Google รื้อ AX (Agent Executor) ใหม่ทั้งตัวใน v0.3.0 — ทิ้ง Python harness และ event log แล้วกลายเป็น "kubectl ของงานเอเจนต์" ที่เก็บสถานะใน Redis
20 ก.ย. 2026 Google ปล่อย AX v0.3.0 ซึ่งไม่ใช่การอัปเดตธรรมดา แต่เป็นการเขียนโครงสร้างโปรเจกต์ใหม่ทั้งตัว คอมมิตหลักชื่อ “Restructure AX into a general-purpose orchestration layer for agentic tasks” แตะไป 151 ไฟล์ เพิ่ม 16,191 บรรทัด ลบ 19,988 บรรทัด และโครงการที่ออกมาคือระบบจัดการงานเอเจนต์แบบประกาศ (declarative) ที่หน้าตาเหมือน Kubernetes มาก — เขียน YAML แล้ว ax apply -f task.yaml ส่วน CLI ก็ใช้ get, describe, watch, delete แบบเดียวกับ kubectl บวกคำสั่งเฉพาะเอเจนต์อย่าง ax suspend, ax resume และ ax ssh
AX (ชื่อเต็ม Agent Executor) เปิดตัวครั้งแรกเมื่อ 21 พ.ค. 2026 ใน Google Cloud Blog ในฐานะ “open-source runtime standard for agent execution” — บล็อกนี้เราไม่เคยเขียนถึงตอนนั้น โพสต์นี้จึงเป็นการตามเก็บ โดยใช้ v0.3.0 เป็นจุดตั้งต้น ปัจจุบัน repo มีดาว ~2,970 ดวง license Apache 2.0 เขียนด้วย Go และมีคำเตือนตัวใหญ่ใน README ว่ายังจะมี breaking change อีกก่อนถึงรุ่นเสถียร
สิ่งที่หายไปใน v0.3.0 บอกทิศทางได้มากกว่าสิ่งที่เพิ่มเข้ามา
ไล่ดูรายการไฟล์ที่ถูกลบในคอมมิตนี้ จะเห็นภาพชัดว่า Google ตัดอะไรทิ้งบ้าง
- Python harness ทั้งชุด (
python/antigravity/harness_server.py, proto stub ฝั่ง Python,internal/pythonsidecar/) — เดิม AX มี sidecar Python ฝังอยู่ในตัว CLI - event log บน SQL (
internal/controller/eventlog/postgres.go,sqlite.go) พร้อม manifest ของ Postgres — ซึ่งเป็นกลไกที่บล็อกเปิดตัวเมื่อ พ.ค. ยกให้เป็นหัวใจของ “durable execution” - harness แบบเจาะจงเจ้า (
internal/harness/antigravity/,antigravityinteractions/) และ ตัวโหลด skills จาก Gemini Enterprise (internal/skills/geminienterprise/) - ตัวอย่าง skills (
examples/skills/emoji,lowercase) และ proto ชุดเดิม (proto/ax.proto)
แทนที่ด้วยสามไบนารีที่แยกหน้าที่กันชัดเจน: ax-server เป็น gRPC API แบบ stateless ที่รับและตรวจ manifest, ax-controller เป็น reconciler ที่ขยายจำนวน replica ได้และดึงงานจาก Redis Streams, และ ax-task-runner ที่รันงานจริงในแซนด์บ็อกซ์
เหตุผลของการย้ายจาก CRD ไป Redis เขียนไว้ตรง ๆ ใน DESIGN.md: การเก็บงานอายุสั้นนับล้านงานเป็น Kubernetes CRD จะดัน etcd จนเกินขีด (ข้อจำกัดพื้นที่ระดับ GB หลักเดียว คอขวดด้าน write rate และ control plane เสื่อมสภาพ) นี่เป็นบทเรียนที่ทีมไหนก็ตามที่เคยคิดจะใช้ CRD เป็นคิวงานน่าจะพยักหน้าตาม
