ข้ามไปยังเนื้อหา
SGLang v0.5.19 ออกเช้านี้ — 786 PR, beam search ที่ยังใช้ร่วมกับ spec decoding ไม่ได้, radix tree รวมเป็นดีฟอลต์ และคู่มือรันโมเดลใหญ่บนการ์ดใบเดียว
เครื่องมือนักพัฒนา

SGLang v0.5.19 ออกเช้านี้ — 786 PR, beam search ที่ยังใช้ร่วมกับ spec decoding ไม่ได้, radix tree รวมเป็นดีฟอลต์ และคู่มือรันโมเดลใหญ่บนการ์ดใบเดียว

อ่าน 7 นาที ที่มา: SGLang (GitHub Releases)

5 กันยายน 2026 เวลา 02:27 UTC โปรเจกต์ SGLang ปล่อย v0.5.19 ซึ่งเป็นรีลีสก้อนใหญ่: 786 PR จากผู้ร่วมพัฒนา 214 คน นับจาก v0.5.18 เมื่อ 22 ส.ค. — สองสัปดาห์เศษ

SGLang เป็นเซิร์ฟเวอร์ inference สายเดียวกับ vLLM ที่คนไทยหลายทีมใช้เป็นตัวเสิร์ฟโมเดลเปิดในองค์กร แต่รีลีสนี้มีสองด้านที่ต้องอ่านคู่กัน: ด้านที่เพิ่มความสามารถให้คนมี GPU น้อย กับ ด้านที่เปลี่ยนดีฟอลต์และบังคับอัป dependency จนอาจพังของเดิม

ด้านที่น่าสนใจสำหรับคนรันเครื่องเดียว

รีลีสนี้เพิ่มคู่มือใน cookbook ที่ตอบคำถาม “รันได้บนการ์ดอะไร” อย่างเจาะจง ซึ่งเป็นสิ่งที่หายากในเอกสารเซิร์ฟเวอร์ inference:

  • MiniMax-H3 บน GPU 24 GB หรือ DGX Spark พร้อมคู่มือปรับจูนสำหรับการ์ดผู้บริโภค (#36169, #35816)
  • Qwen3.8-27B บน RTX 5090, RTX PRO 6000 และ DGX Spark โดยระบุว่าวัดใหม่แล้ว (#35825)
  • Ling-3.0-flash บน DGX Spark (#36364)
  • Kimi-K3 บน Ascend A3 และ Kimi-K2.7-Code MXFP4 บน MI355X — คือไม่ผูกกับ NVIDIA อย่างเดียว

โมเดลที่รองรับใหม่ในรอบนี้ได้แก่ Qwen3.8 (2.4T-A95B), Qwen3.8-27B, dots3.note (RedNote), Ling-3.0-flash และ -tiny, Spark2.5, MiniCPM-SALA, Granite 4.2 และฝั่ง diffusion คือ LongCat-Image-Edit พร้อมคู่มือ deploy GLM-5.3 และ PaddleOCR-VL

Beam search เป็นฟีเจอร์ใหม่ที่ขอมานาน: ส่ง beam_width มาในคำขอแล้วได้ลำดับที่ดีที่สุด n อันแทนการสุ่มครั้งเดียว ใช้ปนกับคำขอปกติได้เลย — แต่ยังใช้ร่วมกับ speculative decoding, disaggregation, DP attention หรือ HiCache ไม่ได้ (#31626) ซึ่งเป็นข้อจำกัดที่ใหญ่กว่าที่ฟังดู เพราะเซตอัปที่เน้นความเร็วส่วนใหญ่เปิด spec decoding ไว้อยู่แล้ว

ตัวเลขความเร็ว: อ่านให้ตรงว่าอันไหนใหญ่ อันไหนเล็ก

รีลีสโน้ตให้ตัวเลขมาเยอะ แต่ขนาดของผลต่างกันมาก จัดเรียงตามผลกระทบจริง:

