ข้ามไปยังเนื้อหา
Apple ยกเครื่อง Siri ใหม่ทั้งตัวที่ WWDC 2026 — ขับเคลื่อนด้วยโมเดล Gemini ของ Google และมีแอปแชตเป็นของตัวเอง
ผลิตภัณฑ์

Apple ยกเครื่อง Siri ใหม่ทั้งตัวที่ WWDC 2026 — ขับเคลื่อนด้วยโมเดล Gemini ของ Google และมีแอปแชตเป็นของตัวเอง

อ่าน 5 นาที ที่มา: Apple Newsroom

วันที่ 8 มิถุนายน 2026 Apple เปิดงาน Worldwide Developers Conference (WWDC 2026) ด้วย keynote ที่ Apple Park โดยไฮไลต์ใหญ่ที่สุดคือการ ยกเครื่อง Siri ใหม่ทั้งตัว หลังจากที่ฟีเจอร์ Siri อัจฉริยะที่เคยสัญญาไว้ตั้งแต่ WWDC 2024 ถูกเลื่อนมาตลอด คราวนี้ Apple เปลี่ยนยุทธศาสตร์ครั้งใหญ่ — แทนที่จะดันโมเดลของตัวเองให้ทันคู่แข่ง Apple หันไปจับมือกับ Google เพื่อใช้โมเดลตระกูล Gemini ที่ปรับแต่งเฉพาะมาเป็นเครื่องยนต์เบื้องหลัง Siri

นี่คือการยอมรับเชิงกลยุทธ์ที่สำคัญที่สุดของ Apple ในรอบหลายปี ว่าการแข่งด้าน foundation model กับ OpenAI, Google และ Anthropic นั้นตามไม่ทัน และทางที่ฉลาดกว่าคือการเป็น “แพลตฟอร์ม” ที่เลือกโมเดลที่ดีที่สุดมาวางบนฐานผู้ใช้ระดับพันล้านเครื่องของตัวเอง

Siri กลายเป็น chatbot เต็มตัว

จุดเปลี่ยนที่ผู้ใช้จะสัมผัสได้ทันทีคือ Siri มี แอปเป็นของตัวเอง เป็นครั้งแรก ทำงานคล้าย ChatGPT หรือ Gemini — รับทั้งข้อความและเสียง, สนทนาโต้ตอบไปมาได้, และเก็บประวัติแชตที่ sync ผ่าน iCloud ข้ามอุปกรณ์ หน้าตาเป็น chat bubble สไตล์ iMessage มีทั้งการ favorite, ค้นหา และเริ่มแชตใหม่

Siri ยังถูกผูกเข้ากับ Dynamic Island บนหน้าจอ iPhone — เรียกใช้แล้วจะขึ้นช่อง “Search or Ask” พร้อม cursor เรืองแสง ผลลัพธ์แสดงเป็นการ์ดโปร่งแสง และดึงลงมาเพื่อเข้าโหมดสนทนาเต็มจอ และที่น่าสนใจคือ Siri จะเข้ามา แทนที่ Spotlight search เดิม โดยผู้ใช้ปัดลงจากกลางขอบบนจอเพื่อพิมพ์คำถามหรือคำสั่งได้เลย

ทั้งหมดนี้มาพร้อม iOS 27, iPadOS 27, macOS 27, watchOS 27, tvOS 27 และ visionOS 27 ที่จะปล่อย developer beta ทันทีหลัง keynote และเปิดให้ผู้ใช้ทั่วไปช่วงเดือนกันยายน

ดีลกับ Google ลึกแค่ไหน

รายงานหลายสำนักระบุตรงกันว่า Apple ใช้โมเดล Gemini ที่สร้างร่วมกับทีม Google แบบ custom สำหรับฟีเจอร์ Siri หลายอย่าง โดยเฉพาะส่วน chatbot และการเข้าใจบริบทส่วนตัว (personal context) ความร่วมมือนี้สืบเนื่องจากดีลที่เริ่มเจรจากันมาตั้งแต่ต้นปี 2026

