OpenClaw 2.0 ออกแล้ว — 16,000 PR รวดเดียว คิดเป็นครึ่งหนึ่งของทั้งโปรเจกต์ แต่ของที่ต้องอ่านจริงคือดีฟอลต์ที่เปลี่ยนไปเงียบ ๆ
เมื่อ 30 สิงหาคม 2026 Hannes Rudolph (Community Manager ของ OpenClaw Foundation) โพสต์บทความชื่อ “OpenClaw 2.0, Accidentally” ประกาศรุ่นที่ใหญ่ที่สุดในประวัติของโปรเจกต์ ตามด้วยแท็ก v2026.8.1 ที่ขึ้น GitHub จริงเมื่อ 31 ส.ค. เวลา 03:30 UTC — OpenClaw คือเฟรมเวิร์กโอเพนซอร์ส (MIT, ลิขสิทธิ์ OpenClaw Foundation) สำหรับสร้างผู้ช่วยส่วนตัวที่รันบนเครื่องตัวเอง ปัจจุบันมีดาวบน GitHub 388,183 ดวง และเป็นตัวเดียวกับที่เราเขียนถึงเมื่อ 11 ส.ค. ตอนที่ agent ของผู้ใช้ชาวออสเตรเลียไปเจอช่องโหว่ authorization ของระบบจองยิมเข้า
ตัวเลขของรุ่นนี้ใหญ่จนดูเหมือนพิมพ์ผิด: PR มากกว่า 16,000 รายการ จากผู้ร่วมพัฒนา 933 คน (เป็นมือใหม่ 569 คน) และทีมระบุเองว่านั่นคือ ราว 50% ของ PR ทั้งหมดที่เคยเมิร์จเข้า OpenClaw ตั้งแต่เปิดโปรเจกต์ ก่อนหน้านี้โปรเจกต์ปล่อย 106 รุ่นใน 230 วัน แต่รอบนี้เว้นช่วงเกือบ 7 สัปดาห์ — ตรวจจากหน้า releases จะเห็นว่ารุ่นเสถียรก่อนหน้าคือ v2026.7.1 เมื่อ 13 ก.ค.
ชื่อบทความว่า “โดยบังเอิญ” มีที่มา: ทีมตั้งใจทำแค่สองเรื่องคือ ทำให้การติดตั้งง่ายลง กับ เขียนแอปเบราว์เซอร์ใหม่ แต่พอทำให้เรียบร้อยจริง ๆ การไล่เก็บกวาดก็ลามไปทั้งระบบจนกลายเป็น 2.0
ของใหม่ที่เป็นพาดหัว
รายการ Highlights ของรุ่นนี้เน้นสามกลุ่ม
เซสชันที่ออกนอกเครื่องได้ — สั่งงานไปรันบนเครื่องที่จับคู่ไว้หรือบน cloud worker ได้ พร้อมย้าย workspace ตามไปด้วย และใช้เครื่องที่อุ่นอยู่แล้วกับ project seed ซ้ำในเซสชันคลาวด์ครั้งถัดไป มีทั้งการพักเครื่อง cloud worker ที่ว่างตามช่วงเวลาที่ตั้งไว้แล้วเปิดตัวใหม่ให้เมื่อมีข้อความเข้ามา โดยยังรักษาเซสชันเดิมไว้
การมองเห็นงานที่กำลังทำ — การ์ดความคืบหน้าของเซสชันที่อยู่รอดข้ามการรีโหลด ติดตามกิจกรรมของ subagent และ edit ที่สะสมขึ้นเรื่อย ๆ ได้ทั้งบนเว็บและแอปเนทีฟ บวกกับวิดเจ็ตในแชตที่ปักไว้บนแดชบอร์ดของเซสชัน ให้สิทธิ์เฉพาะ action หรือ network origin ที่ระบุ และ export เป็นรูปได้
