Warp ถอด agent ออกจาก terminal ตัวเอง — Warp Agent CLI รันใน Ghostty, iTerm2, VS Code, Windows Terminal ได้แล้ว และใช้ฟรีถ้าเอา API key มาเอง
วันที่ 4 สิงหาคม Warp ประกาศ Warp Agent CLI — เอา coding agent ที่เคยผูกอยู่กับ Warp Terminal เท่านั้น ออกมาเป็น CLI เดี่ยว ๆ ที่รันใน Ghostty, iTerm2, VS Code, Windows Terminal หรือ terminal emulator อะไรก็ได้
นี่คือการยอมแพ้ที่ฉลาด Warp ใช้เวลาหลายปีขายว่า “terminal ที่ดีกว่า” แต่ตลาด coding agent ปี 2026 พิสูจน์แล้วว่านักพัฒนาไม่ย้าย terminal เพื่อ agent — Claude Code, Codex CLI, Aider และ Gemini CLI โตขึ้นมาโดยไม่ขอให้ใครเปลี่ยนอะไรเลย Warp เลยเลิกขอ
ติดตั้งบรรทัดเดียว
# macOS / Linux
curl -fsSL https://app.warp.dev/download/agent-cli | bash
# Windows (PowerShell)
Invoke-RestMethod "https://app.warp.dev/download/agent-cli.ps1" | Invoke-Expression
รองรับครบทั้ง Mac, Linux, Windows
สิ่งที่ยกมาจาก Warp Terminal ได้จริง
จุดที่ Warp ยังต่างจาก CLI agent ตัวอื่นคือ โครงสร้างพื้นฐาน terminal ของตัวเอง ที่ยกติดมาด้วย:
- คุมแอปเต็มจอได้ — agent สั่ง
vim,sqlite, Python REPL ได้จริง ไม่ใช่แค่รันคำสั่งที่จบแล้วคืน stdout กลับมา ตรงนี้คือข้อจำกัดที่ agent ส่วนใหญ่ยังเจอ: เจอโปรแกรม interactive แล้วค้าง - multiplexing หลาย session — รัน agent หลายตัวพร้อมกันบนโครงสร้างเดียวกับที่ Warp ใช้จัดการ terminal session
- session อยู่ข้ามการ
cd— เปลี่ยนไดเรกทอรีแล้วบริบทไม่หาย - multi-agent orchestration และ cloud agents — Warp ระบุว่ารองรับตั้งแต่แรก และรัน agent ระยะไกลได้โดยไม่ต้องติดตั้ง binary บนเครื่องปลายทาง
- ตรวจจับภาษาธรรมชาติในบรรทัดคำสั่ง พร้อม tab-completion — พิมพ์คำสั่งจริงกับพิมพ์คำสั่งเป็นประโยคปนกันได้ในที่เดียว
เรื่องโมเดล Warp บอกว่ามีทั้ง frontier และ open-weight models ในตัว พร้อม auto-routing ตามความยากของงาน และเปิดให้ตั้ง custom model router เองได้
ราคา — และช่องทางใช้ฟรี
จากหน้า pricing ของ Warp:
| แผน | ราคา | เครดิต |
|---|---|---|
| Free | $0 | ไม่มีเครดิตให้ (จ่ายตามใช้ หรือเอา key ตัวเองมา) |
| Build | $20/เดือน ($18 ถ้ารายปี) | 1,500 เครดิต (~$20 ที่ราคา API) |
| Business | $50/ผู้ใช้/เดือน ($45 รายปี) | 1,500 เครดิตต่อที่นั่ง |
| Max | $200/เดือน ($180 รายปี) | 18,000 เครดิต (12 เท่าของ Build) |
จุดที่ควรอ่านให้ดีคือ แผน Free รองรับ “bring your own AI inference” — เอา API key ของตัวเองมาเสียบแล้วใช้ตัว CLI ฟรี บล็อกยังระบุว่าใช้ subscription ของ SuperGrok ได้ด้วย แปลว่าถ้าคุณมีเครดิต Anthropic/OpenAI อยู่แล้ว ต้นทุนเพิ่มของการลอง Warp Agent CLI คือศูนย์
ที่บล็อกไม่ได้บอกและควรถามก่อนวางแผนใช้จริง: ไม่ได้ระบุว่าเป็นโอเพนซอร์ส และหน้าเอกสาร docs.warp.dev/agent-cli/getting-started ยังคืน 404 อยู่ ณ ตอนเขียน — รายละเอียดระดับที่ทีมต้องรู้ก่อนเอาเข้า workflow จริง เช่น รองรับ MCP server ไหม, อ่านไฟล์กฎแบบ AGENTS.md ได้หรือเปล่า, มีโหมด headless สำหรับ CI ไหม, ระบบขออนุมัติก่อนรันคำสั่งอันตรายทำงานยังไง — ยังไม่มีคำตอบที่อ้างอิงได้จากเอกสารทางการ
