ข้ามไปยังเนื้อหา
Recursive Superintelligence โผล่จาก stealth ระดมทุน $650M ที่ valuation $4.65B — Richard Socher นำทีม ex-DeepMind/OpenAI/Meta สร้าง AI ที่ปรับปรุงตัวเองได้
ธุรกิจและการลงทุน

Recursive Superintelligence โผล่จาก stealth ระดมทุน $650M ที่ valuation $4.65B — Richard Socher นำทีม ex-DeepMind/OpenAI/Meta สร้าง AI ที่ปรับปรุงตัวเองได้

อ่าน 5 นาที ที่มา: SiliconANGLE

วันพุธที่ 13 พ.ค. 2026 Recursive Superintelligence Inc. บริษัท AI ใน San Francisco/London ออกจาก stealth พร้อมระดมทุน Series A $650 ล้าน ที่ valuation $4.65 พันล้าน — เป็นหนึ่งใน first-round funding ที่ใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ AI ทั้งคู่ขนานไปกับ Ineffable Intelligence ($1.1B ที่ valuation $5.1B เมื่อ เม.ย.) และ Safe Superintelligence (Ilya Sutskever) ที่ระดม billion-dollar rounds ก่อนมีผลิตภัณฑ์

ผู้ก่อตั้งคือ Richard Socher อดีต Chief Scientist ของ Salesforce และผู้ก่อตั้ง You.com (search engine AI ที่ valuation $1.5B รอบล่าสุด) co-founder คือ Tim Rocktäschel อดีตวิศวกร Google DeepMind — ทีมเริ่มต้น 7 คน ตอนนี้ 25+ คน รวมอดีต OpenAI, Google DeepMind, Meta AI, Salesforce AI และ Uber AI

รอบนี้ใครลง

  • Lead: GV (Alphabet’s venture arm) + Greycroft
  • Strategic: NVIDIA + AMD Ventures (ทั้งสอง chip company ใหญ่ที่สุดของโลก ลงรอบเดียวกัน — เกือบไม่เคยเกิด)

การที่ NVIDIA และ AMD ลงพร้อมกันสะท้อนว่า bet ของ Recursive ไม่ใช่ vendor-locked — บริษัทจะใช้ chip ทั้งสองรายในการ train และ inference

Thesis: AI ที่ปรับปรุง AI

Socher และ Rocktäschel เถียงว่า “fastest path to superintelligence” คือ AI ที่สามารถ discover knowledge แบบ scientist มนุษย์ — แต่ neural network ปัจจุบันยังทำ basic research แบบ fully autonomous ไม่ได้ ดังนั้น priority แรกของ Recursive คือสร้าง AI ที่ ปรับปรุง code base ของตัวเอง ก่อน

ตามรายงาน NYT ระบบ Recursive จะ:

  • run simulations ใน “open-ended process of automated scientific discovery”
  • คิด experiment ideas เอง, ทดสอบ, validate ผลลัพธ์
  • ปรับปรุงทั้ง model code, harness (auxiliary programs ที่ enhance output), training, inference infrastructure
  • มี guardrails ป้องกัน risky output

Socher โพสต์บน X: “We will start with AI research itself but eventually hope to expand its aperture to physics, chemistry and especially pre-clinical biology — AI will be to biology what calculus was to physics.”

ทำไม timing ตอนนี้

มีหลักฐาน 3 ชิ้นที่สนับสนุนว่า self-improving AI อาจ work ในระยะนี้:

1. OpenAI GPT-5.5 ปรับปรุงตัวเองสำเร็จแล้ว — ตามที่บริษัทเคย disclose, GPT-5.5 ได้พัฒนา parallelization method ใหม่ ที่กระจาย inference request เป็น chunks ข้าม GPU cores ในจำนวนที่ไม่คงที่ ส่งผลให้ token generation เร็วขึ้น 20%+ เป็น case study แรกของ frontier lab ที่ปล่อยให้โมเดลแก้ infrastructure ของตัวเอง

2. AlphaChip ของ Alphabet — DeepMind ใช้ neural network design TPU มาแล้วหลายเจน และ Ricursive Intelligence Inc. (สเปลล์ใกล้กันแต่คนละบริษัท) ระดมทุน $300M เม.ย. ที่ผ่านมาสร้าง chip-design AI ในเชิงพาณิชย์

3. Aletheia ของ DeepMind — เม.ย. 2026 DeepMind เผย Aletheia (ใช้ Gemini 3 Deep Think) แก้ proof 6/10 ข้อใน FirstProof benchmark แบบ autonomous — ผู้เชี่ยวชาญตัดสินว่า “publishable after minor revisions” แสดงว่า AI สามารถทำ original mathematical reasoning ได้แล้ว

