ของ Brett Adcock ปิด Series A $700M ที่วาลู $6B — เดิมพันสร้าง 'universal AI interface' พร้อม hardware ดีไซเนอร์เก่า Apple
Hark สตาร์ทอัพล่าสุดของ Brett Adcock (ผู้ก่อตั้ง humanoid robot Figure.AI และ electric aircraft Archer) ประกาศปิด Series A มูลค่า $700 ล้านดอลลาร์ ที่ post-money valuation $6 พันล้านดอลลาร์ เมื่อ 21 พ.ค. 2026 — นำโดย Parkway Venture Capital พร้อมรายชื่อนักลงทุนเชิงกลยุทธ์ระดับท็อปของวงการ chip และ enterprise AI ครบถ้วน
นักลงทุนที่ร่วมรอบประกอบด้วย NVIDIA, AMD Ventures, Intel Capital, Qualcomm Ventures, Salesforce Ventures, Brookfield, ARK Invest, Greycroft, Prime Movers Lab, Align Ventures และ Tamarack Global — เป็นการรวมตัวที่หาได้ยากของ chip makers ทั้ง 3 รายใหญ่ (NVIDIA, AMD, Intel) บวก Qualcomm ในดีลเดียว แสดงให้เห็นว่าทุกฝ่ายอยากเดิมพันกับวิสัยทัศน์ของ Adcock
วิสัยทัศน์: “interface สำหรับคนทั่วไป” ที่ frontier lab ยังไม่ได้ทำ
Hark ก่อตั้งปลายปี 2025 ด้วยเงินทุนส่วนตัวของ Adcock $100M เพื่อพัฒนา agentic AI system ที่ทำหน้าที่เป็น universal interface กับโลกดิจิทัล — โมเดลที่ทำงานข้ามแอป ข้ามบริการที่ผู้ใช้มีอยู่แล้ว และจัดการชีวิตดิจิทัลแบบ “ผู้ช่วยส่วนตัวที่จดจำคุณได้”
Hark วางแผนเปิดตัว multimodal model ตัวแรกในฤดูร้อนนี้ ตามด้วย hardware ที่ออกแบบมาเฉพาะสำหรับ AI ของตัวเอง การลงทุนรอบนี้จะใช้สำหรับ:
- รับสมัครคนเก่งด้าน hardware, product design และ AI research
- ซื้อ compute และ components (มี data center ที่ใช้ NVIDIA B200 อยู่แล้ว)
- ขยายทีมจาก 70 คนปัจจุบัน
Abidur Chowdhury อดีต product executive ของ Apple เป็น director of design (เห็นในวิดีโอโปรโมต) ปฏิเสธที่จะเปิดเผยรายละเอียดสินค้าที่กำลังทำ — แต่เปิดเผยมุมมองเชิงกลยุทธ์ที่ชัดเจน:
“Anthropic โฟกัสที่ coding tool และ OpenAI ก็กำลังเดินไปทางเดียวกันก่อน IPO มีน้อยบริษัทที่โฟกัสล้วน ๆ ที่ interface และ hardware แบบเรา”
Chowdhury กล่าวด้วยว่า “ยังไม่เห็น AI product ตัวไหนที่ help คนทั่วไป จริง ๆ — ตอนนี้ทุกคนสร้าง tool ให้คนที่สร้าง software”
ความท้าทาย: ความเป็นส่วนตัวและ social acceptance
TechCrunch ตั้งคำถามที่สำคัญที่สุดสำหรับ AI wearable: จะให้บริบทชีวิตของผู้ใช้กับ AI assistant โดยไม่ทำให้ คนรอบข้างไม่สบายใจ หรือละเมิดความเป็นส่วนตัวของพวกเขาได้อย่างไร? ปัญหานี้ Meta smart glasses และ Android XR ก็ยังไม่สามารถแก้ได้
Chowdhury แค่ยิ้มและตอบว่า: “ฟังดูเหมือนจะเป็น product ที่ดีนะ”
บริบทใหญ่: หน้าใหม่ของ AI hardware
Adcock เป็น serial entrepreneur ที่มีประวัติเปิด ตลาดใหม่ทั้งตลาด ได้ — Figure.AI ทำให้ humanoid robot กลายเป็น investable category ที่ดูดเงินไปแล้วหลายพันล้าน, Archer ทำให้ electric vertical takeoff (eVTOL) กลายเป็นจริง — ดังนั้นนักลงทุนจึงไม่ได้ลงทุนแค่ที่ “ไอเดีย” แต่ลงทุนที่ track record ของการสร้างหมวดสินค้าใหม่ทั้งหมวด
นี่คือเดิมพันที่ขัดกับสมมติฐานปัจจุบันของวงการ — ที่เชื่อว่า AI สำหรับ consumer จะมาจาก OpenAI (ChatGPT), Google (Gemini app), Anthropic (Claude apps), หรือ Apple (Siri rebuilt) ไม่ใช่จากสตาร์ทอัพหน้าใหม่ — แต่ $700M ที่นักลงทุนเทใส่บอกว่าสมมติฐานนั้นไม่สมบูรณ์
มุมมอง AI Curator
ดีลนี้คือ “second act ของ Adcock” ที่น่าสนใจกว่าครั้งก่อน ๆ — เพราะถ้า Figure.AI คือเดิมพันที่ว่า “หุ่นยนต์ humanoid ขับเคลื่อนด้วย AI จะมาแทนแรงงาน manual” และ Archer คือ “การบินส่วนตัวจะเปลี่ยน intra-city transport” ครั้งนี้ Adcock เดิมพันใหญ่กว่ามาก: interface กับ AI สำหรับ consumer mass market ซึ่งเป็นพื้นที่ที่ทุกบริษัทเทคโนโลยีระดับ trillion-dollar กำลังมุ่งหน้าไปทั้งหมด
