ข้ามไปยังเนื้อหา
Simon Willison ให้ ChatGPT Work เขียนเว็บแฉเครื่องมือของตัวเอง — ได้ทูล 232 ตัวกับ skill 44 ตัวที่ OpenAI ไม่เคยลงเอกสาร รวมถึงคอนเทนเนอร์ที่ต่อเน็ตได้ทั้งอินเทอร์เน็ต
AI Skills

Simon Willison ให้ ChatGPT Work เขียนเว็บแฉเครื่องมือของตัวเอง — ได้ทูล 232 ตัวกับ skill 44 ตัวที่ OpenAI ไม่เคยลงเอกสาร รวมถึงคอนเทนเนอร์ที่ต่อเน็ตได้ทั้งอินเทอร์เน็ต

อ่าน 7 นาที ที่มา: Simon Willison's Weblog

OpenAI เปิดตัว ChatGPT Work เมื่อ 9 ก.ค. 2026 แล้วแก้ไขปรับเปลี่ยนมันเรื่อย ๆ นับแต่นั้น จนกลายเป็นผลิตภัณฑ์ที่ Simon Willison นิยามว่า “สับสนอย่างยิ่งและทรงพลังมาก” เขาเขียนสรุปสิ่งที่ตัวเองหาเจอลงบล็อกเมื่อ 30 ส.ค. 2026 และวันถัดมาก็ทำสิ่งที่ตรงประเด็นกว่านั้น — สั่งให้ ChatGPT Work สร้างเว็บไซต์ที่ลิสต์เครื่องมือทุกตัวของตัวมันเอง ออกมา

ผลลัพธ์คือหน้าอ้างอิงที่ระบุ snapshot วันที่ 31 ส.ค. 2026 ว่ามี ทูล 232 ตัว (tool interfaces) และ skill เต็มฉบับ 44 ตัว — ในบทความเขานับได้ 223 ทูลตอนที่เขียน โดยหกตัวในนั้นเป็น MCP ส่วนตัวของเขาเองที่เสิร์ฟผ่าน datasette-mcp เว็บถูกสั่งให้เติมหน้า skill เข้าไปทีหลัง ตัวเลขบนหน้าเว็บจึงเป็นภาพล่าสุดที่นับได้ ณ วันที่ระบุ

ประเด็นของงานนี้ไม่ใช่ตัวเลข แต่คือ ผู้ใช้ต้องให้ผลิตภัณฑ์เขียนเอกสารของตัวเองถึงจะรู้ว่ามันทำอะไรได้ อย่างที่ Willison สรุปว่า “ถ้าเอกสาร ChatGPT Work มี system prompt กับ tool description อยู่ในนั้น ผมก็ไม่ต้องเขียนโพสต์นี้"

"ChatGPT Work” คือสองผลิตภัณฑ์คนละตัวที่ใช้ชื่อเดียวกัน

จุดสับสนที่ใหญ่ที่สุดถูกแยกไว้ตั้งแต่ต้นบทความ:

  • Work Cloud — รันบนคลาวด์ เข้าผ่าน chatgpt.com หรือแอปมือถือ (และผ่านแอปเดสก์ท็อปได้ด้วยเมนู “Where should this chat run?”) นี่คือตัวที่น่าสนใจกว่า
  • Work Local — อยู่ในแอปเดสก์ท็อป ตัวที่เมื่อก่อนชื่อ Codex เข้าถึงไฟล์และรันโปรแกรมบนเครื่องคุณโดยตรง Willison บอกตรง ๆ ว่ามัน “เหมือน Codex ที่ถูกทาสีใหม่ให้ดูไม่น่ากลัวสำหรับคนที่ไม่ใช่นักพัฒนา”

ทั้งสองตัวเปิดให้เฉพาะผู้สมัครระดับ $20/เดือนขึ้นไป — ผู้ใช้ฟรีและแพ็ก Go $8/เดือนไม่มีสิทธิ์

คำตอบอย่างเป็นทางการของ OpenAI ว่าควรใช้ Chat หรือ Work เมื่อไร (“ใช้ Chat เมื่อต้องการคำตอบ คำอธิบาย การระดมสมอง หรือร่างสั้น ๆ ใช้ Work เมื่อต้องการให้ทำงานที่มีผลลัพธ์ชัดเจน”) ถูก Willison ตีตกว่าแทบไร้ประโยชน์ เพราะเขาใช้ Chat ทำงานทุกหมวดที่ว่ามานั้นมาหลายปีแล้ว คำถามที่ใช้ได้จริงคือ Work มีฟีเจอร์อะไรที่ Chat ไม่มี

