ข้ามไปยังเนื้อหา
Google ปิด Gemini CLI 18 มิ.ย. — ย้ายทุก consumer ไป Antigravity CLI, เขียนใหม่ด้วย Go เน้น multi-agent
เครื่องมือนักพัฒนา

Google ปิด Gemini CLI 18 มิ.ย. — ย้ายทุก consumer ไป Antigravity CLI, เขียนใหม่ด้วย Go เน้น multi-agent

อ่าน 5 นาที ที่มา: Google Developers Blog

Dmitry Lyalin (Group PM) และ Taylor Mullen (Principal Engineer) ของ Google ประกาศบน Google Developers Blog ในช่วง I/O 2026 ว่าจะปิด Gemini CLI และ Gemini Code Assist IDE extensions สำหรับ consumer ทุกระดับ (Google AI Pro, Ultra, รวมถึงผู้ใช้ฟรี) ในวันที่ 18 มิถุนายน 2026 — แล้วย้ายฐานผู้ใช้ทั้งหมดไปยัง Antigravity CLI ที่เพิ่งเปิดตัวพร้อม Antigravity 2.0 ซึ่งเป็น agent-first development platform ของ Google เอง

Gemini CLI เปิดตัวเมื่อปี 2025 และโตเร็วมาก — มีผู้ใช้หลักล้านคน, GitHub star กว่า 100,000, merged PR กว่า 6,000 ครั้ง และมี contributor หลายร้อยคน แต่ Google บอกตรง ๆ ว่า workflow ของผู้ใช้โตเกินรุ่นปี 2025 ไปแล้ว — ปัจจุบันต้องการ multi-agent ที่คุยกันได้ และ terminal tool ต้องใช้ backend เดียวกับส่วนอื่นของ workflow

สิ่งที่เปลี่ยนใน Antigravity CLI

  • เขียนด้วย Go — เร็วและตอบสนองดีกว่ารุ่นเดิม
  • Asynchronous workflow — orchestrate หลาย agent พร้อมกันใน background โดยไม่ block terminal session ทำให้ refactor ขนาดใหญ่หรือทำ research หลายเรื่องพร้อมกันได้
  • Unified architecture — ใช้ agent harness เดียวกับ Antigravity 2.0 desktop app ทุก improvement ที่ core agents จะถูกใช้ใน CLI โดยอัตโนมัติ
  • คง critical feature เดิม — Agent Skills, Hooks, Subagents และ Extensions (เปลี่ยนชื่อเป็น “Antigravity plugins”)

Google ยืนยันว่าไม่มี 1:1 feature parity ตั้งแต่วันแรก แต่ทุกฟีเจอร์หลักของ Gemini CLI ทำได้บน Antigravity CLI ทันที — quick grounded answers, scaffold project ใหม่, หรือ provision cloud infrastructure

ไทม์ไลน์ที่ต้องจำ

  • 20 พ.ค. 2026 (วันนี้) — Antigravity CLI ดาวน์โหลดได้แล้วทั่วโลก
  • 18 มิ.ย. 2026 — Gemini CLI และ Gemini Code Assist IDE extensions หยุดเสิร์ฟ request สำหรับ Google AI Pro/Ultra/free และ Gemini Code Assist for individuals
  • 18 มิ.ย. 2026 — Gemini Code Assist for GitHub จะไม่รับ install ใหม่บน GitHub org และ request หลังจากนั้นจะค่อย ๆ หยุดเสิร์ฟ

ส่วน enterprise customer ที่ใช้ผ่าน Gemini Code Assist Standard/Enterprise license หรือใช้ผ่าน Google Cloud project — access ไม่เปลี่ยน Google จะยัง support Gemini CLI กับ Gemini Enterprise Agent Platform API key ต่อไป และเปิด Antigravity CLI ให้ใช้กับ Google Cloud project ด้วย

บริบทกว้าง — Google รวม brand ใต้ Antigravity

นี่เป็นการเคลื่อนไหวที่ชัดเจนว่า Google กำลังรวม developer-facing brand ทั้งหมดเข้ามาอยู่ใต้ Antigravity — โดยมี Antigravity 2.0 (desktop), Antigravity CLI (terminal), Antigravity SDK (programmatic agent harness) และ Managed Agents in Gemini API เป็น 4 จุดเข้าใช้งานหลัก ขณะที่ “Gemini” จะกลายเป็นแค่ชื่อ model series — ไม่ใช่ชื่อเครื่องมือ developer อีกต่อไป

เป็นทิศทางเดียวกับที่ Anthropic แยก Claude (โมเดล) ออกจาก Claude Code (เครื่องมือ) — และ OpenAI ใช้ชื่อ Codex สำหรับ coding agent มาตรฐาน

มุมมอง AI Curator

การ sunset Gemini CLI ภายใน 4 สัปดาห์เป็นการตัดสินใจที่ค่อนข้างกล้า สำหรับเครื่องมือที่เพิ่งโตจากศูนย์เป็นล้านในเวลาไม่ถึง 1 ปี Google รู้ดีว่า contributor หลายร้อยคนใน open-source repo จะต้องเรียนรู้ใหม่ และ workflow ของ team ที่ build ทับบน Gemini CLI อาจแตก — แต่ Google เลือก “rebrand + เขียนใหม่” แทนที่จะค่อย ๆ migrate เพราะแบรนด์ “Gemini CLI” ไม่ตอบโจทย์ multi-agent ที่เป็นมาตรฐานใหม่ของปี 2026 แล้ว

