EngineAI ยื่น IPO ฮ่องกงแบบลับ จุดกระแสคลื่นหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์จีนแห่เข้าตลาดพร้อมกัน
EngineAI สตาร์ทอัพหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์และสี่ขาจากเมืองเซินเจิ้น ที่ก่อตั้งในปี 2023 ได้ยื่นเอกสารเสนอขายหุ้น IPO ในตลาดฮ่องกง แบบเป็นความลับ โดยมี China International Capital Corp และ Citic Securities เป็นที่ปรึกษา ตามรายงานของ Bloomberg ที่ The Next Web อ้างอิงเมื่อ 12 มิถุนายน 2026 การเคลื่อนไหวนี้ตอกย้ำว่าอุตสาหกรรมหุ่นยนต์ “embodied AI” ของจีนกำลังเร่งเครื่องจากห้องแล็บสู่ตลาดทุนอย่างรวดเร็ว
ก่อนหน้านี้ไม่นาน EngineAI เพิ่งปิดรอบ Series B เมื่อเดือนเมษายน 2026 ระดมทุน 200 ล้านหยวน (ราว 27.9 ล้านดอลลาร์) ที่มูลค่ากิจการเกิน 10,000 ล้านหยวน (ราว 1,500 ล้านดอลลาร์) นำโดยกองทุนที่เชื่อมโยงกับ Henan Investment Group และซัพพลายเออร์อิเล็กทรอนิกส์ Luxshare Precision
จากคลิปไวรัลตีลังกา สู่สายการผลิต 10,000 ตัว
จุดที่ทำให้ EngineAI น่าสนใจคือการ “ขึ้นสเกล” เร็วผิดปกติ เมื่อ 1 มิถุนายน 2026 บริษัทเปิดโรงงานขนาด 12,000 ตารางเมตรในเซินเจิ้น และเริ่มส่งมอบหุ่นยนต์รุ่น T800 ล็อตแรก โดยระบุว่าสายการผลิตสามารถผลิตหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ได้ ตัวละ 15 นาที และออกแบบมารองรับกำลังการผลิต 10,000 ตัว
ก่อนหน้านี้บริษัทเคยเป็นไวรัลจากคลิปหุ่นยนต์รุ่น PM01 ที่ตีลังกาหน้าได้ แต่จุดขายต่อนักลงทุน IPO รอบนี้คือ “ฐานการผลิตจริง” ไม่ใช่คลิปเดโม หุ่นยนต์ของ EngineAI ออกแบบเป็นหุ่นยนต์เอนกประสงค์รอบ embodied AI สำหรับงานจัดการจราจร, รักษาความปลอดภัย, บริการลูกค้าในร้านค้า และงานอุตสาหกรรม
ไม่ได้มาคนเดียว — คลื่น IPO หุ่นยนต์จีนทั้งอุตสาหกรรม
ไฟลิ่งของ EngineAI เป็นเพียงส่วนหนึ่งของคลื่นที่ใหญ่กว่า Unitree ผู้นำตลาดยื่น IPO มูลค่าราว 7,000 ล้านดอลลาร์ (เป้าตลาด STAR ที่เซี่ยงไฮ้), PaXini Tech ผู้ผลิตมือหุ่นยนต์ที่ BYD หนุนหลังกำลังพิจารณาเข้าตลาด, ยักษ์หุ่นยนต์ดูดฝุ่น Dreame เล็งฮ่องกง และยูนิคอร์นมือหุ่นยนต์ Linkerbot ไล่ valuation 6,000 ล้านดอลลาร์ ขณะที่ Agibot ตั้งเป้าราว 6,000 ล้านดอลลาร์ที่ฮ่องกง
รวมแล้วมีการระดมทุนผ่าน IPO ในฮ่องกงไปกว่า 22,600 ล้านดอลลาร์ในช่วงที่รายงานครอบคลุม ส่วนใหญ่กระจุกอยู่ในชื่อกลุ่ม AI และหุ่นยนต์ สะท้อนว่าปักกิ่งจัดให้หุ่นยนต์และ AI เป็นวาระยุทธศาสตร์ และกำลังสร้าง “ท่อ” บริษัทเทคโนโลยีเข้าตลาดทุนในประเทศที่ในแง่มูลค่ารวมเริ่มทาบรัศมีคลื่น IPO ของฝั่งสหรัฐฯ ได้
มุมมอง AI Curator
ความต่างเชิงยุทธศาสตร์ระหว่างคลื่นหุ่นยนต์จีนกับฝั่งสหรัฐฯ อยู่ที่ “ลำดับความสำคัญ” ขณะที่เงินทุน AI ของสหรัฐฯ ทุ่มไปที่โมเดลภาษาและดาต้าเซ็นเตอร์ จีนเลือกเดิมพันกับ embodied AI และฮาร์ดแวร์การผลิต ซึ่งเป็นจุดที่จีนมีห่วงโซ่อุปทานและต้นทุนการผลิตเหนือกว่า การที่ EngineAI ผลิตหุ่นยนต์ได้ตัวละ 15 นาที คือการเอาความเชี่ยวชาญ “โรงงานของโลก” มาประยุกต์กับ AI โดยตรง — และนี่อาจเป็นสนามที่ valuation ตามทันความสามารถจริงได้เร็วกว่าฝั่งซอฟต์แวร์