ของจริงที่ Chat ไม่มี: เน็ตไม่จำกัดโดเมน, Chrome เต็มตัว, ไฟล์ระบบที่ไม่หายไปไหน

หลังทดลองอย่างละเอียด เขาสรุปรายการได้เจ็ดข้อ และสามข้อแรกคือของที่เปลี่ยนวิธีทำงานจริง

1. คอนเทนเนอร์รันโค้ดที่ออกอินเทอร์เน็ตได้ — นี่คือข้อที่เขาตื่นเต้นที่สุดในฐานะแฟน Code Interpreter มาตั้งแต่ปี 2023 ChatGPT Chat ทำไม่ได้ เพราะ proxy จะบล็อกการติดตั้งแพ็กเกจหรือเรียก API ภายนอก ที่ควรอ่านคือการเทียบตรง ๆ กับคู่แข่ง: คอนเทนเนอร์ของ Claude เปิดให้ต่อเน็ตแบบจำกัดมาตั้งแต่เปิดตัวเมื่อ ก.ย. ปีที่แล้ว แต่ allowlist สั้นมาก — ลง PyPI/npm และ clone จาก GitHub ได้ แค่นั้น ส่วน ChatGPT Work ตั้งค่ารายการโดเมนที่อนุญาตได้ แต่ค่าเริ่มต้นดูเหมือนจะเปิดหมด ผลคือคุณสั่งให้มัน clone รีโปจาก GitHub ติดตั้ง dependency แล้วเอาไปคุยกับเว็บอื่นทั้งอินเทอร์เน็ตได้เลย

2. เบราว์เซอร์ Chrome แบบ headless เต็มตัว — เปิดเว็บ กรอกฟอร์ม ถ่ายภาพหน้าจอ และรัน JavaScript บน DOM ได้ ตัวอย่างที่เขาลอง: สั่งว่า “โหลด simonwillison.net แล้วดึงหัวข้อออกมาด้วย JavaScript” แล้วมันรัน await tab.playwright.evaluate(...) ให้จริง จุดที่ออกแบบมาดีคือ ถ้าเว็บต้องล็อกอิน เบราว์เซอร์จะให้ผู้ใช้เข้ามาพิมพ์รหัสผ่านและ 2FA เอง โดยไม่ต้องส่งข้อมูลนั้นผ่านโมเดล

3. ไฟล์ระบบที่คงอยู่และแชร์ข้ามเซสชัน — Chat ได้ไฟล์ระบบใหม่ทุกครั้งที่เปิดแชต แต่ Work ให้โฟลเดอร์ scratch ต่อเซสชัน (เช่น /workspace/scratch/e00a0a017944) ที่ยังอยู่ข้ามการสนทนา Willison บอกว่าตอนนี้เขามี 171 โฟลเดอร์ ใน /workspace/scratch และเท่าที่ดู วอลุม /workspace ถูกเมานต์ให้ทุกเซสชันที่กำลังรันอยู่พร้อมกัน — แก้ไฟล์จากเซสชันหนึ่ง อีกเซสชันเห็นทันที

ที่เหลือคือ: เลือกรุ่นได้เอง (GPT-5.6 Sol/Luna/Terra แต่ละตัวมีระดับ reasoning ตั้งแต่ Light ถึง Ultra ส่วน Chat ให้เลือกได้แค่ Instant/Medium/High/Extra High/Pro), การ publish ChatGPT Sites ที่ deploy จริงบน Cloudflare Workers พร้อม D1 และ R2, การรัน sub-agent แบบขนาน และ scheduled automations เขาเชื่อว่าเซสชัน Work ถูกคิดโควตาจาก Codex allowance ไม่ใช่โควตาของ Chat ซึ่งน่าจะอธิบายว่าทำไมรายการรุ่นถึงต่างกัน

44 skill ที่ไม่มีในเอกสาร และคำถามเรื่อง lethal trifecta

รายการทูลชุดแรกทำให้เขาสงสัย เพราะทูลเดียวที่เกี่ยวกับเบราว์เซอร์คือ web.run ซึ่งมีแค่ค้นหา/เปิด URL/คลิกลิงก์ ไม่เหมือนของที่เขาเพิ่งใช้ควบคุม Chrome จริง ๆ เขาจึงสั่งเซสชันเดิมให้ “เพิ่มสำเนาเต็มของทุก skill ลงเว็บ” แล้วพบว่า ChatGPT Work ใช้ skill อยู่ 44 ตัว

skill ชื่อ control-browser เป็นตัวที่เฉลยกลไก: การคุมเบราว์เซอร์ต้องรันโค้ดผ่าน Node REPL (mcp__node_repl__js) แล้วเรียก agent.browsers.* โดยเอกสารสั่งว่า ต้อง อ่านผลของ await browser.documentation() ให้ครบก่อนเริ่มใช้ — Willison เลยสั่งให้เอาผลของคำสั่งนั้นแปะลงหน้าเว็บด้วยเสียเลย ตัวอื่นที่น่าสนใจได้แก่ documents (สร้าง .docx), imagegen, pdf (อ่านและเรนเดอร์), spreadsheets (.xlsx/.xls/.csv/.tsv) และหมวดใหญ่อย่าง GitHub, Gmail, Google Calendar และ data analytics