Recursive bet ว่า scale up trend ทั้ง 3 นี้ + reinforcement learning paradigm ใหม่ จะนำไปสู่ “recursive self-improvement loop” — โมเดลที่ทุกเจนใหม่ออกแบบเจนถัดไปได้ดีกว่ามนุษย์

ความเสี่ยงและคำถามที่ยังไม่มีคำตอบ

1. Compute — ทำ recursive self-improvement ต้องการ compute มหาศาล Recursive ไม่ได้ disclose data center deal แต่การที่ NVIDIA + AMD ทั้งคู่เป็น investor บ่งบอกว่ามี allocation special

2. Safety — AI ที่แก้ code ของตัวเองโดยมีจุดประสงค์เพิ่ม capability เป็นหนึ่งใน classical AI safety scenarios ที่งานวิจัย alignment เตือนมาตั้งแต่ปี 2010s — Anthropic, OpenAI, DeepMind ทั้งหมดมี policy explicit เกี่ยวกับการเทรน model ที่จงใจปรับปรุงตัวเอง Recursive ระบุว่ามี guardrails แต่ยังไม่ disclose details

3. Talent retention — รอบนี้ทำให้ Recursive เป็น Direct competitor ของ Safe Superintelligence (Ilya Sutskever) และ Ineffable Intelligence — ทั้งสามชนพื้นที่ talent pool เดียวกัน

มุมมอง AI Curator

ปรากฏการณ์ “billion-dollar AI lab ที่ยังไม่มี product” เริ่มกลายเป็น category ของตัวเอง — มันคือ option ขนาดใหญ่ที่ VC ซื้อเพื่อกัน downside ในกรณี frontier lab รายเล็กกลายเป็น Anthropic ตัวที่สาม ราคาเริ่มต้นที่ Recursive ($4.65B) สูงกว่า Anthropic ตอนต้น (~$3B รอบ Q1 2023) — สะท้อนว่าตลาด price-in ความเป็นไปได้ของ “AGI in 5 years” ไปแล้วระดับหนึ่ง

สำหรับไทย/SEA ดีลนี้น่าสนใจ 2 มุม:

หนึ่ง — ค่าตัว AI researcher ไทยที่ทำงานในต่างประเทศจะวิ่งขึ้นแรง ทีมรุ่นใหม่ของ Recursive 25 คนที่ valuation $4.65B = ราว $186M/คนใน paper wealth — ดีลแบบนี้สร้าง wage spillover กลับเข้าทุก lab ปลายน้ำ Apple, Google, Meta จะต้องเพิ่ม comp package ให้ retention ไม่หลุด นักวิจัยไทยใน 3 lab นี้ที่ทำเรื่อง agents, reinforcement learning, alignment น่าจะได้ deal upgrade ในเทอม signing ใหม่ปลายปี

สอง — Self-improving AI = compounding moat, ไม่ใช่ winner-take-all ถ้า thesis ของ Recursive ถูก ผู้ที่ get to recursive loop ก่อน 6 เดือนจะมี compounding advantage ที่ตามไม่ทันได้ — ต่างจาก scaling current paradigm ที่ moat อยู่ที่ data + compute มากกว่า algorithm ในแง่นี้ ดีลนี้สำคัญพอ ๆ กับการที่ DeepMind เริ่มต้นในปี 2010 — ใครก็ตามที่เชื่อว่า self-improvement loop เป็น real, ควรเฝ้าดู Recursive อย่างใกล้ชิดในช่วง 18 เดือนข้างหน้า ถ้ามี first internal benchmark ที่ดูดี VC รอบ B จะ price ระดับ $20B+ ทันที

แต่ถ้า thesis ผิด — และ recursive loop ติดขัดเหมือนการพยายาม AutoML ของยุค 2017–2020 — Recursive จะกลายเป็น expensive talent acquihire ที่ลงท้ายขายตัวให้ Alphabet หรือ Microsoft ในราคาตามทีมเป็นหลัก ไม่ใช่ technology

แหล่งข่าว

บทความนี้เรียบเรียงจากแหล่งข่าวต้นทาง — SiliconANGLE

เนื้อหาบน blog นี้สร้างโดย AI โดยมีการกำกับบรรณาธิการจากมนุษย์

อ่านเพิ่มในหมวด ธุรกิจและการลงทุน

Anthropic เปิด S-1 ต่อสาธารณะ จะเข้า Nasdaq ด้วยชื่อย่อ ANT — รายได้ครึ่งแรกปี 2026 อยู่ที่ $16.3B (โต 1,300%) ขาดทุนจากการดำเนินงานแค่ $693M แต่ขาดทุนสุทธิ $80.7B จากการตีมูลค่าหุ้นกู้แปลงสภาพ และค่า compute กินไปเกินครึ่งของรายได้
ธุรกิจและการลงทุน

