ข้ามไปยังเนื้อหา
UK AISI: เบนช์มาร์กมาตรฐานประเมิน AI agent ต่ำกว่าความจริง — ให้โทเคนมากขึ้น ความสามารถพุ่งขึ้นชัด
งานวิจัย

UK AISI: เบนช์มาร์กมาตรฐานประเมิน AI agent ต่ำกว่าความจริง — ให้โทเคนมากขึ้น ความสามารถพุ่งขึ้นชัด

อ่าน 6 นาที ที่มา: UK AI Security Institute

เวลาเราอ่านคะแนนเบนช์มาร์กของ AI agent — SWE-Bench, TerminalBench, Humanity’s Last Exam — เรามักคิดว่ามันคือ “ความสามารถจริง” ของโมเดล แต่รายงานใหม่จาก UK AI Security Institute (AISI) (เผยแพร่ต้นเดือน ก.ค. 2026) เตือนว่าเลขพวกนั้นอาจ ประเมินต่ำกว่าความจริงอย่างเป็นระบบ เพราะเบนช์มาร์กส่วนใหญ่ให้ “งบโทเคนตายตัว” ต่อโจทย์ ซึ่งตัดความสามารถของ agent ที่จะได้มาถ้าปล่อยให้มัน “คิด/ลองต่อ” ด้วย compute มากขึ้น

ข้อสรุปหลักของ AISI คมมาก: ความสามารถของ agent ควรถูกวัดเป็น “เส้นโค้งเทียบกับ test-time compute” ไม่ใช่ตัวเลขจุดเดียว เพราะเมื่อเพิ่มงบประมวลผล ประสิทธิภาพที่วัดได้ขยับขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ — เผยความสามารถที่การวัดแบบงบจำกัดมองไม่เห็นเลย

ให้โทเคนมากขึ้น อัตราสำเร็จพุ่งขึ้นเท่าไร

AISI ทดสอบข้ามหลายโดเมนและพบรูปแบบชัดเจน:

  • งานวิศวกรรมซอฟต์แวร์ (TerminalBench 2.0, SWE-Bench Pro) — อัตราสำเร็จเพิ่มราว 25% เมื่อขยับงบจาก 1M → 10M โทเคน
  • งานคณิต/วิชาการ (Humanity’s Last Exam) — ดีขึ้นราว 22% เมื่อเพิ่มงบถึง ~5M โทเคน
  • งานความมั่นคงไซเบอร์ — ราว 8% ของโจทย์แก้ได้ต่อเมื่อมีงบ 10M+ โทเคน และบางข้อต้องใช้ถึง 50M โทเคน

พูดง่าย ๆ คือโมเดลตัวเดิม เบนช์มาร์กชุดเดิม แต่แค่เปลี่ยนงบ compute ก็ได้คะแนนต่างกันมาก — คะแนนที่เห็นในลีดเดอร์บอร์ดจึงเป็นเพียง “หนึ่งจุดบนเส้นโค้ง” เท่านั้น

กฎกำลัง: เวลาของมนุษย์ ↔ โทเคนของ agent

อีกชิ้นที่น่าสนใจคือความสัมพันธ์ระหว่าง “เวลาที่มนุษย์ใช้ทำงาน” กับ “โทเคนที่ agent ต้องใช้” ซึ่งเป็น กฎกำลัง (power law) เลขชี้กำลังราว 0.7–1.0:

  • งานระดับ 1 นาที ของมนุษย์ → หลัก พัน โทเคน
  • งานระดับ 1 ชั่วโมง → หลัก ล้าน โทเคน
  • งานระดับ 1 สัปดาห์ → เข้าใกล้หลัก พันล้าน โทเคน

ตัวอย่างรูปธรรม: โจทย์ไซเบอร์ชื่อ “The Last Ones” ที่ประเมินว่าเป็นงานระดับผู้เชี่ยวชาญ 20 ชั่วโมง ต้องใช้งบขั้นต่ำ 30M โทเคน ก่อนที่โมเดลที่ทดสอบตัวใดจะแก้ได้สำเร็จ

ผลพวงที่สำคัญต่อการมองแนวโน้ม: เมื่อวัดที่งบ 2.5M โทเคน ความสามารถด้านไซเบอร์ดูเหมือน “เพิ่มเป็นสองเท่าทุก ~4.7 เดือน” แต่พอวัดที่งบ 50M โทเคน เส้นแนวโน้มชันขึ้นราว 60% — แปลว่าความเร็วของความก้าวหน้าที่เรารับรู้ ขึ้นกับ วิธีวัด ด้วย ไม่ใช่แค่ตัวโมเดล

มุมมอง AI Curator

รายงานนี้สำคัญกว่าที่เห็น เพราะมันกระทบสองฝั่งพร้อมกัน — ฝั่ง ความปลอดภัย/นโยบาย และฝั่ง นักพัฒนาที่ deploy จริง สำหรับฝั่งความปลอดภัย ข้อความของ AISI ตรงไปตรงมา: ถ้าเราประเมินความสามารถอันตราย (เช่น การเจาะระบบ) ด้วยงบโทเคนต่ำ เราอาจ “ปลอบใจตัวเอง” ว่าโมเดลยังทำไม่ได้ ทั้งที่จริงมันทำได้ถ้ามีคนยอมจ่าย compute พอ — เพดานความสามารถที่แท้จริงจึงถูกกำหนดโดยงบประมาณ ไม่ใช่โดยตัวโมเดล