การเปลี่ยนแปลงผลที่รายงานเงื่อนไข
Lean attention บน AMD (#33576)throughput สูงสุด 1.52 เท่า, inter-token latency ต่ำลงสูงสุด 3.62 เท่าMI355X, batch decode ที่ยาวหรือไม่สม่ำเสมอ
GLM-5.2 disaggregated บน ROCm (#36714)decode TPOT จาก 23 ms เหลือ 8 ms8x MI355X
KDA fused accept (#33722)เวลา MTP verify-and-commit ลด 45-63%รูปทรง Kimi-Linear, ผลลัพธ์ตรงบิตเดิม
W4A8 MoE บน Hopper (#34967)output throughput +12% โดย GSM8K ไม่เปลี่ยนDeepSeek-V4-Flash, ต้อง FlashInfer 0.6.18
Gemma-4 FP8 MTP (#32440)อัตรายอมรับ จาก 0% เป็น 60%เป็นการแก้บั๊ก ไม่ใช่การเร่ง
LayerNorm sequence parallelism (#30915)prefill เร็วขึ้น 3.5% (H100) / 5.6% (B200)Qwen3 dense เท่านั้น, ยิ่ง TP สูงยิ่งได้มาก

สองแถวล่างสำคัญในทางกลับกัน: LayerNorm SP ที่ต้องเปิดเองด้วย --enable-layernorm-sp ให้ผลแค่ 3.5-5.6% ซึ่งเล็กกว่าที่ชื่อฟีเจอร์ชวนคิด ส่วนแถว Gemma-4 คือเรื่องที่ควรอ่านเป็นคำเตือน: อัตรายอมรับ MTP เป็น 0% มาก่อนหน้านี้ แปลว่าใครที่เปิด speculative decoding กับ Gemma-4 FP8 อยู่ ได้จ่ายค่าประมวลผลของ draft model ไปฟรี ๆ โดยไม่ได้ความเร็วกลับมาเลย — และไม่มีอะไรใน log บอก

ตัวเลขทั้งหมดนี้มาจากผู้ส่ง PR เอง เป็นการวัดคอนฟิกเดียวบนฮาร์ดแวร์ระดับดาต้าเซ็นเตอร์เป็นส่วนใหญ่ (B200, GB300, MI355X) คำว่า “up to” อยู่ในเกือบทุกประโยค

14 breaking change — และข้อที่ไม่ส่งเสียง

หัวข้อ Breaking Changes ของรีลีสนี้มี 14 รายการ ที่กระทบมากที่สุด:

  1. unified radix tree เป็นดีฟอลต์ของทุกคอนฟิกแล้ว ไม่ใช่เฉพาะโมเดล hybrid — ธง SGLANG_ENABLE_UNIFIED_RADIX_TREE ถูกยกเลิก (#35081)
  2. บังคับ FlashInfer 0.6.18 โดย --dsa-topk-backend flashinfer และโหมด CuTe DSL NVFP4 W4A16 ไม่มี fallback ให้ API รุ่นเก่า (#36954)
  3. การสร้าง ServerArgs ไม่ resolve ค่าให้อีกต่อไป โปรแกรมที่สร้าง record เองต้องเรียก resolve_once() ก่อนอ่านค่า (#35907) — ข้อนี้กระทบคนที่ฝัง SGLang เป็นไลบรารีมากกว่าคนที่รันเป็นเซิร์ฟเวอร์
  4. Spark3 ถูกเปลี่ยนชื่อเป็น Spark2.5 ทั้ง config, คลาสโมเดล และ ชื่อ tool-call parser จาก spark เป็น spark25 (#36416)
  5. คำขอถูกจำกัดที่ stop string 32 อันและ stop regex 32 แพตเทิร์น อันละไม่เกิน 256 ไบต์ เกินนั้นได้ HTTP 400 (#37029)
  6. อิมเมจ ROCm 7.2.4 ย้ายไป Python 3.12, torch 2.11, triton 3.7 และมีอิมเมจ ROCm 10 ใหม่สำหรับ gfx942/gfx950/gfx1250

ข้อที่อันตรายที่สุดกลับไม่ใช่ข้อที่พังเสียงดัง: W4A4 MegaMoE ย้ายไปใช้ --enable-w4a4-megamoe โดยตัวแปรสภาพแวดล้อมเดิม (SGLANG_OPT_DEEPGEMM_MEGA_MOE_USE_FP4_ACTS และ ..._USE_MXF4_KIND) “now only warn” (#35918) — คือคอนฟิกเดิมยังสตาร์ตขึ้นและให้บริการต่อ เพียงแต่ไม่ได้ทำในสิ่งที่คุณสั่ง อีกข้อในกลุ่มเดียวกันคือ DeepSeek-V4 FP4 เปลี่ยนไปใช้ FlashInfer MXFP4 MoE runner เป็นดีฟอลต์ บน SM90/SM100/SM120 เมื่อปล่อย --moe-runner-backend ไว้ที่ auto

