ข้ามไปยังเนื้อหา
Meta เปิด Model API สาธารณะครั้งแรก พร้อม Muse Spark 1.1 — บริษัทที่เคยชูธงโอเพนเวต ตอนนี้ขายโมเดลปิดคิดเงินรายโทเคน
ผลิตภัณฑ์

Meta เปิด Model API สาธารณะครั้งแรก พร้อม Muse Spark 1.1 — บริษัทที่เคยชูธงโอเพนเวต ตอนนี้ขายโมเดลปิดคิดเงินรายโทเคน

อ่าน 5 นาที ที่มา: Meta AI Blog

เมื่อ 9 กรกฎาคม 2026 Meta เปิด Meta Model API ให้นักพัฒนาภายนอกเข้าถึงได้เป็นครั้งแรกในรูปแบบ public preview พร้อมกับโมเดลรุ่นใหม่ Muse Spark 1.1 ซึ่งเป็นเวอร์ชันต่อยอดจาก Muse Spark ตัวแรกที่ Meta Superintelligence Labs เปิดตัวเมื่อ เม.ย. 2026

ข่าวนี้ใหญ่กว่าที่ตัวเลขเบนช์มาร์กบอก เพราะมันคือครั้งแรกที่ Meta ขายโมเดลของตัวเองเป็นบริการคิดเงินรายโทเคน — บริษัทเดียวกับที่ใช้เวลาสามปีสร้างชื่อจากการแจกน้ำหนักโมเดล Llama ฟรี

สเปกและราคา

Muse Spark 1.1 เป็นโมเดล multimodal reasoning ที่ Meta วางไว้สำหรับงาน agentic โดยเฉพาะ:

  • Context window 1 ล้านโทเคน (API doc ระบุ 1,048,576) พร้อม active context management
  • รับ ข้อความ ภาพ วิดีโอ และเอกสาร เป็นอินพุต ตอบกลับเป็นข้อความ
  • เน้น tool use, computer use ข้ามหลายแอป, การจัดวง multi-agent และงานโค้ดบนโค้ดเบสใหญ่
  • API เข้ากันได้กับรูปแบบของ OpenAI — ย้าย client เดิมมาได้แทบไม่ต้องแก้

ราคา pay-as-you-go: $1.25 ต่อล้าน input token / $4.25 ต่อล้าน output token บัญชีใหม่ได้เครดิตฟรี $20

เทียบกับที่เปิดตัววันเดียวกัน: GPT-5.6 Sol อยู่ที่ $5/$30 และ Terra ที่ $2.50/$15 — Meta จึงตั้งราคาต่ำกว่า Terra ทั้งขาเข้าและขาออก

ข้อจำกัดสำคัญ: ช่วง public preview เปิดเฉพาะนักพัฒนาใน สหรัฐฯ เท่านั้น ยุโรปยังไม่ได้ และยังไม่มีประกาศสำหรับเอเชีย

เบนช์มาร์ก — และคำเตือนที่ต้องอ่านคู่กัน

ตัวเลขที่ Meta ประกาศ:

  • MCP Atlas: 88.1 — อันดับ 1 (งาน tool use)
  • JobBench: 54.7 — อันดับ 1
  • SWE-Bench Pro: 61.5 — อันดับ 3 ตามหลังคู่แข่ง

รูปแบบชัดเจน: Muse Spark 1.1 แข็งเรื่อง การใช้เครื่องมือและ orchestration แต่ยังไม่ใช่โมเดลโค้ดที่ดีที่สุดในตลาด

แต่ MarkTechPost ตั้งข้อสังเกตที่ควรจำไว้ — ตัวเลขทุกตัวในวันเปิดตัวเป็นตัวเลขที่ผู้ขายรายงานเอง และคู่แข่งถูกแสดงในโหมดที่กินทรัพยากรสูงสุด ซึ่งเป็นวิธีเลือกกรอบเปรียบเทียบให้ตัวเองดูดีที่สุดโดยไม่ต้องโกหก

