Claude Code v2.1.290: ไฟล์ settings ในรีโปเปิด Claude in Chrome เองไม่ได้แล้ว, hook PreToolUse ที่แก้ input เคยทำให้ permission rule บางข้อไม่ถูกใช้, WebFetch เลิกตัดหน้าเกิน 100,000 ตัวอักษรเงียบ ๆ และ WebSearch เปลี่ยนเป็นโควตาเติม 100 ครั้งต่อชั่วโมง
Anthropic ออก Claude Code v2.1.290 เมื่อ 5 ต.ค. 2026 (23:33 UTC) สองวันหลัง v2.1.289 ที่อุดช่อง deny rule ไป 5 จุด รอบนี้บันทึกรีลีสยาวราว 190 รายการ ส่วนใหญ่เป็นการแก้บั๊กเล็ก ๆ ของ agent view, Mods และ cloud sessions แต่มีกลุ่มหนึ่งที่คนใช้งานจริงควรรู้ คือสิ่งที่ไฟล์ settings ในรีโปทำได้ถูกจำกัดลง และช่องที่ permission rule เคยไม่ถูกใช้อีกหลายจุด
อีกราว 4 ชั่วโมงต่อมา (6 ต.ค. 03:55 UTC) ก็ออก v2.1.291 ซึ่งแก้ regression แค่ 2 จุด ได้แก่ cloud session อาจทิ้งคำตอบของ permission prompt (เกิดจาก 2.1.290) และข้อความท้าย ๆ ของเซสชันอาจหายตอนกดออก (เกิดจาก 2.1.288) ถ้าจะอัปเดต ให้ข้ามไปที่ 2.1.291 เลย
รีโปที่ clone มา ตั้งค่าบางอย่างแทนคุณไม่ได้แล้ว
.claude/settings.json ที่ commit ไว้ในรีโปจะถูกโหลดทุกครั้งที่เปิด Claude Code ในโฟลเดอร์นั้น เวอร์ชันนี้ตัดสิทธิ์ของไฟล์นี้ลง 2 ข้อ
- เปิด Claude in Chrome ไม่ได้อีกต่อไป ต้องเปิดเองด้วย
--chrome,/chromeหรือใน user settings เท่านั้น ข้อนี้สำคัญเพราะเครื่องมือเบราว์เซอร์เข้าถึงเซสชันที่ล็อกอินอยู่ในเบราว์เซอร์ของคุณได้ - ตั้ง
CLAUDE_CODE_DISABLE_ATTACHMENTSไม่ได้ ตั้งได้เฉพาะจาก shell, user settings และ managed settings
นอกจากนี้ Claude Code จะเตือนเมื่อไฟล์ managed settings เป็นลิงก์ที่ชี้ออกไปนอกโฟลเดอร์ managed settings และ /status กับ doctor จะเตือนเมื่อ managed settings ทำให้ allowRead หรือรายการโดเมนที่ผู้ใช้ตั้งไว้ใน sandbox ไม่มีผล
permission rule ที่เคยไม่ถูกใช้
รายการที่เกี่ยวกับความปลอดภัยโดยตรง (แปลจากบันทึกรีลีส):
- PreToolUse hook ที่แก้ input ของ tool call เคยทำให้ permission rule และ safety check บางข้อไม่ถูกใช้กับคำสั่งที่ถูกแก้แล้ว ข้อนี้กระทบทุกทีมที่ใช้ hook แปลงคำสั่งก่อนรัน
- คำสั่งอ่านอย่างเดียวอย่าง
rgหรือgit grepเคยถูกอนุมัติอัตโนมัติ ทั้งที่ shell ยังขยาย wildcard ในอาร์กิวเมนต์ได้ ตอนนี้จะถามก่อน และกรณีชื่อตัวแปรที่ zsh กับ bash อ่านต่างกันก็จะถามด้วย - deny/ask rule ไม่จับคำสั่งหรือ path ที่ชื่อมาจากตัวแปรซึ่งกำหนดผ่าน