ส่วนที่เขาทิ้งเป็นคำถามเปิดคือความปลอดภัย โมเดล lethal trifecta ของเขาเตือนถึงระบบเอเจนต์ที่มีสามอย่างพร้อมกัน — เข้าถึงข้อมูลส่วนตัวได้, สัมผัสเนื้อหาที่ไม่น่าเชื่อถือ, และมีช่องทางส่งข้อมูลออก ChatGPT Work มีครบทั้งสาม และเขาบอกตรง ๆ ว่าอยากได้ยินจาก OpenAI มากกว่านี้ว่าป้องกัน prompt injection อย่างไร โดยเดาว่าคำตอบคงเป็นกลไก auto-review เดียวกับที่ Codex ใช้

มุมมอง AI Curator

สองข่าวที่เราลงวันนี้บังเอิญเป็นด้านหัวและก้อยของเหรียญเดียวกัน ฝั่งหนึ่งคือนักวิจัยพิสูจน์ว่า classifier ของ Claude Code ไม่ใช่กำแพงความปลอดภัย อีกฝั่งคือ ChatGPT Work ที่ให้คอนเทนเนอร์ต่อเน็ตได้ทั้งอินเทอร์เน็ตโดยดีฟอลต์ พร้อม Chrome เต็มตัวและไฟล์ระบบที่แชร์ข้ามเซสชัน — แล้วไม่มีเอกสารสาธารณะบอกว่าทูล 232 ตัวนั้นมีอะไรบ้าง สำหรับทีมที่ต้องตอบคำถาม compliance ในไทย นี่คือปัญหาที่จับต้องได้: คุณไม่สามารถอนุมัติเครื่องมือที่คุณอ่านรายการความสามารถของมันไม่ได้

จุดที่ผมคิดว่าสำคัญที่สุดคือ /workspace ที่ถูกเมานต์ร่วมกันข้ามเซสชันที่รันอยู่พร้อมกัน ในทางปฏิบัติแปลว่าไฟล์จากงานหนึ่ง (ที่อาจเป็นข้อมูลลูกค้า) อยู่ในระยะที่อีกเซสชันหนึ่ง (ที่กำลังอ่านเว็บภายนอกอยู่) เอื้อมถึงได้ — ซึ่งประกอบเป็น lethal trifecta ครบสูตรพอดี ทีมที่รับงานลูกค้าหลายรายบนบัญชีเดียวควรถือว่านี่เป็นความเสี่ยงที่ต้องออกแบบรอบ ๆ ไม่ใช่รายละเอียดปลีกย่อย

อีกเรื่องที่ควรพูดคือแบบแผนที่กำลังกลายเป็นเรื่องปกติ — การเอาโมเดลมาเป็นเครื่องมือ reverse engineering ตัวมันเอง วิธีของ Willison ไม่ได้เจาะระบบอะไรเลย เขาแค่พิมพ์ว่า “สร้างเว็บที่ลิสต์ทูลทุกตัวของเธอ จัดหมวด อธิบายว่าแต่ละตัวทำอะไร คัดลอกอาร์กิวเมนต์และคำอธิบายให้ตรงที่สุด” แล้วผลิตภัณฑ์ก็เขียนเอกสารที่ผู้ผลิตเลือกจะไม่เผยแพร่ออกมาเอง — และ deploy ขึ้นเว็บด้วยฟีเจอร์ ChatGPT Sites ของตัวเองอีกที ตราบใดที่ผู้ผลิตยังซ่อน system prompt กับ tool description ไว้ ชุมชนก็จะได้เอกสารแบบนี้อยู่ดี เพียงแต่มันจะไม่มีการรับประกันความถูกต้อง ไม่มีเวอร์ชัน และเปลี่ยนใต้เท้าเราได้ทุกเมื่อ ซึ่งแย่กว่าการที่ผู้ผลิตลงเอกสารเองตั้งแต่แรกสำหรับทุกฝ่าย