4 primitive ที่เหลืออยู่
| Kind | ทำหน้าที่อะไร |
|---|---|
Task | รันโค้ดเอเจนต์ที่ไม่น่าเชื่อถือในแซนด์บ็อกซ์ จำกัด CPU/หน่วยความจำ สร้างและทิ้งได้ถูก |
Workspace | ประกาศ Git repo, MCP server และชุด skill ที่เอเจนต์ต้องใช้ AX เตรียมให้ครบก่อนงานเริ่ม |
Gateway | กำหนด listener และ egress allowlist ว่าแซนด์บ็อกซ์ติดต่อ host/port ไหนได้บ้าง |
Model | รวมค่า config ของโมเดลและ secret ไว้ที่เดียว หมุน API key หรือ pin เวอร์ชันโมเดลด้วยการ apply ครั้งเดียว |
ฟีเจอร์ที่แปลกที่สุด (และน่าจะถกเถียงกันได้) คือ generative workspace: ใน Workspace binding ใส่ฟิลด์ goal เป็นภาษาอังกฤษธรรมดาได้ เช่น “Ensure that Go tool chain is available and is built from source” แล้วตอนบูตครั้งแรก runner จะส่ง goal นั้นให้เอเจนต์ Antigravity ไปจัดการติดตั้ง toolchain และ dependency ให้เอง โดยต้องมี GEMINI_API_KEY อยู่ในคอนเทนเนอร์ และมีเวลาให้ 10 นาทีเป็นค่าเริ่มต้น (ปรับด้วย AX_BOOTSTRAP_TIMEOUT) — น่าสังเกตว่า Antigravity ถูกถอดออกจากฐานะ harness แล้ว แต่ยังอยู่ในฐานะ ตัวติดตั้งสภาพแวดล้อม และ image ของ task runner ก็ยังต้องติดตั้ง Antigravity มาด้วย
ชั้นล่างสุด AX ไม่ได้ทำแซนด์บ็อกซ์เอง แต่รันอยู่บน Agent Substrate ซึ่งเป็นโปรเจกต์แยก (Apache 2.0, v0.1.0 เมื่อ 10 ก.ย.) ที่ระบุตัวเองว่า “This is not an officially supported Google product” Substrate ใช้ gVisor และ microVM และเคลมว่าทำ resume ได้ต่ำกว่า 500ms ที่อัตรากว่า 500 ครั้ง suspend/resume ต่อวินาที โดยอาศัยข้อเท็จจริงว่าเอเจนต์ส่วนใหญ่ “ว่าง” อยู่เกือบตลอดเวลาที่รอคำตอบจากโมเดล จึงยัดเอเจนต์จำนวนมากลงบน worker จำนวนน้อยได้
มุมมอง AI Curator
โครงการนี้บอกอะไรบางอย่างเกี่ยวกับที่ที่ต้นทุนของเอเจนต์กำลังจะไปอยู่ ในปี 2025-2026 เราคุยกันเรื่อง “framework เอเจนต์” กันมาก แต่ AX ประกาศตัวว่า ไม่ใช่ framework — มันคือชั้นรันงาน ที่โจทย์หลักคือการยัดเอเจนต์ที่นั่งรอ LLM ตอบกลับเป็นส่วนใหญ่ ให้แชร์เครื่องกันได้หนาแน่นที่สุด นี่เป็นโจทย์เดียวกับที่ทำให้ serverless เกิดขึ้นเมื่อสิบปีก่อน ความต่างคือคราวนี้ workload มีสถานะ (stateful) และต้องการ isolation ระดับเคอร์เนล เพราะโค้ดที่รันเป็นโค้ดที่โมเดลเขียนขึ้นเอง
