WebBrain — browser agent โอเพนซอร์ส MIT ที่รันบนโมเดลโลคัลล้วน ผ่าน llama.cpp ไม่ต้องมี API key ข้อมูลไม่ออกจากเครื่อง
ยุคของ browser agent — AI ที่ควบคุมเบราว์เซอร์แทนเราได้ — กำลังคึกคัก แต่เกือบทั้งหมดต้องส่งเนื้อหาหน้าเว็บที่คุณกำลังดู (บางทีรวมถึงหน้าอีเมล บัญชีธนาคาร แดชบอร์ดงาน) ขึ้นคลาวด์ไปให้โมเดลของผู้ให้บริการประมวลผล WebBrain เลือกเดินคนละทาง: เป็น extension โอเพนซอร์สใบอนุญาต MIT สำหรับ Chrome และ Firefox ที่ออกแบบมาแบบ local-first — ค่าเริ่มต้นรันบนโมเดลในเครื่องผ่าน llama.cpp ไม่ต้องมี API key ไม่ต้องต่อเน็ตให้ AI และ ไม่มีข้อมูลออกจากเครื่องเลย พัฒนาโดย Emre Sokullu
WebBrain อ่านหน้าเว็บ ดึงข้อมูลออกมา และทำงานหลายขั้นตอนอัตโนมัติได้ (เช่น กรอกฟอร์ม, รวบรวมข้อมูลข้ามหน้า, ทำ workflow ซ้ำ ๆ) โดยไม่ผูกกับผู้ให้บริการคลาวด์รายใดรายหนึ่ง
Ask กับ Act: แยก”อ่าน” ออกจาก “ลงมือ”
ดีไซน์ด้านความปลอดภัยที่ดูจงใจคือการแบ่งเป็นสองโหมดชัดเจน:
- Ask mode — อ่านอย่างเดียว (read-only) วิเคราะห์/สรุปหน้าเว็บได้ แต่ แก้หรือกดอะไรบนหน้าไม่ได้ เหมาะกับ “ถามหน้านี้ว่าอะไร” อย่างปลอดภัย
- Act mode — ลงมือได้เต็มที่: คลิก พิมพ์ เลื่อน นำทาง รัน workflow — และมีฟีเจอร์ “Plan before Act” ที่ให้ agent ร่างแผนเป็นขั้นตอนให้เรา อนุมัติก่อน จะลงมือจริง
หลักความปลอดภัยเชิงสถาปัตยกรรมที่น่าชมคือ “UI-first” — โดยดีฟอลต์ agent จะทำงานผ่าน UI ที่มองเห็นจริง (กดปุ่มที่คนกดได้) และ ปฏิเสธที่จะยิง REST/GraphQL endpoint ตรง ๆ เพื่อสร้าง/ส่ง/ซื้อ ลดความเสี่ยงที่ agent จะไปทำธุรกรรมที่มองไม่เห็น ผู้ใช้ที่รู้ตัวว่าทำอะไรค่อยสั่ง /allow-api เพื่อ override เป็นราย ๆ ไป
รันโลคัลเป็นหลัก แต่ต่อคลาวด์ได้ถ้าต้องการ
โพรไวเดอร์เริ่มต้นคือ llama.cpp (รองรับโมเดลที่มี context 16k ขึ้นไป) และยังต่อกับ Ollama, LM Studio, Jan, vLLM, SGLang ได้ผ่าน endpoint แบบ OpenAI-compatible ส่วนใครอยากใช้โมเดลคลาวด์ก็ต่อ OpenAI, Claude หรือ OpenRouter ได้เช่นกัน — แต่จุดขายหลักคือ “ดีฟอลต์เป็นโลคัล ไม่ต้องมีบัญชี ไม่มี telemetry ไม่มีการเก็บข้อมูลออกนอกเครื่อง”
ข้อจำกัดที่ควรรู้ตามที่รีโประบุ: บน Firefox ฟีเจอร์จำกัดกว่า Chrome (ไม่เจาะ shadow-DOM, ไม่เก็บประวัติบทสนทนาข้ามการรีสตาร์ต) เพราะ Chrome ใช้ DevTools Protocol ได้ลึกกว่า และตัวโปรเจกต์ยัง ใหม่มาก (ณ ตอนเขียน รีโปเพิ่งเริ่ม ดาวยังน้อย แม้จะมี commit จำนวนมากบน main) — เป็นของที่ควรลองในเชิงทดลอง มากกว่าพึ่งพาในงานที่พลาดไม่ได้
มุมมอง AI Curator