สำหรับไทยและ SEA ประเด็นนี้ใกล้ตัวกว่าที่คิด ภูมิภาคนี้เป็นฐานการผลิตและมีภาคโลจิสติกส์/ค้าปลีก/อุตสาหกรรมที่พร้อมรับหุ่นยนต์เอนกประสงค์ราคาเข้าถึงได้ เมื่อผู้ผลิตจีนเข้าตลาดทุนและต้องเร่งยอดขายเพื่อพยุง valuation หุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ราคาถูกจากจีนจะทยอยเข้ามาในไทยเร็วและถูกกว่าที่หลายคนคาด คำถามเชิงนโยบายที่ไทยควรเตรียมตอบคือเรื่องผลกระทบต่อแรงงานในภาคบริการและการผลิต และมาตรฐานความปลอดภัยของหุ่นยนต์ที่ทำงานร่วมกับคน ก่อนที่คลื่นนี้จะมาถึงหน้าประตู ไม่ใช่หลังจากนั้น
แหล่งข่าว:
อ่านเพิ่มในหมวด ธุรกิจและการลงทุน
Anthropic เปิด S-1 ต่อสาธารณะ จะเข้า Nasdaq ด้วยชื่อย่อ ANT — รายได้ครึ่งแรกปี 2026 อยู่ที่ $16.3B (โต 1,300%) ขาดทุนจากการดำเนินงานแค่ $693M แต่ขาดทุนสุทธิ $80.7B จากการตีมูลค่าหุ้นกู้แปลงสภาพ และค่า compute กินไปเกินครึ่งของรายได้
Anthropic ยื่นแบบ S-1 ต่อสาธารณะบน EDGAR เมื่อ 26 ต.ค. 2026 ขอจดทะเบียนหุ้น Class A ใน Nasdaq ด้วยชื่อย่อ ANT เอกสารเผยรายได้ $4.6B ในปี 2025 และ $16.3B ในครึ่งแรกปี 2026 ขาดทุนจากการดำเนินงานลดเหลือ $693M ลูกค้าที่จ่ายเกิน $100K ต่อปีมีกว่า 11,900 ราย ไม่มีลูกค้ารายไหนเกิน 10% ของรายได้ ส่วนตัวเลขภาระผูกพันด้าน compute และช่วงราคา IPO ยังเว้นว่างไว้
รายงานเผย OpenAI ใช้ส่วนลดดึงลูกค้ารายใหญ่ของ Anthropic — Rippling ย้ายงานโค้ดไป OpenAI จาก 16% เป็น 52%, Replit ได้ส่วนลดกว่า 30% ในสัญญา $100M/ปี และราคาต่อโทเคนของสองค่ายลดลงสูงสุด 80% ในสี่เดือน
The Information รายงาน (สรุปโดย The Decoder เมื่อ 25 ต.ค. 2026) ว่า OpenAI ให้ส่วนลดก้อนใหญ่เพื่อดึงลูกค้าองค์กรของ Anthropic Rippling ย้ายงานโค้ดของตัวเองไปฝั่ง OpenAI จาก 16% เป็น 52%, Replit ย้ายหลังได้ส่วนลดกว่า 30% ในสัญญาที่มีมูลค่าเกิน $100M ต่อปี และ DataCamp บอกว่าค่าใช้จ่ายลดลง 80–90% วันเดียวกัน Max Woolf ไล่ไทม์ไลน์ให้ดูว่าราคา API ของทั้งสองค่ายลดลงสูงสุด 80% ตั้งแต่มิถุนายน และชี้ว่าคู่แข่งที่กดราคาจริง ๆ คือโมเดลเปิดบน OpenRouter
Anthropic เปิดข้อมูลภายใน: สัดส่วนจ้าง junior สายเทคนิคลดจาก 27% เหลือ 9%, ชั่วโมงทำงานของ agent มากกว่าคน 6 เท่า — สองวันต่อมาประกาศกันหุ้น 5% เข้า Public Benefit Fund
รายงาน 'How employment is changing at Anthropic' (16 ต.ค. 2026) ใช้ข้อมูลภายในบริษัทแสดงว่าสัดส่วนพนักงาน junior ในแผนกเทคนิคลดจาก 21% เหลือ 14% สัดส่วนการจ้าง junior ใหม่ลดจาก 27% เหลือ 9% และชั่วโมงทำงานของ agent ที่พนักงานสั่งงานมากกว่าชั่วโมงทำงานของคน 6 ต่อ 1 จากนั้นวันที่ 18 ต.ค. Anthropic ประกาศกันหุ้น 5% (รอผู้ถือหุ้นอนุมัติ) เข้ากองทุน Public Benefit Fund