สิ่งที่ Apple ยังรักษาไว้คือจุดยืนด้าน ความเป็นส่วนตัว — งานประมวลผลที่อ่อนไหวยังวิ่งบนเครื่อง (on-device) หรือผ่าน Private Cloud Compute ของ Apple เอง ส่วนงานหนักที่ต้องใช้โมเดลใหญ่จึงค่อย offload ออกไป ซึ่งเป็นสถาปัตยกรรมไฮบริดที่ Apple วางไว้ตั้งแต่ Apple Intelligence รุ่นแรก

มุมมอง AI Curator

ดีลนี้คือบทเรียนสำคัญสำหรับวงการ AI ทั้งระบบ: แม้แต่บริษัทที่มีเงินสด มีชิป Apple Silicon และมีวิศวกรเก่งที่สุดในโลกอย่าง Apple ก็ยัง “ยอมแพ้” ในการสร้าง frontier model เองและเลือกเป็นผู้ซื้อแทน นี่ตอกย้ำว่าชั้น foundation model กำลังกลายเป็น commodity ที่ผูกขาดโดยผู้เล่นไม่กี่รายที่มี compute มหาศาล และมูลค่าที่แท้จริงสำหรับบริษัทแพลตฟอร์มย้ายไปอยู่ที่ การกระจาย (distribution) และประสบการณ์ผู้ใช้ มากกว่าตัวโมเดล

สำหรับผู้ใช้ไทยและ SEA นี่เป็นข่าวดีในแง่ที่ว่าคุณภาพภาษาไทยของ Siri น่าจะดีขึ้นอย่างก้าวกระโดด เพราะ Gemini รองรับภาษาไทยได้ดีกว่าโมเดลเดิมของ Apple อย่างเห็นได้ชัด — ปัญหา Siri ฟังภาษาไทยไม่รู้เรื่องที่คนไทยบ่นกันมานานอาจกำลังจะหมดไป แต่คำถามที่ต้องจับตาคือ ฟีเจอร์เหล่านี้จะ “เปิดให้ใช้ในไทยพร้อมกับสหรัฐฯ” หรือไม่ เพราะ Apple Intelligence รุ่นก่อนหน้ายังจำกัดภาษาและภูมิภาคอยู่มาก หากไทยยังต้องรอคิวอีกหลายเดือน ช่องว่างกับผู้ใช้ ChatGPT/Gemini ที่ใช้ภาษาไทยได้เต็มที่อยู่แล้วก็จะยิ่งกว้างขึ้น

ในระยะยาว การที่ยักษ์ฮาร์ดแวร์อันดับหนึ่งของโลกพึ่งพาโมเดลของคู่แข่งโดยตรง สร้างความเสี่ยงเชิงพึ่งพา (dependency risk) ที่ Apple คงไม่สบายใจนัก — คาดได้ว่า Apple จะยังพัฒนาโมเดลของตัวเองคู่ขนานไปเพื่อหวังจะ “ถอดปลั๊ก” Google ในอนาคต ทำให้ดีลนี้น่าจะเป็นสะพานชั่วคราว ไม่ใช่ปลายทางถาวร

แหล่งข่าว:

บทความนี้เรียบเรียงจากแหล่งข่าวต้นทาง — Apple Newsroom

เนื้อหาบน blog นี้สร้างโดย AI โดยมีการกำกับบรรณาธิการจากมนุษย์

อ่านเพิ่มในหมวด ผลิตภัณฑ์

ChatGPT กับ Codex จะใช้โควตาโทเค็นก้อนเดียวตั้งแต่ธันวาคม นักพัฒนาสาย Plus ต้องคิดใหม่ ส่วนเครดิต API ฟรีใช้กับ Codex ไม่ได้
ผลิตภัณฑ์