การขอ credential แบบไม่ผ่านโมเดล — เอเจนต์ขอรหัสผ่าน/คีย์ผ่านช่องกรอกที่ปิดบังค่าได้ โดยค่าจริงไม่เข้าไปอยู่ในแชตหรือใน context ของโมเดล และมี proxy แบบ opt-in ที่จำกัดการแทนค่าความลับให้ไปได้เฉพาะปลายทางที่อนุมัติ ต่อยอดด้วย shared credential store ระดับทีมที่เก็บใน SQLite โดยค่าความลับเป็น write-only และผูก egress ไว้กับโฮสต์ที่ประกาศไว้เท่านั้น
ฝั่งเครื่องมือสำหรับนักพัฒนามี openclaw agent exec สำหรับรันแบบ headless ในไดเรกทอรีที่เลือก พร้อม state ชั่วคราวหรือค้างไว้ก็ได้ ระบุ model fallback ได้ และคืนผลแบบ machine-readable โดยยังคงข้อจำกัดด้านความปลอดภัยที่ตั้งไว้ — บวกกับ plugin สำหรับ Daytona sandbox เพื่อรันแยกบนคลาวด์ และการนำเข้าความจำจาก Claude Code, Codex และ Hermes ตอน onboarding
ของที่ต้องอ่านจริง: ดีฟอลต์ที่เปลี่ยน
พาดหัวสวย แต่รายการที่จะกระทบคนใช้งานอยู่ตอนนี้ทันทีอยู่ในหมวด Changes และเกือบทั้งหมดเป็น “เปิดเป็นค่าเริ่มต้น”
- Grounded dreaming — เปิดการกลั่นความจำเบื้องหลังด้วยโมเดล โดยดีฟอลต์ โดยเลื่อนเนื้อหาที่มี provenance กำกับขึ้นไปเป็นความจำระยะยาว มี Dream Diary ให้ดูและมีสวิตช์ปิดชัดเจน
- Automatic self-learning — เก็บบทเรียนที่ใช้ซ้ำได้ แล้วนำ skill ใหม่ที่ผ่านการสแกนหรือ skill ที่ Workshop เป็นเจ้าของไปใช้เองอัตโนมัติโดยดีฟอลต์ ส่วน skill ที่ผู้ใช้เขียนเองจะค้างรออนุมัติ และยังตั้งเป็น off หรือ propose ได้
- Personal conversation recall — ถ้าเปิด Active Memory ไว้ ระบบจะดึงบริบทของบทสนทนาส่วนตัวของเอเจนต์เดียวกันแบบมีขอบเขตมาใช้เป็นค่าเริ่มต้นบนการติดตั้งส่วนบุคคลที่ไม่ได้ตั้ง DM isolation ไว้ (กลุ่มและแชนเนลยังถูกกันออก)
- Session reset — เมื่อไม่ได้ตั้งนโยบายรีเซ็ต บทสนทนาจะคงอยู่ข้ามช่วงที่ไม่ได้ใช้งานและข้ามวัน จากเดิมที่คนจำนวนมากคุ้นกับการเริ่มใหม่รายวัน
- CPU-scaled foreground concurrency — จำนวนเอเจนต์ระดับบนสุดที่รันพร้อมกันถูกกำหนดจากจำนวน CPU ที่มี โดยอยู่ในกรอบ 8 ถึง 16 รันพร้อมกัน ถ้าไม่ได้ตั้งลิมิตเอง
รวมกันสามข้อแรกแปลว่า หลังอัปเดต เอเจนต์ของคุณจะ จำมากขึ้น เอาบทสนทนาเก่ามาใช้เองมากขึ้น และแก้ทักษะของตัวเองได้โดยไม่ต้องถาม ทั้งหมดนี้ปิดได้ แต่ต้องรู้ก่อนว่ามันเปิดอยู่
สองการย้ายที่พังของเดิม กับเส้นตาย 1 ก.ย.