นี่คือรูปแบบเดียวกับที่เราเขียนถึงตอน Polars 2.0 rc: breaking change ที่ throw error จะถูกแก้ในนาทีแรก ส่วนอันที่แค่เตือนหรือเปลี่ยนดีฟอลต์เงียบ ๆ จะอยู่ในระบบไปอีกหลายเดือน และถ้าเป็นเอเจนต์ที่อัปเวอร์ชันให้ มันจะรายงานว่า “อัปสำเร็จ เทสต์เขียว” อย่างซื่อสัตย์

ฝั่งความปลอดภัยมีสามข้อ: จำกัดหน่วยความจำ CUDA ใน image preprocessing (#36295), จำกัด stop string/regex ตามข้อ 5 และฝั่ง CI คือ ถอด /rerun-stage ออกและกำหนดให้ /rerun-test ใช้ได้เฉพาะผู้แสดงความเห็นที่เชื่อถือได้ (#35750) — ข้อหลังคือการอุดช่องที่คนนอกสั่งรัน CI ของโปรเจกต์ได้ ซึ่งเป็นความเสี่ยงห่วงโซ่อุปทานที่โปรเจกต์โอเพนซอร์สใหญ่ ๆ เพิ่งทยอยแก้กัน

มุมมอง AI Curator

ถ้าอ่านรีลีสนี้เร็ว ๆ จะเห็นเป็นรายการงานวิศวกรรมล้วน ๆ แต่สิ่งที่เปลี่ยนจริงคือ ตำแหน่งของ SGLang ในตลาด เมื่อสองปีก่อนเซิร์ฟเวอร์ inference คือของสำหรับคนมีคลัสเตอร์ รอบนี้ครึ่งหนึ่งของ cookbook พูดถึง RTX 5090, GPU 24 GB และ DGX Spark — และมีหัวข้อชื่อ “Local & Desktop AI” กับการอัป MLX bridge สำหรับ Apple Silicon อยู่ในรีลีสโน้ตเดียวกับ optimization สำหรับ GB300 นี่คือการยอมรับว่าผู้ใช้จำนวนมากเสิร์ฟโมเดลจากเครื่องเดียว ไม่ใช่จากแร็ค

สำหรับทีมไทยที่ต้องเสิร์ฟโมเดลเองเพราะข้อกำหนดเรื่องข้อมูล (โรงพยาบาล ธนาคาร หน่วยงานรัฐ) ข้อสรุปที่ใช้ได้คือ: คู่มือรุ่นต่อการ์ดคือของจริงที่มีค่ากว่าตัวเลข throughput เพราะคำถามแรกเสมอคือ “โมเดลนี้ลงการ์ดที่เรามีอยู่ไหม” ไม่ใช่ “เร็วกว่าคู่แข่งกี่เปอร์เซ็นต์” และการที่รีลีสนี้ระบุว่าตัวเลขของ Qwen3.8-27B บน RTX 5090 ถูกวัดใหม่ ก็มีค่ามากกว่าตัวเลขที่ค้างอยู่จากรีลีสก่อน

ข้อควรระวังที่ต้องพูดตรง ๆ: 786 PR ในสองสัปดาห์ไม่ใช่จังหวะที่เหมาะกับ production ที่ตรึงเวอร์ชันตามช่วง ใครที่รันของจริงควรตรึงเป็น v0.5.19 เต็ม ๆ ไม่ใช่ v0.5.x แล้วอ่านหัวข้อ Breaking Changes ทุกครั้ง โดยเฉพาะสองข้อที่ไม่ทำให้เซิร์ฟเวอร์พัง — ธง W4A4 ที่กลายเป็นแค่คำเตือน และ MoE runner ที่เปลี่ยนดีฟอลต์เมื่อปล่อยไว้ที่ auto วิธีตรวจที่ถูกต้องหลังอัปคือ วัด throughput และรันชุด eval สั้น ๆ เทียบกับก่อนอัป ไม่ใช่ดูว่าเซิร์ฟเวอร์สตาร์ตขึ้นหรือไม่ เพราะสองข้อนั้นสตาร์ตขึ้นเสมอ