สิ่งที่ทำให้ WebBrain น่าสนใจไม่ใช่ “อีกหนึ่ง browser agent” แต่คือ จุดยืนเรื่องความเป็นส่วนตัว ที่มาพร้อมโค้ดจริง ไม่ใช่แค่คำโฆษณา การที่ดีฟอลต์เป็น llama.cpp โลคัล + หลัก UI-first ที่ปฏิเสธการยิง API เงียบ ๆ + การแยก Ask/Act ออกจากกัน คือชุดการตัดสินใจที่ตอบโจทย์คนที่ระแวง (อย่างถูกต้อง) ว่า “จะให้ AI คุมเบราว์เซอร์ที่ล็อกอินอีเมลกับธนาคารอยู่ ปลอดภัยแค่ไหน” — เพราะ browser agent คือหนึ่งใน attack surface ที่อันตรายที่สุดของยุค agent ทั้ง prompt injection จากหน้าเว็บและการทำธุรกรรมพลาด
สำหรับบริบทไทย/SEA มุมที่ใช้ได้จริงมีสองข้อ หนึ่ง — ต้นทุน: การรันบนโมเดลโลคัลแปลว่าไม่มีค่า token ต่อครั้ง เหมาะกับงานออโตเมชันซ้ำ ๆ (ดึงราคา, กรอกฟอร์ม, รวบรวมข้อมูล) ที่ถ้าจ่าย API ทุกสเต็ปจะแพงเกินคุ้ม สอง — PDPA/ความลับข้อมูล: หน่วยงานหรือบริษัทที่ข้อมูลบนหน้าจอห้ามออกนอกองค์กร (สุขภาพ การเงิน ราชการ) การมี agent ที่ประมวลผลในเครื่องล้วนเป็นทางเลือกที่ปฏิบัติได้จริงกว่าเครื่องมือคลาวด์
ข้อควรระวังตามจริง: โปรเจกต์ยังใหม่มากและคุณภาพ agent ขึ้นกับโมเดลโลคัลที่คุณรัน — โมเดลเล็กบนเครื่องผู้บริโภคจะทำงานหลายขั้นตอนได้ไม่แม่นเท่าโมเดลคลาวด์ตัวใหญ่ ฉะนั้นเริ่มที่งานความเสี่ยงต่ำในโหมด Ask ก่อน แล้วค่อยขยับไป Act พร้อมเปิด “Plan before Act” ไว้เสมอ อย่าเพิ่งปล่อยให้มันรูดบัตร
แหล่งข่าว
อ่านเพิ่มในหมวด เครื่องมือนักพัฒนา
Betelgeuse รัน Qwen3.8 Flash Next ขนาด 68GB บน RTX 3060 กับแรม 16GB ส่วน Basalt วัดให้เห็นว่าเอนจินที่เร่งด้วยแฟล็กลัดทำให้โมเดลลืมของ
Betelgeuse ฟอร์ก llama.cpp ที่เปิดเมื่อ 31 ต.ค. ดึง expert จาก NVMe เข้า VRAM ตามต้องการ อ้าง 22 tok/s แบบไม่ทิ้ง expert แต่ README เตือนเองว่ายังทดลองและตัวเลขมาจากคนละรอบ วันเดียวกันผู้พัฒนา Basalt เผยผลวัดว่าแฟล็กเร่งความเร็วทำคุณภาพ Q8 ตกไปใกล้ Q2
กฎห้ามโคลนเกมของ Claude Code เริ่มกระทบงานจริง บริษัทรับทำเกมกระดานร้องงานลูกค้าหยุด แต่รายงานหลายชิ้นปนกับตัวกรองไซเบอร์คนละเรื่อง
ต่อจากที่เราพบกฎนี้ในไบนารี Claude Code ผู้ใช้เริ่มรายงานว่างานเชิงพาณิชย์ถูกปฏิเสธ และ Tom's Hardware กับ Mashable หยิบไปรายงาน แต่เมื่อไล่ issue ที่อ้างถึง พบว่าหลายรายการเกิดก่อนกฎจะมา จึงน่าจะเป็นตัวกรองด้านไซเบอร์ ส่วน Anthropic ยังไม่ชี้แจง
Claude Code ส่ง transcript ของ background agent ให้โมเดลทุก ~30 วินาทีเพื่อเขียนสถานะ 3–5 คำ ผู้วัดรายงานกินราว 16% และยังปิดแบบทางการไม่ได้
รายงานอิสระพบว่าฟีเจอร์ agent_summary ของ Claude Code ส่ง transcript เต็มของ background agent ไปถามสถานะทุก ~30 วินาที คิดเป็น 16.4% ของค่าใช้จ่ายในระบบของผู้วัด Issue เปิดมาตั้งแต่ ส.ค. ยังไม่มีสวิตช์ปิดที่รองรับ เราตรวจพบโค้ดนี้ใน 2.1.314 และพบกฎใหม่เรื่องเกมที่ไม่อยู่ใน changelog