มุมมอง AI Curator
ข่าวนี้อ่านเผิน ๆ เหมือนแค่ “อีกหนึ่ง CLI agent” แต่สิ่งที่มันบอกเกี่ยวกับตลาดสำคัญกว่าตัวผลิตภัณฑ์
Warp คือบริษัทที่เดิมพันทั้งบริษัทกับสมมติฐานว่า terminal คือจุดที่ควรแข่ง ระดมทุนมาสร้าง terminal ใหม่ทั้งตัว มี UI แบบ block, autocomplete, workflow sharing การที่วันนี้เขาถอด agent ออกมาให้รันใน Ghostty ของคู่แข่งได้ แปลว่าเขาอ่านตลาดออกว่ามูลค่าย้ายจาก “ที่ที่คุณพิมพ์” ไปอยู่ที่ “สิ่งที่พิมพ์แทนคุณ” แล้ว และการกอด terminal ของตัวเองไว้มีแต่จะจำกัดตลาดของ agent ให้เล็กลง — เทียบกับ Claude Code ที่ไม่เคยขอให้ใครเปลี่ยนอะไรและโตไปแตะแสนกว่าดาวบน GitHub
สำหรับนักพัฒนาไทย จุดที่คุ้มลองจริง ๆ มีสองข้อ ข้อแรกคือ การคุมแอปเต็มจอ — ถ้าคุณเคยสั่ง agent ให้ไปแก้อะไรใน sqlite3 หรือรัน migration ที่มี prompt ยืนยันแล้วมันค้างรอ input จนหมด timeout คุณรู้ว่าปัญหานี้มีจริงและน่ารำคาญแค่ไหน ข้อสองคือ โครงสร้างราคา — $20/เดือนได้ 1,500 เครดิตที่ตีมูลค่าเท่าราคา API แปลตรง ๆ คือ Warp ไม่ได้กินส่วนต่างค่า inference แต่คิดค่า harness ซึ่งโปร่งใสกว่าแผนแบบ “ใช้ได้ไม่จำกัดจนกว่าเราจะบอกว่าพอ” ที่กำลังระบาด และถ้าไม่อยากผูกเลย แผน Free กับ key ตัวเองก็ได้ของครบ
แต่อย่าเพิ่งย้าย workflow จริง — สามคำถามที่ต้องได้คำตอบก่อน คือ MCP, ไฟล์กฎประจำโปรเจกต์ และโหมด headless สำหรับ CI สามอย่างนี้คือสิ่งที่แยก “agent ที่เอาเข้าทีมได้” ออกจาก “agent ที่ลองเล่นสนุก” ในปี 2026 และตอนนี้หน้าเอกสารของ Warp ยังตอบไม่ได้ ลองในโปรเจกต์เล่นก่อน แล้วรอเอกสารขึ้นให้ครบ
แหล่งข่าว
อ่านเพิ่มในหมวด เครื่องมือนักพัฒนา
Betelgeuse รัน Qwen3.8 Flash Next ขนาด 68GB บน RTX 3060 กับแรม 16GB ส่วน Basalt วัดให้เห็นว่าเอนจินที่เร่งด้วยแฟล็กลัดทำให้โมเดลลืมของ
Betelgeuse ฟอร์ก llama.cpp ที่เปิดเมื่อ 31 ต.ค. ดึง expert จาก NVMe เข้า VRAM ตามต้องการ อ้าง 22 tok/s แบบไม่ทิ้ง expert แต่ README เตือนเองว่ายังทดลองและตัวเลขมาจากคนละรอบ วันเดียวกันผู้พัฒนา Basalt เผยผลวัดว่าแฟล็กเร่งความเร็วทำคุณภาพ Q8 ตกไปใกล้ Q2
กฎห้ามโคลนเกมของ Claude Code เริ่มกระทบงานจริง บริษัทรับทำเกมกระดานร้องงานลูกค้าหยุด แต่รายงานหลายชิ้นปนกับตัวกรองไซเบอร์คนละเรื่อง
ต่อจากที่เราพบกฎนี้ในไบนารี Claude Code ผู้ใช้เริ่มรายงานว่างานเชิงพาณิชย์ถูกปฏิเสธ และ Tom's Hardware กับ Mashable หยิบไปรายงาน แต่เมื่อไล่ issue ที่อ้างถึง พบว่าหลายรายการเกิดก่อนกฎจะมา จึงน่าจะเป็นตัวกรองด้านไซเบอร์ ส่วน Anthropic ยังไม่ชี้แจง
Claude Code ส่ง transcript ของ background agent ให้โมเดลทุก ~30 วินาทีเพื่อเขียนสถานะ 3–5 คำ ผู้วัดรายงานกินราว 16% และยังปิดแบบทางการไม่ได้
รายงานอิสระพบว่าฟีเจอร์ agent_summary ของ Claude Code ส่ง transcript เต็มของ background agent ไปถามสถานะทุก ~30 วินาที คิดเป็น 16.4% ของค่าใช้จ่ายในระบบของผู้วัด Issue เปิดมาตั้งแต่ ส.ค. ยังไม่มีสวิตช์ปิดที่รองรับ เราตรวจพบโค้ดนี้ใน 2.1.314 และพบกฎใหม่เรื่องเกมที่ไม่อยู่ใน changelog