Artificial Analysis เปลี่ยนสูตร Intelligence Index เป็น v4.2 — วันก่อนหน้า GPT-6 Astra เสมอ Sol ที่ 61 คะแนน วันถัดมากลายเป็นนำ 4 คะแนน โดยที่ไม่มีโมเดลไหนเปลี่ยนเลย
เมื่อ 4 กันยายน 2026 Artificial Analysis ประกาศ Intelligence Index v4.2 โดยอธิบายว่าเป็นการอัปเดตระหว่างทางที่ดึงบางส่วนของ v5 มาใช้ก่อน เพราะ “แนวหน้าขยับเร็วมากในไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา” — v4 เปิดตัวเมื่อเดือนมกราคม คือผ่านมาแล้วแปดเดือน
ข่าวนี้ดูเหมือนบันทึกการอัปเดตเครื่องมือวัดธรรมดา แต่ถ้าอ่านคู่กับบทความของ Artificial Analysis เองที่เผยแพร่ก่อนหน้านั้นหนึ่งวัน จะเห็นสิ่งที่นักพัฒนาทุกคนที่เคยเลือกโมเดลจากสกรีนช็อตลีดเดอร์บอร์ดควรเห็น
ตัวเลขเดียวกัน โมเดลเดียวกัน ห่างกันหนึ่งวัน
3 กันยายน — บทความ Benchmarking GPT-6 Astra เขียนไว้ตรง ๆ ว่า
“GPT-6 Astra ทำคะแนนเท่ากับ GPT-5.6 Sol ใน Index ที่ 61 ซึ่งต่ำกว่า Claude Fable 5.1 (max with fallback) อยู่ 5 คะแนน และโมเดลนี้ยังตามหลัง Muse Spark 1.3 (max) ของ Meta ที่เพิ่งปล่อยด้วย”
4 กันยายน — ประกาศ Index v4.2 เขียนว่า
“Claude Fable 5.1 ของ Anthropic นำ Index ตามด้วย GPT-6 Astra ของ OpenAI ซึ่งได้เพิ่มขึ้น 4 คะแนนเหนือ GPT-5.6 Sol ส่วน Meta เป็นแล็บอันดับสาม ตามด้วย SpaceXAI, Moonshot/Kimi, Z.AI และ Google”
ระหว่างสองย่อหน้านี้ ไม่มีโมเดลไหนถูกเทรนใหม่ ไม่มีใครปล่อยเช็คพอยต์ใหม่ ไม่มีการเปลี่ยนราคา สิ่งเดียวที่เปลี่ยนคือตะกร้าเบนช์มาร์กที่ใช้คำนวณคะแนน จากเสมอกลายเป็นนำ 4 คะแนน และจากตามหลัง Muse Spark 1.3 กลายเป็นอยู่เหนือขึ้นมา
v4.2 เปลี่ยนอะไรบ้าง
| การเปลี่ยนแปลง | รายละเอียด |
|---|---|
| เพิ่ม AA-Briefcase | งานความรู้เชิงเอเจนต์ที่ผู้เชี่ยวชาญในอุตสาหกรรมสร้าง โปรเจกต์ระดับหลายสัปดาห์ งานย่อยเชื่อมโยงกัน ไฟล์ต้นทางหลายพันไฟล์ ให้คะแนนแบบ rubric + pairwise มีชุดทดสอบลับ |
| เพิ่ม GDP.pdf | สร้างโดย Surge AI — อ่านเอกสารวิชาชีพ 100 ไฟล์ PDF, 4,592 หน้า, 10 โดเมน ตัดสินด้วย เกณฑ์ย่อย 1,275 ข้อที่ผู้เชี่ยวชาญเขียน และคะแนนพาดหัวคือ All-pass Rate ที่ให้คะแนนต่อเมื่อผ่านทุกเกณฑ์ |
| ถอด GPQA Diamond | ระบุเหตุผลเองว่า “อิ่มตัวไปแล้ว” |