declare,typeset,exportหรือreadonlyนำหน้า ซึ่งเป็นปัญหากลุ่มเดียวกับTZ="$HOME" rm -rfที่ 2.1.289 เพิ่งปิดไป - background worker เคยใช้
--allow-dangerously-skip-permissionsต่อหลัง respawn ทั้งที่ยังไม่ได้กดยอมรับคำเตือนของโหมดนี้ - mod ที่ผู้ใช้ติดตั้งเองเคยทำให้ guard ขององค์กรข้ามการตรวจได้ ตอนนี้ mod นั้นจะถูก unload แทน
- การอ่านรูปภาพและ @-mention เคยอ่านไฟล์นอกขอบเขตได้ ถ้ามีการสลับลิงก์ระหว่างที่กำลังอ่าน
pyrightไม่ถือเป็นคำสั่งอ่านอย่างเดียวแล้ว และคำสั่งpsหลายรูปแบบจะถามก่อนรัน
เรื่องที่สายรัน headless จะได้ประโยชน์
- WebFetch เคยทิ้งเนื้อหาที่เกิน 100,000 ตัวอักษรโดยไม่บอก ตอนนี้จะบอกว่ายังไม่ได้อ่านอีกเท่าไร และรับ
offsetเพื่ออ่านต่อได้ ข้อนี้ช่วยกับงานที่ต้องตรวจเอกสารยาว ๆ เช่น system card หรือบันทึกรีลีสฉบับเต็ม - WebSearch ในเซสชันแบบ interactive เปลี่ยนจากเพดาน 200 ครั้งแล้วหยุด เป็นโควตาที่เติมใหม่ 100 ครั้งต่อชั่วโมง ปรับได้ด้วย
CLAUDE_CODE_WEB_SEARCH_REFILLS_PER_HOUR(ตั้ง 0 เพื่อปิดการเติม) - รันแบบ
--json-schemaเคยจบด้วย exit code ที่ไม่ใช่ 0 และis_error: trueทั้งที่ผลลัพธ์เป็นsuccessเมื่อการเชื่อมต่อหลุดหลังส่ง structured output มาแล้ว - งานที่ตั้งเวลาไว้ (
/loopแบบมีช่วงเวลา, reminder) เคยไม่กลับมาทำงานหลังเซสชันถูก compact ข้อนี้แก้เฉพาะ compaction ที่เกิดตั้งแต่เวอร์ชันนี้ไป
ฝั่งฟีเจอร์ใหม่มี /claude-api managed-agents-onboard ที่รับ URL ของหน้าเอกสารหรือชื่อ quickstart อย่าง deep-researcher แล้วสร้างเป็นไฟล์ ant apply สำหรับ Managed Agents ให้ และ claude attach กับ claude logs ที่ใช้ชื่อเซสชันบางส่วนแทน id ได้ ส่วนผู้เขียน mod ได้ serverToolUses ใน hook turn.step, agentId ใน event tool.check และ claude plugin validate ที่บอกว่า hook ไหนที่จุด gating ยังไม่มี .catch
มุมมอง AI Curator
รายการที่สำคัญที่สุดในรีลีสนี้คือเรื่อง settings ในรีโป เพราะเป็นช่องทางแบบ supply chain โดยตรง ใครก็ commit .claude/settings.json ลงรีโปสาธารณะได้ และนักพัฒนาส่วนใหญ่เปิดเอเจนต์ในโฟลเดอร์ที่เพิ่ง clone มาโดยไม่เปิดดูไฟล์นี้ก่อน การที่ Anthropic ทยอยดึงสิทธิ์ที่เสี่ยง (เปิดเบราว์เซอร์, ปิดไฟล์แนบ) ออกจากระดับรีโปไปไว้ที่ user หรือ managed settings เป็นทิศทางที่ถูก แต่ก็บอกเราด้วยว่าก่อนหน้านี้รีโปทำอะไรได้มากกว่าที่หลายคนคิด
