จุดจบยุค DeepMind? Hassabis ลงจาก CEO, Jeff Dean ลาออกไปตั้งสตาร์ทอัพ — Google ปรับโครงสร้าง AI ครั้งใหญ่ที่สุดในรอบทศวรรษ
ข่าวใหญ่ที่สุดของวงการ AI สัปดาห์นี้ประกาศเมื่อวันที่ 5 สิงหาคมที่ผ่านมา (เราขอสรุปแบบเก็บตกให้ครบในโพสต์เดียว): Demis Hassabis ก้าวลงจากตำแหน่ง CEO ของ Google DeepMind โดยขยับไปเป็น Chairman ของ Google DeepMind และรับตำแหน่งใหม่ Chief Scientist ของ Alphabet ส่วนงานบริหารรายวันตกเป็นของ Koray Kavukcuoglu ในตำแหน่ง Senior Vice President — ที่น่าสังเกตคือไม่ใช่ตำแหน่ง CEO และรายงานตรงต่อ Sundar Pichai ซึ่งหมายความว่า DeepMind ไม่มี CEO ของตัวเองอีกต่อไป
พร้อมกันนั้น Jeff Dean ตำนานวิศวกรผู้อยู่กับ Google มา 27 ปี ประกาศลาออกเพื่อไปร่วมก่อตั้ง Discovery Loop บริษัทรูปแบบ public benefit corporation ที่มุ่ง automate งานวิจัย machine learning วิทยาศาสตร์ และวิศวกรรม โดยมีผู้ร่วมก่อตั้งเป็นอดีตชาว Google ระดับหัวกะทิอย่าง Sanjay Ghemawat, Oriol Vinyals และ Quoc Le — ตลาดตอบรับด้วยการเทขายหุ้น Alphabet ลงราว 5%
รายละเอียดการปรับโครงสร้าง
- Hassabis: เป็น Chairman ของ Google DeepMind + Chief Scientist ของ Alphabet โฟกัสยุทธศาสตร์ AGI และ AI เชิงวิทยาศาสตร์ พร้อมเพิ่มบทบาทใน Isomorphic Labs (หน่วยค้นคว้ายาของ Alphabet) โดยเจ้าตัวย้ำว่า “AGI ใกล้ถึงแล้ว และการเดินหมากช่วงถัดไปให้ถูกต้องคือเรื่องสำคัญต่อมนุษยชาติ”
- Kavukcuoglu: คุม operations รายวันและ roadmap ของโมเดล Gemini ทั้งหมด
- Jeff Dean → Discovery Loop: Alphabet เป็น founding investor และสนับสนุน cloud compute ให้บริษัทใหม่
สัญญาณที่สะสมมาก่อนหน้า
ข่าวนี้ไม่ได้มาจากสุญญากาศ — ปลายเดือนกรกฎาคม ทีม AlphaFold ถูกยุบรวมเข้าหน่วยอื่น (เราเคยรายงานไว้) ขณะที่ Gemini 3.5 Pro ซึ่งประกาศตั้งแต่เดือนพฤษภาคมว่าจะออกมิถุนายน ก็เลื่อนมาเรื่อย ๆ จนรายงานล่าสุดของ The Decoder ระบุว่าถูก “พับเก็บ” ไปแล้วโดยพฤตินัย และงานพัฒนา Gemini ถูกรวมศูนย์ไปที่ Bay Area ภายใต้อิทธิพลที่เพิ่มขึ้นของ Sergey Brin
The Decoder ยังรายงานอ้างแหล่งข่าวว่า Hassabis ตั้งใจจะลาออกพร้อม Jeff Dean แต่ Google เกรงว่าหุ้นจะร่วงหนักกว่าเดิม จึงใช้วิธี “โปรโมท” ขึ้นเป็น Chairman เพื่อปูทางออกอย่างเป็นระเบียบในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า
สองมุมมองจากนักวิเคราะห์
ฝั่งหนึ่ง (เช่นบทวิเคราะห์สาย SemiAnalysis) มองว่านี่คือสัญญาณ Google กำลังแพ้ศึกโมเดล frontier — เสียทั้งผู้นำทางวิทยาศาสตร์และวิศวกรระดับตำนานในคราวเดียว อีกฝั่งมองว่านี่คือการ pivot เชิงยุทธศาสตร์: รายได้ annualized ของ Gemini อยู่ที่ราว 1.2 หมื่นล้านดอลลาร์ แต่ธุรกิจ AI infrastructure ของ Google Cloud ถูกคาดการณ์ว่าจะโตแตะ 7.3 หมื่นล้านดอลลาร์ภายในสิ้นปี 2027 — Google อาจเลือกทำกำไรจากการเป็น “ผู้ขายพลั่ว” มากกว่าแข่งขุดทองเอง
มุมมอง AI Curator