รุ่นนี้มี breaking change สองข้อที่แก้ด้วยคำสั่งเดียวกันคือ openclaw doctor --fix
ข้อแรก ถอดปลั๊กอิน OpenProse กับคำสั่ง /prose ออกจากตัวหลัก ให้ย้ายไปใช้ Agent Skill ต้นทางแทน โดยไฟล์ต้นฉบับ .prose ที่มีอยู่ยังเก็บไว้ได้ ข้อสอง ย้ายเส้นทางโมเดลของ OpenAI — model ref ที่ขึ้นต้นด้วย codex/* และ openai-codex/* รวมถึง config ของ provider, เซสชันที่บันทึกไว้ และเส้นทางของ automation ทั้งหมดถูกย้ายไปเป็น openai/* โดยยังคงเจตนาที่จะใช้ runtime ของ Codex ไว้ และจะรายงานจุดที่ชนกันให้ผู้ดูแลไปแก้เอง
ที่เร่งกว่านั้นคือ เส้นตาย 1 กันยายน 2026 สำหรับคนเขียนปลั๊กอินภายนอก ประกาศระบุว่าเป็น “ประตูกั้น ไม่ใช่การลบในรุ่นนี้” แต่ import แบบ subpath เดิมของ plugin SDK ต้องย้ายทั้งชุด — plugin-sdk-config-runtime-subpath ไปเป็น api.pluginConfig และ import เฉพาะทางอย่าง openclaw/plugin-sdk/config-mutation; ฝั่ง channel ทั้ง reply-pipeline/lifecycle/message ย้ายไป channel-outbound และ channel-inbound; ส่วน infra subpath แตกเป็น delivery-queue-runtime, diagnostic-runtime, error-runtime, exec-approvals-runtime, fetch-runtime, ssrf-runtime ตามตัวช่วยที่ใช้อยู่ ใครดูแลปลั๊กอิน OpenClaw อยู่ควรเปิด migration guide วันนี้ ไม่ใช่สัปดาห์หน้า
อีกกลุ่มที่คนทำปลั๊กอินต้องรู้คือ provider ที่ถูกแยกออกไปเป็นแพ็กเกจทางการ ต้องติดตั้งเพิ่มเองเมื่อต้องใช้ ได้แก่ BytePlus, ComfyUI, Mistral, NovitaAI, OpenCode, Synthetic, Volcengine, Vydra และ Xiaomi (OpenCode Go ยังมากับตัวหลัก) รวมถึง Cohere, Meta, DuckDuckGo search, Voyage embeddings และ iMessage ที่แยกเป็นปลั๊กอินทางการเช่นกัน ถ้าของหายหลังอัปเดตให้กู้ด้วย openclaw update repair หรือ openclaw doctor --fix
ความปลอดภัย และย่อหน้าที่ตรงไปตรงมาผิดปกติ
ด้านความปลอดภัย รุ่นนี้เพิ่มการตรวจปลั๊กอินก่อนติดตั้ง — ดู capability, แหล่งที่มา, เวอร์ชัน และตัว artifact จริง ๆ ได้ก่อน และถ้าปฏิเสธการอัปเดต ปลั๊กอินเดิมจะไม่ถูกแตะ; การติดตั้งจากแหล่งที่เป็นไฟล์รันได้ตามใจต้องใส่ --force; ClawHub แสดงข้อมูล security audit ก่อนติดตั้ง; และ telemetry แบบ feature statistics เป็น opt-in ปิดเป็นค่าเริ่มต้น ตรวจ payload ได้ด้วย openclaw telemetry show
แต่จุดที่น่าชมที่สุดคือความซื่อสัตย์ในสองที่