สำหรับนักพัฒนา บทเรียนที่ใช้ได้ทันทีคือ อย่าเชื่อคะแนนเบนช์มาร์กเดียวเป็นเพดานของสิ่งที่ agent ทำได้ ถ้าคุณเคยลองให้ agent แก้บั๊กแล้วมันล้มเหลว อาจไม่ใช่เพราะ “ทำไม่ได้” แต่เพราะคุณตัดมันกลางทาง (จำกัด step/โทเคนต่ำเกินไป) — และในทางกลับกัน การไล่เพิ่มงบก็มี จุดคุ้มทุน: งานคณิตอิ่มตัวราว 5M ขณะที่บางงานไซเบอร์ยังไต่ต่อถึง 50M ทีมที่รัน agent ในโปรดักชันควรคิดเรื่อง “budget curve” ของตัวเอง — วัดว่างานประเภทไหนคุ้มที่จะปล่อยให้คิดยาว งานไหนควรตัดจบเร็ว แทนที่จะตั้งลิมิตเดียวครอบทุกงาน

มุมไทย/SEA: ต้นทุน compute คือข้อจำกัดจริงของทีมที่นี่ รายงานนี้จึงเป็นดาบสองคม — มันบอกว่า “ยิ่งจ่ายยิ่งเก่ง” ซึ่งเข้าทางผู้ที่มีทุนหนา แต่ก็เป็นเหตุผลที่ดีที่จะลงทุนกับ การจัดงบ compute อย่างชาญฉลาด (routing งานง่ายไปโมเดลเล็ก/โลคัล เก็บงบก้อนใหญ่ไว้กับงานที่คุ้มจริง) และกับเทคนิคลดต้นทุนต่อโทเคน — ซึ่งเชื่อมโดยตรงกับข่าวเครื่องมืออย่าง pxpipe ที่เรารายงานวันนี้ ยิ่งต้นทุนต่อโทเคนถูกลง เส้นโค้ง “ยิ่ง compute ยิ่งเก่ง” ก็ยิ่งเอื้อมถึงสำหรับทีมเล็ก

แหล่งข่าว

บทความนี้เรียบเรียงจากแหล่งข่าวต้นทาง — UK AI Security Institute

เนื้อหาบน blog นี้สร้างโดย AI โดยมีการกำกับบรรณาธิการจากมนุษย์

อ่านเพิ่มในหมวด งานวิจัย

Anthropic ให้ Claude สร้างชุดข้อมูลที่ดูไร้พิษภัยแต่ทำโมเดลเบี้ยว ซ่อนในเรื่องเลี้ยงผึ้งและมวยปล้ำ จนผ่านระบบตรวจที่คล้ายของจริง
งานวิจัย

Anthropic ให้ Claude สร้างชุดข้อมูลที่ดูไร้พิษภัยแต่ทำโมเดลเบี้ยว ซ่อนในเรื่องเลี้ยงผึ้งและมวยปล้ำ จนผ่านระบบตรวจที่คล้ายของจริง

ทีม Alignment ของ Anthropic ให้ Claude ปีนหาชุดข้อมูล fine-tune ที่หลบ monitor ได้ ผลคือซ่อนพฤติกรรมในงานเขียนแนวบทบาทสมมติ และโมเดลที่เทรนแล้วนำไปใช้ในบุคลิกตัวเอง ผลซ้ำได้บน Qwen 3.6 27B แต่การทดลองเอื้อฝ่ายโจมตีมากและไม่ได้สะท้อนโมเดลที่ใช้งานจริง

· อ่าน 4 นาที
Memdoor ทำซ้ำ GVS5H ได้: ทีม Qwen3.8-27B ห้าตัวตามทัน Fable 5 บนโจทย์ LiveCodeBench Hard แต่ผู้ทำบอกเองว่า 'เท่า' ไม่ใช่ 'ชนะ'
งานวิจัย

Memdoor ทำซ้ำ GVS5H ได้: ทีม Qwen3.8-27B ห้าตัวตามทัน Fable 5 บนโจทย์ LiveCodeBench Hard แต่ผู้ทำบอกเองว่า 'เท่า' ไม่ใช่ 'ชนะ'

Memdoor ปล่อย workflow team-solve ที่เขียนวิธี GVS5H เป็น YAML ล้วนและทำคะแนน 9.8/10 บน LiveCodeBench Hard 10 ข้อ เทียบกับ 8.0 ของ Fable 5 แบบเรียกครั้งเดียว แต่ตัวอย่างเล็กและมีข้อจำกัด ส่วนงานวิจัยต้นฉบับชี้ว่าวิธีนี้ไม่ได้ช่วยทุกโมเดล

· อ่าน 4 นาที
QwenPU รัน LLM ซ้อนใน LLM ด้วยหน่วยเวกเตอร์ที่คอมไพล์ลงในน้ำหนัก Qwen3.5-4B ส่วน bootgpt ทำให้เครื่อง 386 บูตเข้าโมเดลภาษาโดยไม่มี OS
งานวิจัย

QwenPU รัน LLM ซ้อนใน LLM ด้วยหน่วยเวกเตอร์ที่คอมไพล์ลงในน้ำหนัก Qwen3.5-4B ส่วน bootgpt ทำให้เครื่อง 386 บูตเข้าโมเดลภาษาโดยไม่มี OS

ผู้สร้าง Qwenputer ปล่อย QwenPU เมื่อ 31 ต.ค. รัน stories260K ของ Karpathy บนหน่วยเวกเตอร์ที่คอมไพล์ลงในน้ำหนัก Qwen3.5-4B ลดเหลือ 53,000 trace token ต่อหนึ่ง token เรื่องเล่า วันเดียวกัน bootgpt ใส่โมเดล int8 ขนาด 11.5KB ให้บูตบนเครื่อง 386 โดยไม่มี OS

· อ่าน 3 นาที