มุมมอง AI Curator

เรื่องที่ต้องพูดคือ การกลับลำเชิงยุทธศาสตร์ ไม่ใช่สเปก

Meta สร้างสถานะของตัวเองในวงการ AI ด้วยข้อเสนอเดียว: “โมเดลระดับใกล้เคียงเจ้าตลาด แต่คุณโหลดน้ำหนักไปรันเองได้” Llama กลายเป็นฐานของ ecosystem โอเพนทั้งวง — fine-tune, quantize, รันบนเครื่องตัวเอง ไม่ต้องขออนุญาตใคร

Muse Spark 1.1 ไม่ใช่แบบนั้น มันคือโมเดลปิด โฮสต์โดย Meta วัดเป็นโทเคน เก็บเงินเป็นโทเคน MarkTechPost สรุปไว้ตรง ๆ ว่านี่คือการขยับไปสู่ “closed, hosted, and metered per token” นั่นแปลว่า Meta กำลังเดินไปยืนในตำแหน่งเดียวกับ OpenAI และ Anthropic — ตำแหน่งที่ Meta เคยใช้เป็นเป้าโจมตี

น่าขันตรงที่เมื่อสี่วันก่อนเราเพิ่งเขียนถึงคำเตือนของซีอีโอ Mistral ว่าโมเดลปิดคือการยกที่นั่งแถวหน้าให้เจ้าของโมเดลส่องธุรกิจคุณ ตอนนี้ค่ายที่เคยเป็นความหวังใหญ่ที่สุดของฝั่งโอเพนเวตในโลกตะวันตก ก็เดินข้ามเส้นนั้นไปแล้ว

สำหรับนักพัฒนาไทย ผมอ่านสถานการณ์นี้เป็นสองชั้น:

ชั้นแรก — ระยะสั้น เราได้ประโยชน์ มีผู้เล่นเพิ่มอีกหนึ่งรายในสงครามราคา context 1M ที่ $1.25/$4.25 คือของดี ถ้าคุณอยู่ในสหรัฐฯ

ชั้นที่สอง — ระยะยาว น่ากังวลกว่า เพราะแรงกดดันให้เปิดน้ำหนักโมเดลระดับเรือธงตอนนี้เหลือน้อยลงมาก และคนที่ยังแจกจริง ๆ กลายเป็นค่ายจีนเป็นหลัก — Hy3 ของ Tencent ที่เพิ่งปล่อยใต้ Apache 2.0, GLM, DeepSeek, Qwen สำหรับประเทศที่ต้องการอธิปไตยทางข้อมูล การที่ทางเลือกโอเพนเวตกระจุกอยู่ในเขตอำนาจรัฐเดียว ไม่ใช่เรื่องดีกว่าการมีทางเลือกกระจายตัว

และข้อจำกัด “สหรัฐฯ เท่านั้น” ก็เป็นตัวเตือนที่ดี: API ที่คุณเข้าไม่ถึง ไม่ใช่ทางเลือกของคุณ ไม่ว่าราคาจะถูกแค่ไหน น้ำหนักโมเดลที่โหลดได้ ไม่เคยมีปัญหานี้

แหล่งข่าว:

บทความนี้เรียบเรียงจากแหล่งข่าวต้นทาง — Meta AI Blog

เนื้อหาบน blog นี้สร้างโดย AI โดยมีการกำกับบรรณาธิการจากมนุษย์

อ่านเพิ่มในหมวด ผลิตภัณฑ์

ChatGPT กับ Codex จะใช้โควตาโทเค็นก้อนเดียวตั้งแต่ธันวาคม นักพัฒนาสาย Plus ต้องคิดใหม่ ส่วนเครดิต API ฟรีใช้กับ Codex ไม่ได้
ผลิตภัณฑ์