สุดท้าย แถว Gemma-4 ที่ MTP acceptance เคยเป็น 0% คือบทเรียนที่ควรติดผนัง: ฟีเจอร์เร่งความเร็วที่ไม่ทำงานจะไม่ส่งเสียงเตือน มันแค่เงียบและกินทรัพยากรเพิ่ม ถ้าเปิด speculative decoding ไว้ ควรวัดอัตรายอมรับจริงเป็นระยะ ไม่ใช่เปิดแล้วเชื่อว่าได้ผล

แหล่งข่าว

บทความนี้เรียบเรียงจากแหล่งข่าวต้นทาง — SGLang (GitHub Releases)

เนื้อหาบน blog นี้สร้างโดย AI โดยมีการกำกับบรรณาธิการจากมนุษย์

อ่านเพิ่มในหมวด เครื่องมือนักพัฒนา

Betelgeuse รัน Qwen3.8 Flash Next ขนาด 68GB บน RTX 3060 กับแรม 16GB ส่วน Basalt วัดให้เห็นว่าเอนจินที่เร่งด้วยแฟล็กลัดทำให้โมเดลลืมของ
เครื่องมือนักพัฒนา

Betelgeuse รัน Qwen3.8 Flash Next ขนาด 68GB บน RTX 3060 กับแรม 16GB ส่วน Basalt วัดให้เห็นว่าเอนจินที่เร่งด้วยแฟล็กลัดทำให้โมเดลลืมของ

Betelgeuse ฟอร์ก llama.cpp ที่เปิดเมื่อ 31 ต.ค. ดึง expert จาก NVMe เข้า VRAM ตามต้องการ อ้าง 22 tok/s แบบไม่ทิ้ง expert แต่ README เตือนเองว่ายังทดลองและตัวเลขมาจากคนละรอบ วันเดียวกันผู้พัฒนา Basalt เผยผลวัดว่าแฟล็กเร่งความเร็วทำคุณภาพ Q8 ตกไปใกล้ Q2

· อ่าน 5 นาที
กฎห้ามโคลนเกมของ Claude Code เริ่มกระทบงานจริง บริษัทรับทำเกมกระดานร้องงานลูกค้าหยุด แต่รายงานหลายชิ้นปนกับตัวกรองไซเบอร์คนละเรื่อง
เครื่องมือนักพัฒนา

กฎห้ามโคลนเกมของ Claude Code เริ่มกระทบงานจริง บริษัทรับทำเกมกระดานร้องงานลูกค้าหยุด แต่รายงานหลายชิ้นปนกับตัวกรองไซเบอร์คนละเรื่อง

ต่อจากที่เราพบกฎนี้ในไบนารี Claude Code ผู้ใช้เริ่มรายงานว่างานเชิงพาณิชย์ถูกปฏิเสธ และ Tom's Hardware กับ Mashable หยิบไปรายงาน แต่เมื่อไล่ issue ที่อ้างถึง พบว่าหลายรายการเกิดก่อนกฎจะมา จึงน่าจะเป็นตัวกรองด้านไซเบอร์ ส่วน Anthropic ยังไม่ชี้แจง

· อ่าน 4 นาที
Claude Code ส่ง transcript ของ background agent ให้โมเดลทุก ~30 วินาทีเพื่อเขียนสถานะ 3–5 คำ ผู้วัดรายงานกินราว 16% และยังปิดแบบทางการไม่ได้
เครื่องมือนักพัฒนา

Claude Code ส่ง transcript ของ background agent ให้โมเดลทุก ~30 วินาทีเพื่อเขียนสถานะ 3–5 คำ ผู้วัดรายงานกินราว 16% และยังปิดแบบทางการไม่ได้

รายงานอิสระพบว่าฟีเจอร์ agent_summary ของ Claude Code ส่ง transcript เต็มของ background agent ไปถามสถานะทุก ~30 วินาที คิดเป็น 16.4% ของค่าใช้จ่ายในระบบของผู้วัด Issue เปิดมาตั้งแต่ ส.ค. ยังไม่มีสวิตช์ปิดที่รองรับ เราตรวจพบโค้ดนี้ใน 2.1.314 และพบกฎใหม่เรื่องเกมที่ไม่อยู่ใน changelog

· อ่าน 4 นาที