ข้ามไปยังเนื้อหา
Phoronix รีวิว NVIDIA Vera CPU — Olympus core ทำผลงาน ARM ที่แรงที่สุดเท่าที่เคยเห็น แซง Intel Xeon 6980P 55% และ EPYC 9575F 10%
ผลิตภัณฑ์

Phoronix รีวิว NVIDIA Vera CPU — Olympus core ทำผลงาน ARM ที่แรงที่สุดเท่าที่เคยเห็น แซง Intel Xeon 6980P 55% และ EPYC 9575F 10%

อ่าน 5 นาที ที่มา: NVIDIA Blog (อ้างอิงรีวิวจาก Phoronix)

Phoronix เผยแพร่ผลทดสอบ NVIDIA Vera CPU ครั้งแรกเมื่อ 26 พ.ค. (ข่าวยังร้อนวันที่ 27 พ.ค. ในเอเชีย) — Vera คือ CPU ตัวแรกของ NVIDIA ที่ใช้ Olympus core ออกแบบเอง ไม่พึ่ง Arm Neoverse และเป็นชิปที่ออกแบบมาเฉพาะสำหรับ workload agentic AI ในยุค “AI factory”

ผลเป็นไปทาง NVIDIA — Vera ชนะ AMD EPYC 9575F 5.0 GHz ไป 10% บน geometric mean และนำหน้า Intel Xeon 6980P (128 คอร์ Granite Rapids) ถึง 55% Michael Larabel ผู้ก่อตั้ง Phoronix เขียนว่า “นี่คือคู่แข่ง x86_64 ที่น่าเกรงขามที่สุดเท่าที่ผมเคยเห็นจาก ARM หรือ non-x86 อื่นใด”

สเปก Olympus ที่ออกแบบให้กับ agent

Vera ออกแบบมาตรงข้ามกับ Grace รุ่นก่อน — Grace ใช้ Arm Neoverse-V2 ส่วน Olympus เป็น custom core ของ NVIDIA เอง บน Armv9.2 พร้อม:

  • 88 คอร์ Olympus กับ 176 thread ผ่าน spatial multi-threading
  • 1.2 TB/s memory bandwidth บน LPDDR5X — 2 เท่าของ DDR5 แบบดั้งเดิม
  • 30W ของ memory power เทียบกับ DDR5 ที่กิน 100W+
  • รองรับ FP8 precision สำหรับงาน inference
  • monolithic die + Scalable Coherency Fabric รุ่น 2

โพรไฟล์นี้สะท้อนว่า NVIDIA ไม่ได้ออกแบบ Vera ให้แข่งกับ Xeon/EPYC ในงานทั่วไป — แต่ออกแบบให้รัน branch-heavy runtime, sandboxed code, orchestration และ data plane ที่ agent ใช้ทุกวัน

ตัวเลขที่ทำให้ทุกคนเงียบ

ใน STREAM TRIAD test, Vera รักษา 90% ของ peak memory bandwidth ซึ่งเป็นสัดส่วนสูงที่สุดที่ Phoronix เคยวัดจาก CPU ใด ๆ และให้ memory bandwidth per core มากกว่า x86 ดั้งเดิม 4 เท่า

ตัวอย่างงานที่ developer สนใจ:

  • Compile Linux kernel ใน 20 วินาที บน single-socket Vera — เร็วที่สุดที่ Phoronix เคยทดสอบ
  • 2x compile speed per core เทียบกับ x86 128 คอร์
  • 1.6x gen-on-gen เทียบ Grace (geometric mean)

ทั้งหมดนี้ใน TDP 450W สำหรับ CPU + ~30W สำหรับ memory — เทียบกับเครื่อง Xeon/EPYC tier เดียวกันที่ใช้ 500W+ บวก DDR5 100W+

บริบทยุทธศาสตร์

NVIDIA ส่งมอบ Vera ตัวแรกให้ Anthropic (San Francisco), OpenAI (Mission Bay), SpaceXAI (Palo Alto) และ Oracle Cloud (Santa Clara) ในวันที่ 18 และ 20 พ.ค. — Ian Buck รองประธาน Hyperscale & HPC ของ NVIDIA หิ้วเครื่องไปส่งด้วยตัวเอง พร้อม Elon Musk ทวีต “Vera nice, vera nice…” หลังรับมอบ

ของจริงจะเริ่มขายผ่าน partner ในครึ่งหลังปี 2026 ทั้งแบบ single/dual socket, air-cool และ liquid-cool

มุมมอง AI Curator

Vera ไม่ใช่แค่ CPU อีกตัว — มันคือสัญญาณว่า NVIDIA กำลัง ปิดวงจร full-stack อย่างที่ Apple ทำกับ Mac แต่ในระดับ data center ตอนนี้ NVIDIA มี GPU (Blackwell, Rubin), Network (NVLink/Spectrum), Storage acceleration และ CPU ของตัวเอง — ทุกชั้นออกแบบให้รัน agentic workload ร่วมกัน

สิ่งที่ตัวเลข Phoronix บอกชัดคือ — Olympus ไม่ใช่ ARM “ติดมาแบบ optional” แต่เป็น CPU ที่ออกแบบมาแข่ง x86 โดยตรงในงานที่ลูกค้าจริง ๆ ของ NVIDIA ใช้ ถ้า Vera ขายได้กว้างในครึ่งปีหลัง Intel/AMD จะเสีย market share ใน AI data center มากกว่าที่ใครคาดในปี 2026