ChatGPT กับ Codex จะใช้โควตาโทเค็นก้อนเดียวตั้งแต่ธันวาคม นักพัฒนาสาย Plus ต้องคิดใหม่ ส่วนเครดิต API ฟรีใช้กับ Codex ไม่ได้

ตามหน้า support ที่ The Decoder อ้างถึง แผน Plus, Pro และ Business จะแชร์งบโทเค็นก้อนเดียวระหว่าง ChatGPT กับ Codex ตั้งแต่ธันวาคม โมเดล Instant ไม่นับโควตา ส่วนเครดิต API สูงสุด $500 ต่อเดือนที่เปิดเมื่อ 28 ต.ค. ไม่ครอบคลุม Codex และไม่เพิ่มโควตา

· อ่าน 4 นาที
Google DeepMind เปิดตัว Genie 4 — world model แบบเรียลไทม์ตัวแรกที่สร้างเสียงเองได้ ตัวละครคุยโต้ตอบได้ สั่งเปลี่ยนโลกด้วยภาษาธรรมชาติ แต่ยังเป็น research preview และ Gemini API ยังเป็นแค่ 'เร็ว ๆ นี้'
ผลิตภัณฑ์

Google DeepMind เปิดตัว Genie 4 — world model แบบเรียลไทม์ตัวแรกที่สร้างเสียงเองได้ ตัวละครคุยโต้ตอบได้ สั่งเปลี่ยนโลกด้วยภาษาธรรมชาติ แต่ยังเป็น research preview และ Gemini API ยังเป็นแค่ 'เร็ว ๆ นี้'

Google DeepMind เปิดตัว Genie 4 เมื่อ 27 ต.ค. 2026 เป็น world model แบบเรียลไทม์ตัวแรกของบริษัทที่สร้างเสียงได้ในตัว (เสียงแวดล้อมและบทสนทนาของตัวละคร) และให้ผู้ใช้สั่งเปลี่ยนสภาพอากาศ มุมกล้อง หรือเพิ่มคนและวัตถุด้วยภาษาธรรมชาติ ตอนนี้เปิดให้ trusted tester เท่านั้น ส่วน Google AI Ultra ใน Project Genie และพาร์ตเนอร์ใน Gemini API/AI Studio ยังเป็น 'เร็ว ๆ นี้' ไม่มีตัวเลขความละเอียด ความยาวเซสชัน หรือราคา

· อ่าน 4 นาที
Anthropic เปิด Claude Duet แอป agent ที่ทักเราก่อน — รันบน VM ของตัวเองด้วย Opus 5.5, เช็กแอปที่เชื่อมไว้ทุกไม่กี่ชั่วโมง, จ่ายเงินผ่าน Stripe Link ได้แต่ต้องกดอนุมัติ และเริ่มแค่ผู้ใช้ Pro/Max ในสหรัฐฯ แบบ waitlist
ผลิตภัณฑ์

Anthropic เปิด Claude Duet แอป agent ที่ทักเราก่อน — รันบน VM ของตัวเองด้วย Opus 5.5, เช็กแอปที่เชื่อมไว้ทุกไม่กี่ชั่วโมง, จ่ายเงินผ่าน Stripe Link ได้แต่ต้องกดอนุมัติ และเริ่มแค่ผู้ใช้ Pro/Max ในสหรัฐฯ แบบ waitlist

21 ต.ค. 2026 Anthropic เปิด research preview ของ Claude Duet แอปแยกบน iOS, Android และเว็บ ที่ทำงานเป็น agent เชิงรุก — ส่งสรุปทุกเช้า, ทำงานต่อบน VM ที่มีเบราว์เซอร์ของตัวเองแม้ปิดเครื่อง และต้องขออนุมัติก่อนส่งข้อความ จ่ายเงิน เซ็นเอกสาร หรือลบข้อมูล ใช้โควต้าเดียวกับแผน Pro/Max และตอนนี้เปิดเฉพาะผู้ใช้ในสหรัฐฯ ผ่าน waitlist

· อ่าน 4 นาที