Anthropic เล่าวิธีทำ claude.ai เร็วขึ้น 3 เท่าใน 2 สัปดาห์ — ให้ Claude ใน Slack ขุด bottleneck เอง 150 เธรดพร้อมกัน merge กว่า 3,000 PR ไม่มี rollback และเคล็ดลับ "วัดได้ = ไต่ได้"
บล็อกวิศวกรรม claude.dev เผยแพร่บทความเมื่อ 23 ก.ย. 2026 ว่าทีม claude.ai ทำให้เว็บและแอปเดสก์ท็อป เร็วขึ้นราว 3 เท่าในสปรินต์สองสัปดาห์ ช่วง 13–27 ส.ค. โดยใช้ Claude Tag (beta) (@Claude ใน Slack) ที่รัน “โมเดลวิจัยภายในระดับใกล้เคียง Opus 5.5” เป็นเพื่อนร่วมทีมในแชนเนลเดียว Claude หาคอขวด สร้าง benchmark เปิด PR และเฝ้าดูทุก deploy ส่วนคนมีหน้าที่ตั้งเป้า ตัดสิน tradeoff และอนุมัติทุก change ผลคือ merge กว่า 3,000 change โดยไม่มี incident ที่กระทบลูกค้าหรือการ rollback
สิ่งที่นักพัฒนาควรเอาไปใช้ไม่ใช่ตัวเลขของ Anthropic แต่เป็น วิธีวัด ที่ทำให้เอเจนต์ปรับ performance ได้ด้วยตัวเอง
ตัวเลขที่ได้ (p75, real user monitoring)
- โหลดหน้า claude.ai ครั้งแรกจนพิมพ์ได้: 3,085 → 550 ms (เร็วขึ้น 5.6 เท่า)
- เริ่ม session Claude Code บนเดสก์ท็อป: 837 → 347 ms
- โหลด session Claude Cowork บน cloud: 2,566 → 728 ms
- ส่งข้อความ (ส่วนฝั่ง client) ใน Cowork: 928 → 48 ms (19 เท่า)
- เฉลี่ยทั้ง 13 จุดวัด (geometric mean) เร็วขึ้น 3.1 เท่า และทำได้ 12 จาก 13 เป้าตั้งแต่วันที่สาม
โปรเจกต์ที่วางแผนไว้ก่อนได้แก่ ฝัง composer แบบ static ไว้ใน HTML ให้ผู้ใช้พิมพ์ได้ระหว่างที่ React ยังโหลด, precompile V8 code cache ให้ main process ของแอปเดสก์ท็อป, prefetch session เมื่อ hover และลดการ re-render ของ sidebar ลง 90%
หัวใจ: เปลี่ยน wall-clock เป็นตัวนับที่ deterministic
เวลา wall-clock คือสิ่งที่ผู้ใช้รู้สึก แต่ค่ามัน noisy เกินกว่าจะใช้เป็นเกณฑ์ใน CI ทีมจึงให้ Claude สร้าง benchmark แบบนับได้แน่นอน:
- นับ instruction ของ hot path ใน JS ด้วย Valgrind +
node --predictable(รันครั้งเดียวก็เทียบได้ ไม่ต้องใช้สถิติ) - ฝั่งเบราว์เซอร์นับ React commits ต่อ interaction, จำนวนการเรียกฟังก์ชันจาก V8 precise coverage, จำนวน style recalc/layout และ DOM mutation
ทุก benchmark ต้อง พิสูจน์ก่อนว่าสัมพันธ์กับ wall-clock จริง ไม่อย่างนั้นก็ทิ้ง เช่น ตัวประกอบ message tree ลด instruction 48% แล้ว wall-clock ลด 78% (เดิม resolve message ID เดียวกันถึงสามครั้ง) ตัวไหนผ่านก็กลายเป็น ratchet ใน CI คือ PR ที่ทำให้ตัวนับเพิ่มจะไม่ผ่าน และมี job รายวันลดเพดานลงทุกครั้งที่ค่าดีขึ้น ทีมสรุปบทเรียนหลักว่า “เมื่อ Claude วัดอะไรได้ มันก็ทำให้สิ่งนั้นเร็วขึ้นได้”
ของที่ Claude ขุดเจอระหว่างทางมีหลายอย่างที่นักพัฒนาเว็บควรรู้ไว้:
- Em dash ทำให้ syntax highlight ช้า ถ้า markdown มีอักขระนอก Latin-1 แม้แต่ตัวเดียว V8 จะเก็บทั้ง string เป็น UTF-16 ทำให้ regex ทุกตัวต้องวิ่งทางสองไบต์ที่ช้ากว่า แก้ด้วยการคัดลอก code block เป็น one-byte string ก่อน highlight (บล็อกแรกลดจาก 1.0 เหลือ 0.35 วินาที)
- selector
:root:has()ตัวเดียวเพิ่มเวลา 24 ms ให้ทุก DOM change location.reload()ที่หลงเหลืออยู่ทำให้เกิด reload ที่มองไม่เห็นครึ่งล้านครั้งต่อวัน- ค่า CLS ของแต่ละ shift แค่ราว 0.008 ซึ่งผ่านเกณฑ์ แต่เมื่อใช้ Layout Instability API ผูกกับชื่อ region ก็พบว่า 31% ของการโหลดหน้ามีบางอย่างขยับหลังผู้ใช้เริ่มใช้งานได้แล้ว