การรื้อรอบนี้ก็เป็นเครื่องเตือนที่ดีเรื่องการอ่านข่าว: บล็อกเปิดตัวเมื่อ พ.ค. บรรยาย AX ว่ามี durable execution ผ่าน event log, trajectory branching และการ backfill ให้ไคลเอนต์ที่หลุดการเชื่อมต่อ แต่โค้ดวันนี้ไม่มีสิ่งเหล่านั้นแล้ว (ผมเช็กโดย grep ทั้ง repo หลังคอมมิต ไม่ใช่การเดาจากบทความ) เหลือแค่ suspend/resume ที่ Substrate ทำ snapshot ให้ ถ้าจะเลือกเครื่องมือ agent infra ตอนนี้ ให้เชื่อ repo ไม่ใช่บล็อกเปิดตัว และดูวันที่ commit ล่าสุดเสมอ
สำหรับทีมไทย ผมคิดว่าส่วนที่หยิบไปใช้ได้ทันทีโดยไม่ต้องติดตั้ง AX เลยคือ แนวคิด Gateway ทีมส่วนใหญ่ที่รันเอเจนต์เขียนโค้ดในองค์กร ยังให้คอนเทนเนอร์ออกเน็ตได้อิสระ ทั้งที่ควรบังคับ egress allowlist ให้เหลือแค่ผู้ให้บริการโมเดลกับ Git host ของตัวเอง — ประเด็นนี้ตรงกับเคส ZCode ที่อัปโหลดโฟลเดอร์ .git ออกนอกเครื่องแบบเงียบ ๆ เมื่อสองวันก่อนพอดี ส่วนใครที่คิดจะรัน AX จริงจัง ต้องยอมรับสองเงื่อนไข คือต้องมีคลัสเตอร์ Kubernetes พร้อม Agent Substrate Control API และต้องรับความเสี่ยงว่า API จะยังเปลี่ยนอีก — v0.3.0 ที่เพิ่งลบโค้ดไปสองหมื่นบรรทัดคือหลักฐานชิ้นล่าสุด
แหล่งข่าว
อ่านเพิ่มในหมวด เครื่องมือนักพัฒนา
Betelgeuse รัน Qwen3.8 Flash Next ขนาด 68GB บน RTX 3060 กับแรม 16GB ส่วน Basalt วัดให้เห็นว่าเอนจินที่เร่งด้วยแฟล็กลัดทำให้โมเดลลืมของ
Betelgeuse ฟอร์ก llama.cpp ที่เปิดเมื่อ 31 ต.ค. ดึง expert จาก NVMe เข้า VRAM ตามต้องการ อ้าง 22 tok/s แบบไม่ทิ้ง expert แต่ README เตือนเองว่ายังทดลองและตัวเลขมาจากคนละรอบ วันเดียวกันผู้พัฒนา Basalt เผยผลวัดว่าแฟล็กเร่งความเร็วทำคุณภาพ Q8 ตกไปใกล้ Q2
กฎห้ามโคลนเกมของ Claude Code เริ่มกระทบงานจริง บริษัทรับทำเกมกระดานร้องงานลูกค้าหยุด แต่รายงานหลายชิ้นปนกับตัวกรองไซเบอร์คนละเรื่อง
ต่อจากที่เราพบกฎนี้ในไบนารี Claude Code ผู้ใช้เริ่มรายงานว่างานเชิงพาณิชย์ถูกปฏิเสธ และ Tom's Hardware กับ Mashable หยิบไปรายงาน แต่เมื่อไล่ issue ที่อ้างถึง พบว่าหลายรายการเกิดก่อนกฎจะมา จึงน่าจะเป็นตัวกรองด้านไซเบอร์ ส่วน Anthropic ยังไม่ชี้แจง
Claude Code ส่ง transcript ของ background agent ให้โมเดลทุก ~30 วินาทีเพื่อเขียนสถานะ 3–5 คำ ผู้วัดรายงานกินราว 16% และยังปิดแบบทางการไม่ได้
รายงานอิสระพบว่าฟีเจอร์ agent_summary ของ Claude Code ส่ง transcript เต็มของ background agent ไปถามสถานะทุก ~30 วินาที คิดเป็น 16.4% ของค่าใช้จ่ายในระบบของผู้วัด Issue เปิดมาตั้งแต่ ส.ค. ยังไม่มีสวิตช์ปิดที่รองรับ เราตรวจพบโค้ดนี้ใน 2.1.314 และพบกฎใหม่เรื่องเกมที่ไม่อยู่ใน changelog