สำหรับไทย — เรื่องนี้มีนัยใหญ่กว่าที่เห็น เพราะ AWS, Google Cloud, OCI ทุกเจ้ามี region ในสิงคโปร์/อินโดและบางเจ้าใน BKK เริ่มมาเสนอ instance ที่ใช้ Vera ในปลายปี 2026 ราคา inference ในภูมิภาคจะลดลงอีกชั้น และเปิดทางให้ SME ไทยรัน agent multi-step ได้ในต้นทุนที่ทำกำไรได้จริง

แต่ตรงกันข้าม — ถ้า data center operator ไทย (NTT, True IDC, Supernap, SUPERAI) ยังลงทุนแต่ Grace/Hopper/Blackwell H200 แบบรุ่นก่อน อาจตามไม่ทันรอบ refresh ที่กำลังจะเร่งเร็วขึ้น เพราะ Vera-Rubin compute density เพิ่มขึ้นมากจน CAPEX สำหรับ rack เก่า depreciate เร็วกว่าที่เขียนใน financial model 5 ปี

แหล่งข่าว:

บทความนี้เรียบเรียงจากแหล่งข่าวต้นทาง — NVIDIA Blog (อ้างอิงรีวิวจาก Phoronix)

เนื้อหาบน blog นี้สร้างโดย AI โดยมีการกำกับบรรณาธิการจากมนุษย์

อ่านเพิ่มในหมวด ผลิตภัณฑ์

ChatGPT กับ Codex จะใช้โควตาโทเค็นก้อนเดียวตั้งแต่ธันวาคม นักพัฒนาสาย Plus ต้องคิดใหม่ ส่วนเครดิต API ฟรีใช้กับ Codex ไม่ได้
ผลิตภัณฑ์

ChatGPT กับ Codex จะใช้โควตาโทเค็นก้อนเดียวตั้งแต่ธันวาคม นักพัฒนาสาย Plus ต้องคิดใหม่ ส่วนเครดิต API ฟรีใช้กับ Codex ไม่ได้

ตามหน้า support ที่ The Decoder อ้างถึง แผน Plus, Pro และ Business จะแชร์งบโทเค็นก้อนเดียวระหว่าง ChatGPT กับ Codex ตั้งแต่ธันวาคม โมเดล Instant ไม่นับโควตา ส่วนเครดิต API สูงสุด $500 ต่อเดือนที่เปิดเมื่อ 28 ต.ค. ไม่ครอบคลุม Codex และไม่เพิ่มโควตา

· อ่าน 4 นาที
Google DeepMind เปิดตัว Genie 4 — world model แบบเรียลไทม์ตัวแรกที่สร้างเสียงเองได้ ตัวละครคุยโต้ตอบได้ สั่งเปลี่ยนโลกด้วยภาษาธรรมชาติ แต่ยังเป็น research preview และ Gemini API ยังเป็นแค่ 'เร็ว ๆ นี้'
ผลิตภัณฑ์

Google DeepMind เปิดตัว Genie 4 — world model แบบเรียลไทม์ตัวแรกที่สร้างเสียงเองได้ ตัวละครคุยโต้ตอบได้ สั่งเปลี่ยนโลกด้วยภาษาธรรมชาติ แต่ยังเป็น research preview และ Gemini API ยังเป็นแค่ 'เร็ว ๆ นี้'

Google DeepMind เปิดตัว Genie 4 เมื่อ 27 ต.ค. 2026 เป็น world model แบบเรียลไทม์ตัวแรกของบริษัทที่สร้างเสียงได้ในตัว (เสียงแวดล้อมและบทสนทนาของตัวละคร) และให้ผู้ใช้สั่งเปลี่ยนสภาพอากาศ มุมกล้อง หรือเพิ่มคนและวัตถุด้วยภาษาธรรมชาติ ตอนนี้เปิดให้ trusted tester เท่านั้น ส่วน Google AI Ultra ใน Project Genie และพาร์ตเนอร์ใน Gemini API/AI Studio ยังเป็น 'เร็ว ๆ นี้' ไม่มีตัวเลขความละเอียด ความยาวเซสชัน หรือราคา

· อ่าน 4 นาที
Anthropic เปิด Claude Duet แอป agent ที่ทักเราก่อน — รันบน VM ของตัวเองด้วย Opus 5.5, เช็กแอปที่เชื่อมไว้ทุกไม่กี่ชั่วโมง, จ่ายเงินผ่าน Stripe Link ได้แต่ต้องกดอนุมัติ และเริ่มแค่ผู้ใช้ Pro/Max ในสหรัฐฯ แบบ waitlist
ผลิตภัณฑ์

Anthropic เปิด Claude Duet แอป agent ที่ทักเราก่อน — รันบน VM ของตัวเองด้วย Opus 5.5, เช็กแอปที่เชื่อมไว้ทุกไม่กี่ชั่วโมง, จ่ายเงินผ่าน Stripe Link ได้แต่ต้องกดอนุมัติ และเริ่มแค่ผู้ใช้ Pro/Max ในสหรัฐฯ แบบ waitlist

21 ต.ค. 2026 Anthropic เปิด research preview ของ Claude Duet แอปแยกบน iOS, Android และเว็บ ที่ทำงานเป็น agent เชิงรุก — ส่งสรุปทุกเช้า, ทำงานต่อบน VM ที่มีเบราว์เซอร์ของตัวเองแม้ปิดเครื่อง และต้องขออนุมัติก่อนส่งข้อความ จ่ายเงิน เซ็นเอกสาร หรือลบข้อมูล ใช้โควต้าเดียวกับแผน Pro/Max และตอนนี้เปิดเฉพาะผู้ใช้ในสหรัฐฯ ผ่าน waitlist

· อ่าน 4 นาที