หนึ่ง ตัวประกาศเขียนกำกับฟีเจอร์ Team operator roles ไว้เองว่า “เป็นการควบคุมเพื่อการทำงานร่วมกัน ไม่ใช่การแยกผู้เช่าที่เป็นศัตรู” (not hostile-tenant isolation) และกำกับ 1Password broker ว่า “การอ่านผ่าน agent tool จะเปิดเผยค่าที่เลือกให้โมเดลเห็นในการรันครั้งนั้น” — เป็นการบอกขอบเขตของโมเดลภัยคุกคามล่วงหน้า แทนที่จะปล่อยให้คนไปเข้าใจเอาเองว่ามันกันได้ทุกอย่าง
สอง หมวด Release verification กางบัญชีการตรวจทั้งหมด: แพ็กเกจ npm ครบ 93 ตัวผ่านการตรวจลายเซ็นและ Sigstore provenance, ตรวจ runtime ของปลั๊กอินผ่าน 89 รายการ, ClawHub มิเรอร์ผ่าน 89 จาก 89, ตัวติดตั้ง Windows เซ็นแล้ว, แอป macOS notarized แล้ว — และในย่อหน้าเดียวกันก็เขียนตรง ๆ ว่า CI run สองตัว (parent และ plugin) ยังล้มอยู่ และ “การกู้แบบอิสระไม่ทำให้มันถูกติดป้ายใหม่” พร้อมบรรทัดปิดท้ายว่า “ยกเว้นไว้ ไม่ใช่ผ่าน: Telegram, MiniMax และความไม่เสถียรของ catalog/subprocess” กับ Parallels ที่หยุดก่อนถึงเกณฑ์รับ ระบุว่า “ไม่บล็อก แต่ไม่ใช่ผ่าน”
มุมมอง AI Curator
เลข 16,000 PR เป็นพาดหัวที่ดี แต่มันบอกอะไรเกี่ยวกับคุณภาพน้อยมาก สิ่งที่บอกมากกว่าคือ ทีมนี้เลือกจะพิมพ์รายการสิ่งที่ยังไม่ผ่านลงในประกาศรุ่นของตัวเอง ในอุตสาหกรรมที่ release note ส่วนใหญ่เป็นเอกสารการตลาด การเขียนว่า “waived, not passed” พร้อมหมายเลข CI run ที่ล้มให้คนไปเปิดดูเองได้ คือมาตรฐานที่โปรเจกต์โอเพนซอร์สอื่นควรลอก และมันมีค่ากับคนที่ต้องตัดสินใจว่าจะอัปเดตโปรดักชันวันนี้หรือรออีกสัปดาห์ มากกว่าตัวเลขผู้ร่วมพัฒนาหลายเท่า
ส่วนความเสี่ยงจริงของรุ่นนี้ไม่ได้อยู่ที่ฟีเจอร์ใหม่ แต่อยู่ที่ ดีฟอลต์สามข้อที่พลิกพร้อมกัน — grounded dreaming กลั่นบทสนทนาขึ้นเป็นความจำระยะยาว, personal conversation recall ดึงบทสนทนาส่วนตัวเก่ามาใช้เอง, และ automatic self-learning เอา skill ที่ผ่านสแกนมาใช้เองโดยไม่ถาม เมื่อสามอย่างนี้ทำงานพร้อมกัน สิ่งที่ได้คือระบบที่ พฤติกรรมของมันในสัปดาห์หน้าไม่เท่ากับวันนี้ และความต่างนั้นไม่ได้มาจากคุณ สำหรับผู้ช่วยส่วนตัวมันอาจเป็นเรื่องดี แต่สำหรับเอเจนต์ที่ต่อกับระบบงานจริง มันคือการเปลี่ยนสิ่งที่เคยดีเทอร์มินิสติกให้กลายเป็นสิ่งที่ต้อง audit — และ OpenClaw ก็ให้เครื่องมือ audit มาแล้วในรูป Dream Diary กับสถานะ pending ของ skill ที่ผู้ใช้เขียน คำถามคือมีกี่คนที่จะเปิดดู
สำหรับทีมไทย ประเด็นที่ต้องตอบก่อนกด openclaw update มีสามข้อ