การคุมให้ปลอดภัย
ทุก PR ผ่าน automated review และคนอนุมัติอย่างน้อยหนึ่งคน ต้องมี unit test ก่อนเริ่มปรับ และทุกอย่างที่ผู้ใช้เห็นต้องอยู่หลัง feature flag (ใช้ไปเกือบ 200 flag และเก็บไปแล้วกว่าครึ่ง) ของที่เสี่ยงปล่อยให้พนักงานก่อน แล้วค่อยเป็น 1% ของผู้ใช้ ทุกเธรดมีคนรับผิดชอบที่ตัดสินเรื่อง “รสนิยม” เช่น ตารางควรเติมทีละเซลล์หรือทีละแถว และบางครั้งก็ปฏิเสธ PR 900 บรรทัดเพราะได้แค่ 2 ms แต่ต้องดูแล build plugin เพิ่ม ทีมยังเล่าว่าต้อง ผลักให้ Claude กล้าขึ้น เพราะโดยปกติมันระวังเรื่อง scope และประเมินเวลาเผื่อไว้มาก
มุมมอง AI Curator
นี่คือบทความ “agentic engineering” ที่เป็นรูปธรรมที่สุดชิ้นหนึ่งของปีนี้ เพราะบอกว่า เงื่อนไขอะไรทำให้มันได้ผล คือต้องมีตัววัดที่ deterministic, มี guardrail ที่ ratchet ได้, มี feature flag และมีคนคอยตัดสินรสนิยม ไม่ใช่แค่ “ปล่อยเอเจนต์ไปแก้โค้ด” ข้อที่ควรระวังคือนี่เป็นเรื่องเล่าของ Anthropic เองเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์และโมเดลภายในที่เราใช้ไม่ได้ และการรัน 150 เธรดพร้อมกันต้องใช้ทีมที่ review และ deploy ได้เร็วมาก ทีมทั่วไปจะติดคอขวดที่คน review ก่อนที่เอเจนต์จะหมดงาน
สำหรับทีมไทยที่อยากลองแบบย่อ ๆ ให้เริ่มจากส่วนที่ไม่ต้องใช้โมเดลพิเศษ เลือก hot path หนึ่งตัว ทำ benchmark แบบนับ instruction หรือนับ React commit แล้วตั้งเป็น ratchet ใน CI จากนั้นให้ Claude Code หรือ Codex ไต่ตัวเลขนั้นลงข้ามคืน ขั้นนี้ทำได้ทันทีและยังได้ guardrail ที่กันโค้ดช้าลงในอนาคตด้วย อีกเรื่องที่ทีมไทยต้องสนใจเป็นพิเศษคือเรื่อง em dash: เว็บเราเต็มไปด้วยอักขระไทยที่อยู่นอก Latin-1 ทุก string ที่มีภาษาไทยจึงวิ่งทาง UTF-16 อยู่แล้ว regex หนัก ๆ บนข้อความไทยจึงควรถูกวัดจริงก่อนจะสรุปว่าเร็วพอ
แหล่งข่าว
อ่านเพิ่มในหมวด เครื่องมือนักพัฒนา
Betelgeuse รัน Qwen3.8 Flash Next ขนาด 68GB บน RTX 3060 กับแรม 16GB ส่วน Basalt วัดให้เห็นว่าเอนจินที่เร่งด้วยแฟล็กลัดทำให้โมเดลลืมของ
Betelgeuse ฟอร์ก llama.cpp ที่เปิดเมื่อ 31 ต.ค. ดึง expert จาก NVMe เข้า VRAM ตามต้องการ อ้าง 22 tok/s แบบไม่ทิ้ง expert แต่ README เตือนเองว่ายังทดลองและตัวเลขมาจากคนละรอบ วันเดียวกันผู้พัฒนา Basalt เผยผลวัดว่าแฟล็กเร่งความเร็วทำคุณภาพ Q8 ตกไปใกล้ Q2
กฎห้ามโคลนเกมของ Claude Code เริ่มกระทบงานจริง บริษัทรับทำเกมกระดานร้องงานลูกค้าหยุด แต่รายงานหลายชิ้นปนกับตัวกรองไซเบอร์คนละเรื่อง
ต่อจากที่เราพบกฎนี้ในไบนารี Claude Code ผู้ใช้เริ่มรายงานว่างานเชิงพาณิชย์ถูกปฏิเสธ และ Tom's Hardware กับ Mashable หยิบไปรายงาน แต่เมื่อไล่ issue ที่อ้างถึง พบว่าหลายรายการเกิดก่อนกฎจะมา จึงน่าจะเป็นตัวกรองด้านไซเบอร์ ส่วน Anthropic ยังไม่ชี้แจง
Claude Code ส่ง transcript ของ background agent ให้โมเดลทุก ~30 วินาทีเพื่อเขียนสถานะ 3–5 คำ ผู้วัดรายงานกินราว 16% และยังปิดแบบทางการไม่ได้
รายงานอิสระพบว่าฟีเจอร์ agent_summary ของ Claude Code ส่ง transcript เต็มของ background agent ไปถามสถานะทุก ~30 วินาที คิดเป็น 16.4% ของค่าใช้จ่ายในระบบของผู้วัด Issue เปิดมาตั้งแต่ ส.ค. ยังไม่มีสวิตช์ปิดที่รองรับ เราตรวจพบโค้ดนี้ใน 2.1.314 และพบกฎใหม่เรื่องเกมที่ไม่อยู่ใน changelog