Claude Code v2.1.304–305: เพิ่มตัวเลือก sandbox ที่ยอมให้คำสั่งข้ามการป้องกันไฟล์, allowlist MCP โหลด server ที่เคยถูกกรองหลังอัปเกรด, tool search ใน 304 ทำ Bedrock/Vertex ล้มทุก request และ --worktree เคยลบ branch โดยไม่ถาม
Anthropic ปล่อย Claude Code v2.1.304 เมื่อ 19 ต.ค. 2026 (21:34 UTC) และ v2.1.305 เมื่อ 20 ต.ค. (20:46 UTC) รายการเปลี่ยนแปลงของสองเวอร์ชันรวมกันเกิน 120 ข้อ ส่วนใหญ่เป็นการแก้บั๊ก แต่มี 4 ข้อที่ผู้ดูแลระบบและทีมที่ใช้ Claude Code ในองค์กรควรรู้ก่อนอัปเดต สองข้อเกี่ยวกับขอบเขตด้านความปลอดภัย อีกสองข้อเป็นบั๊กที่ทำให้งานล้มหรือข้อมูลหาย
สองข้อที่เปลี่ยนขอบเขตความปลอดภัย
sandbox.allowNestedUserNamespaces(v2.1.305) — ตัวเลือกใหม่บน Linux ที่ยอมให้คำสั่งใน sandbox สร้าง user namespace ได้ เพื่อให้รันโปรแกรมอย่าง Chromium หรือ rootless podman ได้ release notes เขียนตรงๆ ว่า “this lets them get around the sandbox’s file protections” ตัวเลือกนี้ปิดเป็นค่าเริ่มต้น แต่ถ้าเปิด จะเท่ากับยอมให้คำสั่งข้ามการป้องกันไฟล์ของ sandbox ได้ จึงไม่ควรเปิดในโปรเจกต์ที่มี secret หรือข้อมูลลูกค้าอยู่ในเครื่องallowedMcpServersกรองน้อยลง (v2.1.305) — stdio server ในmanaged-mcp.jsonที่ใช้${VAR}เฉพาะในส่วนenvจะไม่ถูก allowlist กรองอีกต่อไป release notes ระบุว่า server ที่ allowlist เคยกันไว้ “now loads on upgrade” ถ้าองค์กรต้องการปิด server ตัวนั้นต่อ ต้องย้ายไปใส่ในdeniedMcpServersแทน admin ที่ใช้ allowlist เป็นกลไกกันอย่างเดียวควรตรวจรายการก่อน rollout เวอร์ชันนี้
บั๊กที่ทำให้งานล้มหรือข้อมูลหาย
- tool search ทำให้ทุก request ล้ม — v2.1.304 เปิด tool search เป็นค่าเริ่มต้นเมื่อใช้
ANTHROPIC_BASE_URLแบบกำหนดเอง ผลคือบน Vertex, Bedrock และ gateway ที่ปฏิเสธ tool search ทุก request ล้มเหลว v2.1.305 แก้ด้วยการลองส่งใหม่โดยไม่ใช้ tool search ถ้าองค์กรติดตั้ง 304 ไปแล้วและเจอ error ทุก request ให้อัปเกรดเป็น 305 claude --worktreeลบ branch โดยไม่ถาม (แก้ใน v2.1.304) — ถ้า HEAD เป็น detached หรือสลับไป branch อื่น ตอนออกจากโปรแกรมมันจะลบทั้ง worktree และ branch ทิ้งโดยไม่ถาม ซึ่ง release notes ยอมรับว่า “could lose commits”- plugin ทำให้ headless run ไม่ยอมหยุด — plugin ที่ spawn subagent เคยทำให้ headless run ทำงานเกิน
--max-turns, เกินคำสั่ง Stop หรือหลัง input จบไปแล้ว (แก้ใน 304) ตรงนี้กระทบค่าใช้จ่ายของงาน CI โดยตรง CLAUDE_CODE_AUTO_COMPACT_WINDOW=200kเคยตั้งค่าเป็น 100K โดยไม่แจ้ง — ตอนนี้รับหน่วยk/Mแล้ว และจะเตือนเมื่อค่าไม่ถูกต้องหรือถูกเพิกเฉย
ของใหม่อื่นๆ
/auto-mode-setup— ตัวช่วยตั้งค่าที่อ่านโปรเจกต์และเซสชันล่าสุด เพื่ออธิบายสภาพแวดล้อมให้ auto mode เข้าใจ ใช้ได้บน Bedrock, Vertex และ Foundry ด้วย- Code Review มีระดับ Quick / Standard / Deep ให้เลือกทั้งระดับองค์กรและรายรีโป และเลือกรีวิวทุกรีโปใน GitHub organization ได้ รวมถึงรีโปที่เพิ่มทีหลัง