| น้ำหนักชุดทดสอบลับ | ขึ้นเป็น 40% ของ Index หรือ สองเท่าของ v4.1 ครอบคลุม AA-Briefcase, AA-Omniscience และเฉลยของ CritPt โดยระบุว่าจะเพิ่มอีกใน v5 |
| ปรับระบบให้คะแนน | AA-LCR v1.1 เพิ่ม system prompt สำหรับผู้ตรวจและแก้ข้อผิดพลาดในเฉลย, GDPval-AA v2 และ AA-Briefcase ปรับ sampling และ re-anchor สเกล Elo, SciCode แก้แซนด์บ็อกซ์ให้โค้ดที่ถูกแต่ช้าไม่ถูกนับว่าตก |
ต้องพูดให้เป็นธรรม: นี่ไม่ใช่การจัดฉาก Artificial Analysis เปิดเผยรายการเปลี่ยนแปลงทั้งหมดต่อสาธารณะ, GPQA Diamond อิ่มตัวจริงและการถอดออกเป็นการตัดสินใจเชิงวิธีวิทยาที่ถูกต้อง, และการเพิ่มชุดทดสอบลับเป็น 40% คือมาตรการต้านการปั่นคะแนนที่ตรงเป้าที่สุดเท่าที่ผู้จัดอันดับอิสระจะทำได้
แต่ข้อเท็จจริงเชิงกลไกก็ยังอยู่: AA-Briefcase คือเบนช์มาร์กที่ Astra ได้เพิ่มราว 80 Elo เหนือรุ่นก่อน (ตัวเลขจากบทความ 3 ก.ย. ของ AA เอง และประกาศ v4.2 ระบุ ~85 Elo) แล้วมันถูกใส่เข้าไปในสูตร Index ขณะที่ GDPval-AA v2 ซึ่ง Astra ตกลงราว 80 Elo ยังอยู่ในสูตรเหมือนเดิม และ GPQA Diamond ที่ถูกถอดออกก็เป็นข้อสอบวิทยาศาสตร์ที่โมเดลรุ่นเก่าเก็บคะแนนได้ไม่ต่างกันมากแล้ว องค์ประกอบของตะกร้าเปลี่ยน อันดับก็เปลี่ยน — นี่คือคณิตศาสตร์ ไม่ใช่การกล่าวหา
ตัวเลขที่ไม่มีใครพาดหัว: ผู้นำได้ 33.2%
GDP.pdf เป็นเบนช์มาร์กใหม่ที่เข้ามาพร้อม v4.2 และผลของมันน่าสนใจกว่าการจัดอันดับมาก
| โมเดล | GDP.pdf (All-pass Rate) |
|---|---|
| GPT-6 Astra | 33.2% |
| GPT-5.6 Sol | 28.2% |
| Claude Fable 5.1 | 26.2% |
อ่านคอลัมน์ขวาให้ดี โมเดลที่ดีที่สุดในโลกทำงานอ่านเอกสารวิชาชีพผ่านครบทุกเกณฑ์ได้หนึ่งในสามของโจทย์ ที่เหลือสองในสามคือ “พลาดอย่างน้อยหนึ่งเกณฑ์จาก 1,275 เกณฑ์” ซึ่งสำหรับคนที่กำลังสร้างไปป์ไลน์ดูดข้อมูลจากสัญญา งบการเงิน หรือเอกสารราชการ นี่คือตัวเลขที่ตรงกับงานของคุณมากกว่าคะแนน Index รวมหลายเท่า
ในทางเดียวกัน ประกาศ v4.2 ระบุว่า Claude Fable 5.1 และ Opus 5 นำใน AA-Briefcase ตามด้วย GPT-6 Astra และ Muse Spark 1.3 — คือถ้าคุณสนใจงานเชิงเอเจนต์ระยะยาว อันดับหนึ่งไม่ใช่ตัวเดียวกับที่นำ GDP.pdf และไม่ใช่ตัวเดียวกับที่นำ Coding Agent Index (ซึ่งบทความ 3 ก.ย. ระบุว่า Fable 5.1 ใน Claude Code นำที่ 70 ส่วน Astra ใน Codex ได้ 67)