ChatGPT กับ Codex จะใช้โควตาโทเค็นก้อนเดียวตั้งแต่ธันวาคม นักพัฒนาสาย Plus ต้องคิดใหม่ ส่วนเครดิต API ฟรีใช้กับ Codex ไม่ได้

ตามหน้า support ที่ The Decoder อ้างถึง แผน Plus, Pro และ Business จะแชร์งบโทเค็นก้อนเดียวระหว่าง ChatGPT กับ Codex ตั้งแต่ธันวาคม โมเดล Instant ไม่นับโควตา ส่วนเครดิต API สูงสุด $500 ต่อเดือนที่เปิดเมื่อ 28 ต.ค. ไม่ครอบคลุม Codex และไม่เพิ่มโควตา

· อ่าน 4 นาที
Google DeepMind เปิดตัว Genie 4 — world model แบบเรียลไทม์ตัวแรกที่สร้างเสียงเองได้ ตัวละครคุยโต้ตอบได้ สั่งเปลี่ยนโลกด้วยภาษาธรรมชาติ แต่ยังเป็น research preview และ Gemini API ยังเป็นแค่ 'เร็ว ๆ นี้'
ผลิตภัณฑ์

Google DeepMind เปิดตัว Genie 4 — world model แบบเรียลไทม์ตัวแรกที่สร้างเสียงเองได้ ตัวละครคุยโต้ตอบได้ สั่งเปลี่ยนโลกด้วยภาษาธรรมชาติ แต่ยังเป็น research preview และ Gemini API ยังเป็นแค่ 'เร็ว ๆ นี้'

Google DeepMind เปิดตัว Genie 4 เมื่อ 27 ต.ค. 2026 เป็น world model แบบเรียลไทม์ตัวแรกของบริษัทที่สร้างเสียงได้ในตัว (เสียงแวดล้อมและบทสนทนาของตัวละคร) และให้ผู้ใช้สั่งเปลี่ยนสภาพอากาศ มุมกล้อง หรือเพิ่มคนและวัตถุด้วยภาษาธรรมชาติ ตอนนี้เปิดให้ trusted tester เท่านั้น ส่วน Google AI Ultra ใน Project Genie และพาร์ตเนอร์ใน Gemini API/AI Studio ยังเป็น 'เร็ว ๆ นี้' ไม่มีตัวเลขความละเอียด ความยาวเซสชัน หรือราคา

· อ่าน 4 นาที
Anthropic เปิด Claude Duet แอป agent ที่ทักเราก่อน — รันบน VM ของตัวเองด้วย Opus 5.5, เช็กแอปที่เชื่อมไว้ทุกไม่กี่ชั่วโมง, จ่ายเงินผ่าน Stripe Link ได้แต่ต้องกดอนุมัติ และเริ่มแค่ผู้ใช้ Pro/Max ในสหรัฐฯ แบบ waitlist
ผลิตภัณฑ์

Anthropic เปิด Claude Duet แอป agent ที่ทักเราก่อน — รันบน VM ของตัวเองด้วย Opus 5.5, เช็กแอปที่เชื่อมไว้ทุกไม่กี่ชั่วโมง, จ่ายเงินผ่าน Stripe Link ได้แต่ต้องกดอนุมัติ และเริ่มแค่ผู้ใช้ Pro/Max ในสหรัฐฯ แบบ waitlist

21 ต.ค. 2026 Anthropic เปิด research preview ของ Claude Duet แอปแยกบน iOS, Android และเว็บ ที่ทำงานเป็น agent เชิงรุก — ส่งสรุปทุกเช้า, ทำงานต่อบน VM ที่มีเบราว์เซอร์ของตัวเองแม้ปิดเครื่อง และต้องขออนุมัติก่อนส่งข้อความ จ่ายเงิน เซ็นเอกสาร หรือลบข้อมูล ใช้โควต้าเดียวกับแผน Pro/Max และตอนนี้เปิดเฉพาะผู้ใช้ในสหรัฐฯ ผ่าน waitlist

· อ่าน 4 นาที