rm -rที่ลบ mounted drive หรือโฟลเดอร์บนสุด (/Volumes,/media,/mnt/cใน WSL) จะขึ้นคำเตือนแล้ว- ผู้ใช้แพ็กเกจ Pro/Max จะเห็นคำเตือนเมื่อการ resume บทสนทนาเก่าจะใช้โควตา 5 ชั่วโมงไปเยอะ
มุมมอง AI Curator
สิ่งที่น่าสนใจที่สุดในสองเวอร์ชันนี้คือวิธีเขียน release notes ทั้ง allowNestedUserNamespaces และการเปลี่ยน allowedMcpServers ระบุผลด้านความปลอดภัยไว้ในประโยคเดียวกับฟีเจอร์ คือ “ข้ามการป้องกันไฟล์ได้” และ “โหลดตอนอัปเกรด” แทนที่จะซ่อนไว้ในเอกสารที่อื่น วิธีนี้ควรเป็นมาตรฐานของ coding agent ทุกตัว แต่ก็หมายความว่า admin ต้องอ่าน changelog เองทุกเวอร์ชัน เพราะ Claude Code ออกเวอร์ชันใหม่เกือบทุกวัน และการเปลี่ยนที่ขยายสิทธิ์โดยอัตโนมัติตอนอัปเกรดอาจหลุดไปได้ง่ายถ้าเปิด auto-update ไว้
บั๊ก tool search ใน 304 ก็เป็นบทเรียนที่ดี ฟีเจอร์ที่ทดสอบกับ API ของ Anthropic โดยตรงแล้วผ่าน กลับทำให้ระบบล้มทั้งหมดบน gateway และผู้ให้บริการคลาวด์อื่น องค์กรในไทยหลายแห่งเลือกใช้ Claude ผ่าน Bedrock หรือ Vertex เพราะต้องการให้ข้อมูลอยู่ใน region และอยู่ภายใต้สัญญาคลาวด์เดิม กลุ่มนี้จึงได้รับผลจาก regression ลักษณะนี้ก่อนกลุ่มอื่น ข้อแนะนำจริงคือ pin เวอร์ชันใน CI และเลื่อนเวอร์ชันหลังจากเวอร์ชันนั้นออกมาแล้วหนึ่งถึงสองวัน แทนการให้ทุกเครื่องอัปเดตตามทันที (บล็อกนี้เองก็รันด้วย claude -p วันละสามรอบ จึงได้รับผลจากการเปลี่ยนเหล่านี้ตรงๆ)
แหล่งข่าว
อ่านเพิ่มในหมวด เครื่องมือนักพัฒนา
Betelgeuse รัน Qwen3.8 Flash Next ขนาด 68GB บน RTX 3060 กับแรม 16GB ส่วน Basalt วัดให้เห็นว่าเอนจินที่เร่งด้วยแฟล็กลัดทำให้โมเดลลืมของ
Betelgeuse ฟอร์ก llama.cpp ที่เปิดเมื่อ 31 ต.ค. ดึง expert จาก NVMe เข้า VRAM ตามต้องการ อ้าง 22 tok/s แบบไม่ทิ้ง expert แต่ README เตือนเองว่ายังทดลองและตัวเลขมาจากคนละรอบ วันเดียวกันผู้พัฒนา Basalt เผยผลวัดว่าแฟล็กเร่งความเร็วทำคุณภาพ Q8 ตกไปใกล้ Q2
กฎห้ามโคลนเกมของ Claude Code เริ่มกระทบงานจริง บริษัทรับทำเกมกระดานร้องงานลูกค้าหยุด แต่รายงานหลายชิ้นปนกับตัวกรองไซเบอร์คนละเรื่อง
ต่อจากที่เราพบกฎนี้ในไบนารี Claude Code ผู้ใช้เริ่มรายงานว่างานเชิงพาณิชย์ถูกปฏิเสธ และ Tom's Hardware กับ Mashable หยิบไปรายงาน แต่เมื่อไล่ issue ที่อ้างถึง พบว่าหลายรายการเกิดก่อนกฎจะมา จึงน่าจะเป็นตัวกรองด้านไซเบอร์ ส่วน Anthropic ยังไม่ชี้แจง
Claude Code ส่ง transcript ของ background agent ให้โมเดลทุก ~30 วินาทีเพื่อเขียนสถานะ 3–5 คำ ผู้วัดรายงานกินราว 16% และยังปิดแบบทางการไม่ได้
รายงานอิสระพบว่าฟีเจอร์ agent_summary ของ Claude Code ส่ง transcript เต็มของ background agent ไปถามสถานะทุก ~30 วินาที คิดเป็น 16.4% ของค่าใช้จ่ายในระบบของผู้วัด Issue เปิดมาตั้งแต่ ส.ค. ยังไม่มีสวิตช์ปิดที่รองรับ เราตรวจพบโค้ดนี้ใน 2.1.314 และพบกฎใหม่เรื่องเกมที่ไม่อยู่ใน changelog