สุดท้าย สังเกตความไม่สมมาตรที่ Willison ชี้ไว้เงียบ ๆ: Anthropic เลือก allowlist โดเมนสั้น ๆ ส่วน OpenAI เลือกเปิดหมดเป็นค่าเริ่มต้นแล้วให้ตั้งค่าจำกัดทีหลัง สองทางเลือกนี้ให้ประสบการณ์นักพัฒนาต่างกันคนละโลก และคนที่จะเจอผลของมันก่อนไม่ใช่วิศวกร แต่คือคนตอบแบบสอบถาม vendor risk assessment

แหล่งข่าว

บทความนี้เรียบเรียงจากแหล่งข่าวต้นทาง — Simon Willison's Weblog

เนื้อหาบน blog นี้สร้างโดย AI โดยมีการกำกับบรรณาธิการจากมนุษย์

อ่านเพิ่มในหมวด AI Skills

Anthropic แนะ “ยุบ subagent กลับเข้า agent loop เดียว” พร้อมปล่อย single-agent-loop-kit เป็น skill ของ Claude Code ที่ช่วย audit ระบบ multi-agent แล้วพับทีละตัวโดยวัดด้วย eval ก่อน-หลัง
AI Skills

Anthropic แนะ “ยุบ subagent กลับเข้า agent loop เดียว” พร้อมปล่อย single-agent-loop-kit เป็น skill ของ Claude Code ที่ช่วย audit ระบบ multi-agent แล้วพับทีละตัวโดยวัดด้วย eval ก่อน-หลัง

บทความ 22 ต.ค. จากทีม Applied AI ของ Anthropic บอกว่า agent ตัวเดียวที่โหลด skill และ tool เมื่อจำเป็น มักให้คุณภาพดีกว่า ถูกกว่า และเร็วกว่าการแตก subagent ตามผังองค์กร ลูกค้ารายหนึ่งเร็วขึ้นราว 2 เท่า พร้อมปล่อย single-agent-loop-kit (Apache-2.0) เป็น skill ที่ audit ระบบเดิมแล้วพับ subagent ทีละตัว และเก็บไว้เฉพาะตัวที่ eval บอกว่ายังจำเป็น

· อ่าน 5 นาที
MCP TypeScript SDK 2.4.0 เป็น SDK ทางการตัวแรกที่ปล่อย Skills over MCP (SEP-2640) ใน release จริง — loadSkills() เสิร์ฟทั้งโฟลเดอร์ SKILL.md, SkillsClient ตรวจ digest ทุกไฟล์ ส่วน Python/C# merge แล้วแต่ยังไม่ออก release
AI Skills

MCP TypeScript SDK 2.4.0 เป็น SDK ทางการตัวแรกที่ปล่อย Skills over MCP (SEP-2640) ใน release จริง — loadSkills() เสิร์ฟทั้งโฟลเดอร์ SKILL.md, SkillsClient ตรวจ digest ทุกไฟล์ ส่วน Python/C# merge แล้วแต่ยังไม่ออก release

23 ต.ค. 2026 MCP TypeScript SDK 2.4.0 ปล่อยการรองรับ Skills extension (SEP-2640) ทั้งฝั่ง server และ client เป็น SDK อ้างอิงตัวแรกที่เอาฟีเจอร์นี้ขึ้น release จริง หลังสเปกขึ้นสถานะ Final มาตั้งแต่ 13 ก.ย. ทำงานได้ทั้งโปรโตคอล 2025-11-25 และ 2026-07-28 แต่ attach() ยังเป็น experimental

· อ่าน 5 นาที
Anthropic ยก Agent Skills (มาตรฐาน SKILL.md) ให้ Agentic AI Foundation ใต้ Linux Foundation ต่อจาก MCP — 70+ แพลตฟอร์มรองรับแล้ว ทั้ง ChatGPT, Cursor, Copilot และ VS Code
AI Skills

Anthropic ยก Agent Skills (มาตรฐาน SKILL.md) ให้ Agentic AI Foundation ใต้ Linux Foundation ต่อจาก MCP — 70+ แพลตฟอร์มรองรับแล้ว ทั้ง ChatGPT, Cursor, Copilot และ VS Code

เมื่อ 22 ต.ค. 2026 Anthropic มอบมาตรฐาน Agent Skills ให้ Agentic AI Foundation (AAIF) ใต้ Linux Foundation พร้อมชื่อ โลโก้ GitHub org และโดเมน agentskills.io มาตรฐานจะมี Technical Steering Committee จากหลายบริษัทดูแล และมี maintainer จาก Anthropic, Google, OpenAI ที่ทำงานในนามบุคคล roadmap แรกที่เสนอคือ versioned release, กระบวนการ proposal และแนวทาง security สำหรับคนเขียนและติดตั้ง skill

· อ่าน 4 นาที