เส้นแบ่งราคาที่ยังไม่เปลี่ยน
สิ่งที่ v4.2 ไม่ได้เปลี่ยนคือเศรษฐศาสตร์ ซึ่งบทความวันที่ 3 ก.ย. วางไว้ชัดแล้วว่า Astra ราคา $10/$50 ต่อล้านโทเคน หรือ 2.5 เท่าของ Sol ที่ $4/$20 และ “แพงกว่ารุ่นก่อน 75% ต่องานหนึ่งชิ้นที่ระดับความพยายามสูงสุด” แม้จะใช้โทเคนเอาต์พุตน้อยลงราว 10% ก็ตาม ส่วนฝั่ง Coding Agent Index กลับเป็นคนละเรื่อง — ที่นั่น Astra ประหยัดโทเคนกว่า Sol ถึง 70% ใช้โทเคนราวหนึ่งในสาม และมีต้นทุนต่องานน้อยกว่าครึ่งของ Claude Fable 5 ที่คะแนนเท่ากัน
อีกตัวเลขที่ควรจำจากบทความเดียวกันคือ AA-Omniscience: อัตราการหลอนของ Astra ลดจาก 92% เหลือ 51% ที่ระดับ max โดยความแม่นยำเพิ่มขึ้น 4 คะแนนไปพร้อมกัน — ดีขึ้นจริงและดีขึ้นมาก แต่ 51% ก็ยังแปลว่าเมื่อมันตอบผิด มันยังเลือกที่จะเดามากกว่าจะบอกว่าไม่รู้ในครึ่งหนึ่งของกรณี
มุมมอง AI Curator
บทเรียนปฏิบัติมีข้อเดียวและสำคัญมาก: ห้ามเทียบคะแนน Index ข้ามเวอร์ชัน ถ้าคุณมีสไลด์ที่พล็อตคะแนน Artificial Analysis ของโมเดลย้อนหลังหนึ่งปีเป็นกราฟเส้น กราฟนั้นผิด เพราะแกน y เปลี่ยนนิยามไปแล้วหลายครั้ง และมันจะเปลี่ยนอีกเมื่อ v5 มา ดัชนีแบบนี้ วัดอันดับ ณ วันหนึ่ง ไม่ใช่อนุกรมเวลา — และเนื่องจากเบนช์มาร์กที่ “อิ่มตัว” จะถูกถอดออกเสมอ ดัชนีจึงมีอคติเชิงโครงสร้างไปทางสิ่งที่ยังยากอยู่ตอนนี้ ซึ่งแปลว่ามันจะดูเหมือนความก้าวหน้าช้ากว่าความเป็นจริงเสมอ
เรื่องนี้เป็นข่าวชิ้นที่สามใน 48 ชั่วโมงที่พูดเรื่องเดียวกันจากคนละมุม เมื่อวานเราเขียนถึง IFM ที่ประกาศเองว่าคะแนน Terminal-Bench 70.2 ของตัวเองมีการโกงปนอยู่ เหลือ 66.9 และเช้าวันนี้ก็มีรายงานของ DeepMind ที่เอเจนต์ 100 ตัวเจาะตัวตรวจของงานวิจัยจนบอร์ดถูกเคลียร์ใน 27 นาที จุดร่วมคือผู้ตัดสิน ไม่ใช่ผู้เข้าแข่งขัน และการที่ Artificial Analysis ขยับน้ำหนักชุดทดสอบลับจาก 20% เป็น 40% คือคำตอบที่ถูกต้องต่อปัญหาเดียวกันนั้น — เพราะข้อสอบที่แล็บดาวน์โหลดไปได้ คือข้อสอบที่จะเข้าไปอยู่ในชุดเทรนไม่ช้าก็เร็ว ไม่ว่าจะตั้งใจหรือไม่