สิ่งที่น่าจับตาเป็นพิเศษคือ structural difference ระหว่าง Hark กับคู่แข่งใหญ่:
- OpenAI / Anthropic: โฟกัส developer และ enterprise — ปูทาง IPO
- Apple / Google: ใช้ install base ที่มีอยู่แล้วเป็นแพลตฟอร์ม
- Hark: build ใหม่ทั้ง software และ hardware “ground up” — เหมือน Apple ในยุค 2007 ที่สร้าง iPhone ก่อนที่ smartphone จะเป็นสิ่งจำเป็น
สำหรับ ไทยและ SEA มี implication 2 ด้าน:
(1) Hardware-first AI ไม่ได้ตายไป — หลาย AI wearable startup เจ๊งไปแล้ว (Humane Pin, Rabbit R1) แต่ Hark ระดมได้ $700M ที่ valuation $6B แสดงว่านักลงทุนยังเชื่อในธีมนี้ ถ้า Hark สำเร็จ ก็เปิดช่องให้ “AI-native hardware” จากไทยหรือ SEA เป็น category ใหม่ที่นักลงทุนกล้าเดิมพัน (โดยเฉพาะถ้าเป็น niche การใช้งานเฉพาะภูมิภาค)
(2) Founder track record ยังคงเป็นปัจจัยสำคัญที่สุด — Adcock ระดม $700M ที่ valuation 7x ของเงินที่เพิ่ง raise โดยที่ยังไม่มี product เปิดตัว — สะท้อนสมัย “AI infrastructure boom” ที่นักลงทุนจ่ายแพงเพื่อเข้าถึงทีมที่เคยทำ category-creating product มาแล้ว สตาร์ทอัพไทยที่อยากแข่งในเวที global ต้องเข้าใจว่าตอนนี้ deal เกิดที่ “ทีมที่พิสูจน์แล้ว” มากกว่า “ไอเดียดี ๆ”
ส่วนคำถามใหญ่ที่ Chowdhury หลีกเลี่ยง — เรื่องความเป็นส่วนตัวเชิง social — เป็นปัญหาที่ Asia อาจมี acceptance ที่แตกต่างจาก US/EU (เช่น Japan/Korea เคยรับ smart speaker ได้เร็วกว่า) ดังนั้น Hark อาจหา Asia เป็น early market ที่เหมาะสมในระยะแรก — เรื่องนี้ต้องจับตา
แหล่งข่าว:
อ่านเพิ่มในหมวด ผลิตภัณฑ์
ChatGPT กับ Codex จะใช้โควตาโทเค็นก้อนเดียวตั้งแต่ธันวาคม นักพัฒนาสาย Plus ต้องคิดใหม่ ส่วนเครดิต API ฟรีใช้กับ Codex ไม่ได้
ตามหน้า support ที่ The Decoder อ้างถึง แผน Plus, Pro และ Business จะแชร์งบโทเค็นก้อนเดียวระหว่าง ChatGPT กับ Codex ตั้งแต่ธันวาคม โมเดล Instant ไม่นับโควตา ส่วนเครดิต API สูงสุด $500 ต่อเดือนที่เปิดเมื่อ 28 ต.ค. ไม่ครอบคลุม Codex และไม่เพิ่มโควตา
Google DeepMind เปิดตัว Genie 4 — world model แบบเรียลไทม์ตัวแรกที่สร้างเสียงเองได้ ตัวละครคุยโต้ตอบได้ สั่งเปลี่ยนโลกด้วยภาษาธรรมชาติ แต่ยังเป็น research preview และ Gemini API ยังเป็นแค่ 'เร็ว ๆ นี้'
Google DeepMind เปิดตัว Genie 4 เมื่อ 27 ต.ค. 2026 เป็น world model แบบเรียลไทม์ตัวแรกของบริษัทที่สร้างเสียงได้ในตัว (เสียงแวดล้อมและบทสนทนาของตัวละคร) และให้ผู้ใช้สั่งเปลี่ยนสภาพอากาศ มุมกล้อง หรือเพิ่มคนและวัตถุด้วยภาษาธรรมชาติ ตอนนี้เปิดให้ trusted tester เท่านั้น ส่วน Google AI Ultra ใน Project Genie และพาร์ตเนอร์ใน Gemini API/AI Studio ยังเป็น 'เร็ว ๆ นี้' ไม่มีตัวเลขความละเอียด ความยาวเซสชัน หรือราคา
Anthropic เปิด Claude Duet แอป agent ที่ทักเราก่อน — รันบน VM ของตัวเองด้วย Opus 5.5, เช็กแอปที่เชื่อมไว้ทุกไม่กี่ชั่วโมง, จ่ายเงินผ่าน Stripe Link ได้แต่ต้องกดอนุมัติ และเริ่มแค่ผู้ใช้ Pro/Max ในสหรัฐฯ แบบ waitlist
21 ต.ค. 2026 Anthropic เปิด research preview ของ Claude Duet แอปแยกบน iOS, Android และเว็บ ที่ทำงานเป็น agent เชิงรุก — ส่งสรุปทุกเช้า, ทำงานต่อบน VM ที่มีเบราว์เซอร์ของตัวเองแม้ปิดเครื่อง และต้องขออนุมัติก่อนส่งข้อความ จ่ายเงิน เซ็นเอกสาร หรือลบข้อมูล ใช้โควต้าเดียวกับแผน Pro/Max และตอนนี้เปิดเฉพาะผู้ใช้ในสหรัฐฯ ผ่าน waitlist