ข้อแรกคือ PDPA การที่ระบบเลื่อนเนื้อหาบทสนทนาขึ้นไปเป็นความจำระยะยาวโดยอัตโนมัติ และคงบทสนทนาไว้ข้ามวันแทนที่จะรีเซ็ต เป็นการตัดสินใจเรื่องระยะเวลาเก็บข้อมูลที่ถูกทำโดยค่าเริ่มต้น ไม่ใช่โดยนโยบายขององค์กร ถ้าเอเจนต์ตัวนั้นเคยเห็นข้อมูลลูกค้า เลขบัตร หรือข้อมูลสุขภาพผ่านตาแม้ครั้งเดียว การเปิด dreaming ทิ้งไว้แปลว่าคุณเพิ่งสร้างที่เก็บข้อมูลส่วนบุคคลแห่งใหม่ที่ไม่มีใครประกาศไว้ใน records of processing — ตรวจสวิตช์ปิดและตั้ง DM isolation ก่อน แล้วค่อยอัปเดต
ข้อสองคือเส้นตายพรุ่งนี้ ประตูกั้น SDK วันที่ 1 ก.ย. อยู่ห่างจากวันที่โพสต์นี้เผยแพร่แค่วันเดียว ใครในไทยที่ดูแลปลั๊กอิน OpenClaw ให้ลูกค้าอยู่ ควรถือว่านี่เป็นงานของสัปดาห์นี้
ข้อสามคือบทเรียนเดิมที่ยังไม่หายไป เคสยิมที่เมลเบิร์นเมื่อ 11 ส.ค. เกิดจาก agent ที่มีความคิดริเริ่มมากกว่าที่เจ้าของคาด รุ่น 2.0 ให้เครื่องมือกันความเสียหายเพิ่มขึ้นจริง — session permission mode, ตัวเลือกบังคับให้เซสชันใหม่รันใน sandbox, การผูก egress กับโฮสต์ที่ประกาศไว้ — แต่มันก็เพิ่ม ความสามารถในการริเริ่ม ขึ้นพร้อมกันด้วย ทั้ง self-learning และการรันพร้อมกันได้ถึง 16 เอเจนต์ ใครที่รัน OpenClaw ต่อกับ API ขององค์กร ควรอ่าน changelog รอบนี้ในฐานะเอกสารความปลอดภัย ไม่ใช่ประกาศฟีเจอร์
แหล่งข่าว
อ่านเพิ่มในหมวด เครื่องมือนักพัฒนา
Betelgeuse รัน Qwen3.8 Flash Next ขนาด 68GB บน RTX 3060 กับแรม 16GB ส่วน Basalt วัดให้เห็นว่าเอนจินที่เร่งด้วยแฟล็กลัดทำให้โมเดลลืมของ
Betelgeuse ฟอร์ก llama.cpp ที่เปิดเมื่อ 31 ต.ค. ดึง expert จาก NVMe เข้า VRAM ตามต้องการ อ้าง 22 tok/s แบบไม่ทิ้ง expert แต่ README เตือนเองว่ายังทดลองและตัวเลขมาจากคนละรอบ วันเดียวกันผู้พัฒนา Basalt เผยผลวัดว่าแฟล็กเร่งความเร็วทำคุณภาพ Q8 ตกไปใกล้ Q2
กฎห้ามโคลนเกมของ Claude Code เริ่มกระทบงานจริง บริษัทรับทำเกมกระดานร้องงานลูกค้าหยุด แต่รายงานหลายชิ้นปนกับตัวกรองไซเบอร์คนละเรื่อง
ต่อจากที่เราพบกฎนี้ในไบนารี Claude Code ผู้ใช้เริ่มรายงานว่างานเชิงพาณิชย์ถูกปฏิเสธ และ Tom's Hardware กับ Mashable หยิบไปรายงาน แต่เมื่อไล่ issue ที่อ้างถึง พบว่าหลายรายการเกิดก่อนกฎจะมา จึงน่าจะเป็นตัวกรองด้านไซเบอร์ ส่วน Anthropic ยังไม่ชี้แจง
Claude Code ส่ง transcript ของ background agent ให้โมเดลทุก ~30 วินาทีเพื่อเขียนสถานะ 3–5 คำ ผู้วัดรายงานกินราว 16% และยังปิดแบบทางการไม่ได้
รายงานอิสระพบว่าฟีเจอร์ agent_summary ของ Claude Code ส่ง transcript เต็มของ background agent ไปถามสถานะทุก ~30 วินาที คิดเป็น 16.4% ของค่าใช้จ่ายในระบบของผู้วัด Issue เปิดมาตั้งแต่ ส.ค. ยังไม่มีสวิตช์ปิดที่รองรับ เราตรวจพบโค้ดนี้ใน 2.1.314 และพบกฎใหม่เรื่องเกมที่ไม่อยู่ใน changelog