สำหรับทีมในไทยและ SEA ที่ต้องเลือกโมเดลจริงภายใต้งบจริง เราแนะนำแบบเดิมที่เคยเขียนไว้ตอนพูดถึง Optima เมื่อ 16 สิงหาคม และวันนี้มีหลักฐานหนักแน่นขึ้นอีก: สร้างชุดทดสอบส่วนตัวของคุณเอง 30–50 ข้อจากงานจริงที่คุณทำ แล้ววัดเอง เพราะสิ่งที่ Artificial Analysis เพิ่งทำในเวอร์ชันนี้ — เอาข้อสอบที่อิ่มตัวออก เพิ่มชุดลับ ใช้งานที่เหมือนงานจริง — คือสิ่งเดียวกับที่ทีมของคุณควรทำในสเกลเล็ก และมันตอบคำถามที่ Index ตอบไม่ได้อยู่ดี เช่นโมเดลไหนอ่านเอกสารภาษาไทยที่สแกนมาเป็นภาพได้ดีกว่ากัน ซึ่งไม่มีเบนช์มาร์กสาธารณะตัวไหนในตะกร้านี้วัดให้เลยสักตัว
สุดท้าย ข้อสังเกตที่ควรอ่านคู่กับตารางอันดับแล็บ: Google อยู่อันดับเจ็ด ในรายชื่อที่ประกาศ v4.2 ไล่มา ทั้งที่บทความของ Artificial Analysis เองเมื่อ 2 ก.ย. ระบุว่า Gemini 3.8 Flash ทำ 59 คะแนนและอยู่บนเส้น Pareto ของ Intelligence เทียบกับ Cost per Task — เพราะอันดับแล็บวัดจากโมเดลตัวท็อป ไม่ได้วัดจากความคุ้มค่า ถ้าเกณฑ์ตัดสินของคุณคือคะแนนต่อบาท ลำดับที่คุณควรใช้เป็นคนละลำดับกับที่อยู่บนพาดหัวโดยสิ้นเชิง
แหล่งข่าว
อ่านเพิ่มในหมวด เครื่องมือนักพัฒนา
Betelgeuse รัน Qwen3.8 Flash Next ขนาด 68GB บน RTX 3060 กับแรม 16GB ส่วน Basalt วัดให้เห็นว่าเอนจินที่เร่งด้วยแฟล็กลัดทำให้โมเดลลืมของ
Betelgeuse ฟอร์ก llama.cpp ที่เปิดเมื่อ 31 ต.ค. ดึง expert จาก NVMe เข้า VRAM ตามต้องการ อ้าง 22 tok/s แบบไม่ทิ้ง expert แต่ README เตือนเองว่ายังทดลองและตัวเลขมาจากคนละรอบ วันเดียวกันผู้พัฒนา Basalt เผยผลวัดว่าแฟล็กเร่งความเร็วทำคุณภาพ Q8 ตกไปใกล้ Q2
กฎห้ามโคลนเกมของ Claude Code เริ่มกระทบงานจริง บริษัทรับทำเกมกระดานร้องงานลูกค้าหยุด แต่รายงานหลายชิ้นปนกับตัวกรองไซเบอร์คนละเรื่อง
ต่อจากที่เราพบกฎนี้ในไบนารี Claude Code ผู้ใช้เริ่มรายงานว่างานเชิงพาณิชย์ถูกปฏิเสธ และ Tom's Hardware กับ Mashable หยิบไปรายงาน แต่เมื่อไล่ issue ที่อ้างถึง พบว่าหลายรายการเกิดก่อนกฎจะมา จึงน่าจะเป็นตัวกรองด้านไซเบอร์ ส่วน Anthropic ยังไม่ชี้แจง
Claude Code ส่ง transcript ของ background agent ให้โมเดลทุก ~30 วินาทีเพื่อเขียนสถานะ 3–5 คำ ผู้วัดรายงานกินราว 16% และยังปิดแบบทางการไม่ได้
รายงานอิสระพบว่าฟีเจอร์ agent_summary ของ Claude Code ส่ง transcript เต็มของ background agent ไปถามสถานะทุก ~30 วินาที คิดเป็น 16.4% ของค่าใช้จ่ายในระบบของผู้วัด Issue เปิดมาตั้งแต่ ส.ค. ยังไม่มีสวิตช์ปิดที่รองรับ เราตรวจพบโค้ดนี้ใน 2.1.314 และพบกฎใหม่เรื่องเกมที่ไม่อยู่ใน changelog