นี่คือบทปิดของโมเดล “ห้องแล็บวิจัยอิสระในบริษัทใหญ่” ที่ DeepMind เป็นต้นแบบมาตั้งแต่ปี 2014 และเป็นภาพสะท้อนว่าแรงกดดันเชิงพาณิชย์ชนะวัฒนธรรมวิจัยระยะยาวในทุกสมรภูมิ — เรื่องเดียวกับที่เกิดกับ OpenAI (จาก nonprofit สู่ for-profit) และ Meta FAIR มาแล้ว สำหรับนักพัฒนาในไทยที่พึ่ง Gemini API ระยะสั้นไม่น่ามีอะไรเปลี่ยน เพราะ Kavukcuoglu คุม roadmap ต่อเนื่อง แต่ระยะกลางควรจับตาสองอย่าง: (1) ถ้า Google เทน้ำหนักไป infrastructure จริง จังหวะการออกโมเดล frontier ใหม่อาจช้าลง ซึ่งกระทบแผนของคนที่ล็อกอยู่กับ ecosystem เดียว — กระจายความเสี่ยงด้วย abstraction layer ที่สลับโมเดลได้ยังเป็นกลยุทธ์ที่ถูกต้อง (2) คลื่นคนเก่งที่ไหลออกมาตั้งบริษัทใหม่อย่าง Discovery Loop มักกลายเป็นแหล่งนวัตกรรมรอบถัดไป เหมือนที่ผู้เขียนเปเปอร์ Transformer ออกมาตั้ง Anthropic, Character.AI และ Cohere — บริษัท “automate งานวิจัยวิทยาศาสตร์” ของคนระดับ Dean + Vinyals + Le คือสิ่งที่ควรมีในเรดาร์ตั้งแต่วันนี้
แหล่งข่าว
อ่านเพิ่มในหมวด ธุรกิจและการลงทุน
Anthropic เปิด S-1 ต่อสาธารณะ จะเข้า Nasdaq ด้วยชื่อย่อ ANT — รายได้ครึ่งแรกปี 2026 อยู่ที่ $16.3B (โต 1,300%) ขาดทุนจากการดำเนินงานแค่ $693M แต่ขาดทุนสุทธิ $80.7B จากการตีมูลค่าหุ้นกู้แปลงสภาพ และค่า compute กินไปเกินครึ่งของรายได้
Anthropic ยื่นแบบ S-1 ต่อสาธารณะบน EDGAR เมื่อ 26 ต.ค. 2026 ขอจดทะเบียนหุ้น Class A ใน Nasdaq ด้วยชื่อย่อ ANT เอกสารเผยรายได้ $4.6B ในปี 2025 และ $16.3B ในครึ่งแรกปี 2026 ขาดทุนจากการดำเนินงานลดเหลือ $693M ลูกค้าที่จ่ายเกิน $100K ต่อปีมีกว่า 11,900 ราย ไม่มีลูกค้ารายไหนเกิน 10% ของรายได้ ส่วนตัวเลขภาระผูกพันด้าน compute และช่วงราคา IPO ยังเว้นว่างไว้
รายงานเผย OpenAI ใช้ส่วนลดดึงลูกค้ารายใหญ่ของ Anthropic — Rippling ย้ายงานโค้ดไป OpenAI จาก 16% เป็น 52%, Replit ได้ส่วนลดกว่า 30% ในสัญญา $100M/ปี และราคาต่อโทเคนของสองค่ายลดลงสูงสุด 80% ในสี่เดือน
The Information รายงาน (สรุปโดย The Decoder เมื่อ 25 ต.ค. 2026) ว่า OpenAI ให้ส่วนลดก้อนใหญ่เพื่อดึงลูกค้าองค์กรของ Anthropic Rippling ย้ายงานโค้ดของตัวเองไปฝั่ง OpenAI จาก 16% เป็น 52%, Replit ย้ายหลังได้ส่วนลดกว่า 30% ในสัญญาที่มีมูลค่าเกิน $100M ต่อปี และ DataCamp บอกว่าค่าใช้จ่ายลดลง 80–90% วันเดียวกัน Max Woolf ไล่ไทม์ไลน์ให้ดูว่าราคา API ของทั้งสองค่ายลดลงสูงสุด 80% ตั้งแต่มิถุนายน และชี้ว่าคู่แข่งที่กดราคาจริง ๆ คือโมเดลเปิดบน OpenRouter
Anthropic เปิดข้อมูลภายใน: สัดส่วนจ้าง junior สายเทคนิคลดจาก 27% เหลือ 9%, ชั่วโมงทำงานของ agent มากกว่าคน 6 เท่า — สองวันต่อมาประกาศกันหุ้น 5% เข้า Public Benefit Fund
รายงาน 'How employment is changing at Anthropic' (16 ต.ค. 2026) ใช้ข้อมูลภายในบริษัทแสดงว่าสัดส่วนพนักงาน junior ในแผนกเทคนิคลดจาก 21% เหลือ 14% สัดส่วนการจ้าง junior ใหม่ลดจาก 27% เหลือ 9% และชั่วโมงทำงานของ agent ที่พนักงานสั่งงานมากกว่าชั่วโมงทำงานของคน 6 ต่อ 1 จากนั้นวันที่ 18 ต.ค. Anthropic ประกาศกันหุ้น 5% (รอผู้ถือหุ้นอนุมัติ) เข้ากองทุน Public Benefit Fund