Codex CLI 0.156 เปิด worktree และโหมดเสียงเป็นค่าเริ่มต้น อุดช่องโหว่ sandbox 3 จุด — ส่วน Cline 4.1.20 เปลี่ยนโมเดล default ของ 36 provider และแก้ hook ที่ "เงียบ" ไปโดยไม่มีใครรู้
คืนวันที่ 22 ก.ย. 2026 ตามเวลา UTC มีเอเจนต์เขียนโค้ดสองตัวออกเวอร์ชันใหม่ห่างกันไม่ถึงชั่วโมง OpenAI Codex CLI 0.156.0 (19:51 UTC) กับ Cline 4.1.20 (20:45 UTC) ทั้งสองรุ่นมีจุดที่ผู้ใช้ต้องรู้ก่อนอัปเดต Codex เปลี่ยนค่าเริ่มต้นหลายอย่างและปิดช่องโหว่ sandbox ส่วน Cline เปลี่ยนโมเดลที่ใช้จริงของผู้ใช้บางกลุ่มโดยไม่แจ้งเตือน และยอมรับว่ามี hook ที่ใช้งานไม่ได้มาระยะหนึ่งโดยไม่มีใครสังเกต
Codex CLI 0.156 — ค่าเริ่มต้นเปลี่ยนหลายจุด
/tuiเลือกใช้ UI แบบเต็มจอได้ในการเปิดครั้งถัดไป ค้นหาใน transcript ได้ และเลือกหรือคัดลอกด้วยเมาส์ได้- voice conversation เปิดเป็นค่าเริ่มต้น กด F8 เพื่อเปิดหรือปิด เลือกเสียงได้ที่
/voice settingsและบน Linux/Windows มี audio runtime มาให้ในตัว /usageแดชบอร์ดแสดงการใช้งานของบัญชี จำนวน token และกิจกรรมของ plugin กับ skill- worktree เปิดเป็นค่าเริ่มต้น กรอง task ตามสถานะและสร้าง session แบบ worktree จาก agent command center ได้
- แสดง Mermaid diagram และสมการ ในคำตอบได้ และมีธีมใหม่อีก 6 แบบ
- อัปเดต background server ด้วย
/daemonหรือข้ามไปด้วย--no-daemon
ในส่วน bug fix ข้อที่สำคัญที่สุดคือ “Close sandbox isolation gaps involving inbound Windows connections, privileged Linux/macOS sockets, and writes through read-only macOS file handles.” ซึ่งครอบคลุมทั้งการบล็อกทราฟฟิกขาเข้าที่ไม่ใช่ loopback ใน offline sandbox ของ Windows, socket ที่มีสิทธิ์พิเศษบน Linux/macOS และการเขียนไฟล์ผ่าน file handle ที่เปิดแบบอ่านอย่างเดียวบน macOS คนที่ใช้ sandbox ของ Codex เป็นรั้วกันเอเจนต์ควรอัปเดต
รุ่นย่อย 0.156.1 (23 ก.ย. 02:41 UTC) เพิ่ม GPT-6 Sol และ Luna ในตัวเลือกโมเดล และเวลาชน rate limit ระบบจะแนะนำให้สลับไป GPT-6 Luna
Cline 4.1.20 — ถ้าไม่ได้ปักโมเดลไว้ โมเดลอาจเปลี่ยนแล้ว
- sub-agent ที่ถูกสร้างในขั้นเดียวกันรัน tool call พร้อมกัน ไม่ต้องรอกันทีละตัว tool ที่ต้องรันตามลำดับยังรันตามลำดับเหมือนเดิม
- งบ output เริ่มต้นเปลี่ยนเป็น 30% ของ limit แทนค่าคงที่ 32,000 token (ใช้ค่าที่มากกว่า) โมเดลที่ limit ต่ำกว่าราว 107k ไม่ได้รับผลกระทบ แต่โมเดลที่ limit ใหญ่จะตอบยาวขึ้นได้ ต้นทุนและ latency ต่อเทิร์นก็จะสูงขึ้นด้วย
- แค็ตตาล็อกโมเดลเพิ่มจาก 6,079 เป็น 6,237 รุ่น และที่สำคัญคือ “The resolved default model changes for 36 providers that do not pin one” ส่วนใหญ่จะไปลงที่ DeepSeek V4.1 Flash, GLM 5.3 Flash หรือ MiMo V2.6 Flash