สำหรับนักพัฒนาไทยที่ใช้ Gemini CLI อยู่ — โอกาส 4 สัปดาห์นี้คือเวลาทดสอบ Antigravity CLI กับ workflow จริง โดยเฉพาะถ้าคุณมี hook หรือ skill ที่ custom ไว้ ต้องตรวจว่า migrate ไปยัง Antigravity plugin syntax ใหม่ได้เรียบร้อย ระหว่างนี้ถ้ายังใช้ Gemini Code Assist ฟรีใน VS Code อยู่ ก็ควรเริ่มศึกษา Cursor, Claude Code หรือ Codex CLI ไว้เป็น backup เพราะ ecosystem ของ agentic CLI กำลังแตกตัวเร็วและ “lock-in” กลายเป็นความเสี่ยงระยะกลางที่จริงจังขึ้นเรื่อย ๆ

อีกประเด็นที่น่าจับตา: Antigravity CLI ใช้ Go ขณะที่ Claude Code ใช้ Node และ Cursor ใช้ Electron + Node — ถ้า Antigravity CLI พิสูจน์ได้ว่า footprint และ startup time ดีกว่าจริง อาจกดดันให้คู่แข่งย้าย runtime ในรุ่นถัดไป

แหล่งข่าว

บทความนี้เรียบเรียงจากแหล่งข่าวต้นทาง — Google Developers Blog

เนื้อหาบน blog นี้สร้างโดย AI โดยมีการกำกับบรรณาธิการจากมนุษย์

อ่านเพิ่มในหมวด เครื่องมือนักพัฒนา

Betelgeuse รัน Qwen3.8 Flash Next ขนาด 68GB บน RTX 3060 กับแรม 16GB ส่วน Basalt วัดให้เห็นว่าเอนจินที่เร่งด้วยแฟล็กลัดทำให้โมเดลลืมของ
เครื่องมือนักพัฒนา

Betelgeuse รัน Qwen3.8 Flash Next ขนาด 68GB บน RTX 3060 กับแรม 16GB ส่วน Basalt วัดให้เห็นว่าเอนจินที่เร่งด้วยแฟล็กลัดทำให้โมเดลลืมของ

Betelgeuse ฟอร์ก llama.cpp ที่เปิดเมื่อ 31 ต.ค. ดึง expert จาก NVMe เข้า VRAM ตามต้องการ อ้าง 22 tok/s แบบไม่ทิ้ง expert แต่ README เตือนเองว่ายังทดลองและตัวเลขมาจากคนละรอบ วันเดียวกันผู้พัฒนา Basalt เผยผลวัดว่าแฟล็กเร่งความเร็วทำคุณภาพ Q8 ตกไปใกล้ Q2

· อ่าน 5 นาที
กฎห้ามโคลนเกมของ Claude Code เริ่มกระทบงานจริง บริษัทรับทำเกมกระดานร้องงานลูกค้าหยุด แต่รายงานหลายชิ้นปนกับตัวกรองไซเบอร์คนละเรื่อง
เครื่องมือนักพัฒนา

กฎห้ามโคลนเกมของ Claude Code เริ่มกระทบงานจริง บริษัทรับทำเกมกระดานร้องงานลูกค้าหยุด แต่รายงานหลายชิ้นปนกับตัวกรองไซเบอร์คนละเรื่อง

ต่อจากที่เราพบกฎนี้ในไบนารี Claude Code ผู้ใช้เริ่มรายงานว่างานเชิงพาณิชย์ถูกปฏิเสธ และ Tom's Hardware กับ Mashable หยิบไปรายงาน แต่เมื่อไล่ issue ที่อ้างถึง พบว่าหลายรายการเกิดก่อนกฎจะมา จึงน่าจะเป็นตัวกรองด้านไซเบอร์ ส่วน Anthropic ยังไม่ชี้แจง

· อ่าน 4 นาที
Claude Code ส่ง transcript ของ background agent ให้โมเดลทุก ~30 วินาทีเพื่อเขียนสถานะ 3–5 คำ ผู้วัดรายงานกินราว 16% และยังปิดแบบทางการไม่ได้
เครื่องมือนักพัฒนา

Claude Code ส่ง transcript ของ background agent ให้โมเดลทุก ~30 วินาทีเพื่อเขียนสถานะ 3–5 คำ ผู้วัดรายงานกินราว 16% และยังปิดแบบทางการไม่ได้

รายงานอิสระพบว่าฟีเจอร์ agent_summary ของ Claude Code ส่ง transcript เต็มของ background agent ไปถามสถานะทุก ~30 วินาที คิดเป็น 16.4% ของค่าใช้จ่ายในระบบของผู้วัด Issue เปิดมาตั้งแต่ ส.ค. ยังไม่มีสวิตช์ปิดที่รองรับ เราตรวจพบโค้ดนี้ใน 2.1.314 และพบกฎใหม่เรื่องเกมที่ไม่อยู่ใน changelog

· อ่าน 4 นาที