เรื่อง PreToolUse hook ก็ควรใส่ใจ หลายทีมใช้ hook “ทำความสะอาด” คำสั่งก่อนรัน โดยคิดว่าเป็นด่านป้องกันเพิ่ม แต่บั๊กนี้แปลว่าการแก้ input อาจทำให้ด่านเดิมบางข้อไม่ถูกใช้ เป็นอีกตัวอย่างว่าการต่อชั้นป้องกันหลายชั้นต้องทดสอบว่าแต่ละชั้นยังทำงานจริงหลังต่อกันแล้ว
เป็นรีลีสที่สามในหนึ่งสัปดาห์ที่มีรายการแบบ “กฎที่ตั้งไว้ไม่ถูกใช้ในกรณีนี้” (2.1.288, 2.1.289 และ 2.1.290) สำหรับทีมในไทยที่ใช้ Claude Code บนรีโปของลูกค้าหรือรีโปที่มีข้อมูลสำคัญ เราแนะนำเหมือนเดิม: ใช้ deny rule เป็นด่านเสริม ไม่ใช่ด่านหลัก ใช้ sandbox หรือคอนเทนเนอร์เป็นขอบเขตจริง และตอนนี้ควรเพิ่มอีกข้อคืออ่าน .claude/ ของรีโปที่ไม่ใช่ของเราก่อนเปิดเอเจนต์ เหมือนที่เราอ่าน package.json ก่อนรัน npm install
แหล่งข่าว
อ่านเพิ่มในหมวด เครื่องมือนักพัฒนา
Betelgeuse รัน Qwen3.8 Flash Next ขนาด 68GB บน RTX 3060 กับแรม 16GB ส่วน Basalt วัดให้เห็นว่าเอนจินที่เร่งด้วยแฟล็กลัดทำให้โมเดลลืมของ
Betelgeuse ฟอร์ก llama.cpp ที่เปิดเมื่อ 31 ต.ค. ดึง expert จาก NVMe เข้า VRAM ตามต้องการ อ้าง 22 tok/s แบบไม่ทิ้ง expert แต่ README เตือนเองว่ายังทดลองและตัวเลขมาจากคนละรอบ วันเดียวกันผู้พัฒนา Basalt เผยผลวัดว่าแฟล็กเร่งความเร็วทำคุณภาพ Q8 ตกไปใกล้ Q2
กฎห้ามโคลนเกมของ Claude Code เริ่มกระทบงานจริง บริษัทรับทำเกมกระดานร้องงานลูกค้าหยุด แต่รายงานหลายชิ้นปนกับตัวกรองไซเบอร์คนละเรื่อง
ต่อจากที่เราพบกฎนี้ในไบนารี Claude Code ผู้ใช้เริ่มรายงานว่างานเชิงพาณิชย์ถูกปฏิเสธ และ Tom's Hardware กับ Mashable หยิบไปรายงาน แต่เมื่อไล่ issue ที่อ้างถึง พบว่าหลายรายการเกิดก่อนกฎจะมา จึงน่าจะเป็นตัวกรองด้านไซเบอร์ ส่วน Anthropic ยังไม่ชี้แจง
Claude Code ส่ง transcript ของ background agent ให้โมเดลทุก ~30 วินาทีเพื่อเขียนสถานะ 3–5 คำ ผู้วัดรายงานกินราว 16% และยังปิดแบบทางการไม่ได้
รายงานอิสระพบว่าฟีเจอร์ agent_summary ของ Claude Code ส่ง transcript เต็มของ background agent ไปถามสถานะทุก ~30 วินาที คิดเป็น 16.4% ของค่าใช้จ่ายในระบบของผู้วัด Issue เปิดมาตั้งแต่ ส.ค. ยังไม่มีสวิตช์ปิดที่รองรับ เราตรวจพบโค้ดนี้ใน 2.1.314 และพบกฎใหม่เรื่องเกมที่ไม่อยู่ใน changelog