ส่วนที่ควรเช็กมากที่สุดอยู่ใน Fixed: hook UserPromptSubmit และ TaskStart ไม่สามารถฉีด context ได้ เพราะ contextModification ที่ hook ส่งกลับมาถูกทิ้ง เหลือแค่ cancel ที่ยังทำงาน Cline เขียนเองว่า hook ที่ตั้งใจเพิ่มข้อมูล repo หรือกฎของทีม “silently did nothing” release note ไม่ได้บอกว่าปัญหานี้เริ่มตั้งแต่เวอร์ชันไหน รุ่นนี้ยังแก้บั๊กที่ compaction เปลี่ยนไปใช้การตัดข้อความทิ้ง (truncation) โดยไม่แจ้ง เมื่อ credential ถูก refresh ระหว่าง task ยาว และบั๊กที่ Rules panel ไม่แสดงกฎจาก .cline/rules หรือ ~/.cline/rules ทั้งที่กฎเหล่านั้นถูกส่งให้โมเดลอยู่แล้ว
มุมมอง AI Curator
สองรุ่นนี้เตือนเรื่องเดียวกัน คือ ค่าเริ่มต้นของเอเจนต์เขียนโค้ดเปลี่ยนเร็วกว่าที่ทีมส่วนใหญ่ตามทัน กรณีของ Cline ชัดที่สุด ทีมที่ใช้ provider โดยไม่ได้ปักชื่อโมเดล อาจได้โมเดลคนละตัวกับเมื่อวานหลังอัปเดต ทั้งคุณภาพ ราคา และที่สำคัญสำหรับองค์กรไทยคือ ข้อมูลถูกส่งไปที่ไหน ก็เปลี่ยนตามไปด้วย ถ้าองค์กรมีนโยบายห้ามส่งโค้ดไปผู้ให้บริการบางประเทศ ควรปักโมเดลใน config ให้ชัด ไม่ควรพึ่ง default
บั๊ก hook ที่ใช้งานไม่ได้โดยไม่แจ้งยิ่งน่ากังวล หลายทีมใช้ hook เป็นที่ใส่กฎ เช่น “ห้ามแตะโฟลเดอร์ migration” หรือ “ใช้ไลบรารีภายในเท่านั้น” ถ้า hook เหล่านี้หายไปโดยไม่มี error ก็เท่ากับรั้วที่ตั้งไว้ไม่ได้ทำงาน ข้อสรุปเชิงปฏิบัติคือ กฎที่สำคัญจริงต้องมีการทดสอบที่ยืนยันได้ว่ามันทำงาน เช่นมี task ทดสอบที่ต้องล้มถ้ากฎไม่ถูกส่งถึงโมเดล และงานที่เสี่ยงควรคุมด้วยสิทธิ์ใน environment หรือ sandbox ไม่ควรพึ่ง prompt อย่างเดียว ซึ่งก็ตรงกับที่ Codex เพิ่งอุดช่องโหว่ sandbox ไปในรุ่นนี้
แหล่งข่าว
อ่านเพิ่มในหมวด เครื่องมือนักพัฒนา
Betelgeuse รัน Qwen3.8 Flash Next ขนาด 68GB บน RTX 3060 กับแรม 16GB ส่วน Basalt วัดให้เห็นว่าเอนจินที่เร่งด้วยแฟล็กลัดทำให้โมเดลลืมของ
Betelgeuse ฟอร์ก llama.cpp ที่เปิดเมื่อ 31 ต.ค. ดึง expert จาก NVMe เข้า VRAM ตามต้องการ อ้าง 22 tok/s แบบไม่ทิ้ง expert แต่ README เตือนเองว่ายังทดลองและตัวเลขมาจากคนละรอบ วันเดียวกันผู้พัฒนา Basalt เผยผลวัดว่าแฟล็กเร่งความเร็วทำคุณภาพ Q8 ตกไปใกล้ Q2
กฎห้ามโคลนเกมของ Claude Code เริ่มกระทบงานจริง บริษัทรับทำเกมกระดานร้องงานลูกค้าหยุด แต่รายงานหลายชิ้นปนกับตัวกรองไซเบอร์คนละเรื่อง
ต่อจากที่เราพบกฎนี้ในไบนารี Claude Code ผู้ใช้เริ่มรายงานว่างานเชิงพาณิชย์ถูกปฏิเสธ และ Tom's Hardware กับ Mashable หยิบไปรายงาน แต่เมื่อไล่ issue ที่อ้างถึง พบว่าหลายรายการเกิดก่อนกฎจะมา จึงน่าจะเป็นตัวกรองด้านไซเบอร์ ส่วน Anthropic ยังไม่ชี้แจง
Claude Code ส่ง transcript ของ background agent ให้โมเดลทุก ~30 วินาทีเพื่อเขียนสถานะ 3–5 คำ ผู้วัดรายงานกินราว 16% และยังปิดแบบทางการไม่ได้
รายงานอิสระพบว่าฟีเจอร์ agent_summary ของ Claude Code ส่ง transcript เต็มของ background agent ไปถามสถานะทุก ~30 วินาที คิดเป็น 16.4% ของค่าใช้จ่ายในระบบของผู้วัด Issue เปิดมาตั้งแต่ ส.ค. ยังไม่มีสวิตช์ปิดที่รองรับ เราตรวจพบโค้ดนี้ใน 2.1.314 และพบกฎใหม่เรื่องเกมที่ไม่อยู่ใน changelog