Anthropic เปิด S-1 ต่อสาธารณะ จะเข้า Nasdaq ด้วยชื่อย่อ ANT — รายได้ครึ่งแรกปี 2026 อยู่ที่ $16.3B (โต 1,300%) ขาดทุนจากการดำเนินงานแค่ $693M แต่ขาดทุนสุทธิ $80.7B จากการตีมูลค่าหุ้นกู้แปลงสภาพ และค่า compute กินไปเกินครึ่งของรายได้

Anthropic ยื่นแบบ S-1 ต่อสาธารณะบน EDGAR เมื่อ 26 ต.ค. 2026 ขอจดทะเบียนหุ้น Class A ใน Nasdaq ด้วยชื่อย่อ ANT เอกสารเผยรายได้ $4.6B ในปี 2025 และ $16.3B ในครึ่งแรกปี 2026 ขาดทุนจากการดำเนินงานลดเหลือ $693M ลูกค้าที่จ่ายเกิน $100K ต่อปีมีกว่า 11,900 ราย ไม่มีลูกค้ารายไหนเกิน 10% ของรายได้ ส่วนตัวเลขภาระผูกพันด้าน compute และช่วงราคา IPO ยังเว้นว่างไว้

· อ่าน 6 นาที
รายงานเผย OpenAI ใช้ส่วนลดดึงลูกค้ารายใหญ่ของ Anthropic — Rippling ย้ายงานโค้ดไป OpenAI จาก 16% เป็น 52%, Replit ได้ส่วนลดกว่า 30% ในสัญญา $100M/ปี และราคาต่อโทเคนของสองค่ายลดลงสูงสุด 80% ในสี่เดือน
ธุรกิจและการลงทุน

รายงานเผย OpenAI ใช้ส่วนลดดึงลูกค้ารายใหญ่ของ Anthropic — Rippling ย้ายงานโค้ดไป OpenAI จาก 16% เป็น 52%, Replit ได้ส่วนลดกว่า 30% ในสัญญา $100M/ปี และราคาต่อโทเคนของสองค่ายลดลงสูงสุด 80% ในสี่เดือน

The Information รายงาน (สรุปโดย The Decoder เมื่อ 25 ต.ค. 2026) ว่า OpenAI ให้ส่วนลดก้อนใหญ่เพื่อดึงลูกค้าองค์กรของ Anthropic Rippling ย้ายงานโค้ดของตัวเองไปฝั่ง OpenAI จาก 16% เป็น 52%, Replit ย้ายหลังได้ส่วนลดกว่า 30% ในสัญญาที่มีมูลค่าเกิน $100M ต่อปี และ DataCamp บอกว่าค่าใช้จ่ายลดลง 80–90% วันเดียวกัน Max Woolf ไล่ไทม์ไลน์ให้ดูว่าราคา API ของทั้งสองค่ายลดลงสูงสุด 80% ตั้งแต่มิถุนายน และชี้ว่าคู่แข่งที่กดราคาจริง ๆ คือโมเดลเปิดบน OpenRouter

· อ่าน 5 นาที
Anthropic เปิดข้อมูลภายใน: สัดส่วนจ้าง junior สายเทคนิคลดจาก 27% เหลือ 9%, ชั่วโมงทำงานของ agent มากกว่าคน 6 เท่า — สองวันต่อมาประกาศกันหุ้น 5% เข้า Public Benefit Fund
ธุรกิจและการลงทุน

Anthropic เปิดข้อมูลภายใน: สัดส่วนจ้าง junior สายเทคนิคลดจาก 27% เหลือ 9%, ชั่วโมงทำงานของ agent มากกว่าคน 6 เท่า — สองวันต่อมาประกาศกันหุ้น 5% เข้า Public Benefit Fund

รายงาน 'How employment is changing at Anthropic' (16 ต.ค. 2026) ใช้ข้อมูลภายในบริษัทแสดงว่าสัดส่วนพนักงาน junior ในแผนกเทคนิคลดจาก 21% เหลือ 14% สัดส่วนการจ้าง junior ใหม่ลดจาก 27% เหลือ 9% และชั่วโมงทำงานของ agent ที่พนักงานสั่งงานมากกว่าชั่วโมงทำงานของคน 6 ต่อ 1 จากนั้นวันที่ 18 ต.ค. Anthropic ประกาศกันหุ้น 5% (รอผู้ถือหุ้นอนุมัติ) เข้ากองทุน Public Benefit Fund

· อ่าน 6 นาที