ข้ามไปยังเนื้อหา
antirez เขียน engine รัน MiniMax H3 บน Mac ด้วย Metal ล้วน — คลิป 512×512 ใน 3.5 วินาทีโหมดเร็ว และ int8 ที่ตัดพีค RAM จาก 36GB เหลือ 26GB
เครื่องมือนักพัฒนา

antirez เขียน engine รัน MiniMax H3 บน Mac ด้วย Metal ล้วน — คลิป 512×512 ใน 3.5 วินาทีโหมดเร็ว และ int8 ที่ตัดพีค RAM จาก 36GB เหลือ 26GB

อ่าน 6 นาที ที่มา: GitHub — antirez/h3.c

ต้นเดือนสิงหาคมเราเขียนถึง MiniMax H3 สองครั้ง — ครั้งแรกตอนน้ำหนักขึ้น Hugging Face พร้อมสัญญาอนุญาตที่มีเงื่อนไขมากกว่าที่พาดหัวบอก และครั้งที่สองตอน ComfyUI ตัดไฟล์จาก 123.6GB เหลือ 42.5GB ภายใน 48 ชั่วโมง ทั้งสองครั้งเรื่องยังอยู่ในโลกของ NVIDIA + PyTorch เหมือนเดิม

วันที่ 9 สิงหาคม 2026 เรื่องขยับไปอีกทาง Salvatore Sanfilippo — ที่คนรู้จักในชื่อ antirez ผู้สร้าง Redis — เปิดรีโป antirez/h3.c ซึ่งเป็น inference engine สำหรับรัน MiniMax H3 บนเครื่อง Mac เขียนด้วยภาษา C กับ Metal shader ล้วน ไม่มี Python ไม่มี PyTorch ไม่มี CUDA สัญญาอนุญาต MIT ณ เวลาที่เขียนโพสต์นี้รีโปมีดาว 848 ดวง และเรื่องขึ้นหน้าแรก Hacker News วันนี้ (11 ส.ค.) ที่ 293 คะแนน

ตัวเลขที่ README กล่าวอ้าง

antirez อธิบายโครงการว่าเป็น “ลำดับของ vertical slice ที่ทำงานได้จริง” — คือค่อย ๆ ทำให้แต่ละเส้นทางครบก่อนแล้วค่อยไล่ปรับให้เร็ว ตัวเลขที่ระบุใน README (ทดสอบบน M3 Max และ M5 Max):

  • 512×512, 22 เฟรม, 20 steps — ราว 16.7 วินาที ในโหมดสมดุล
  • โหมด aggressive 4 steps — ราว 3.5 วินาที
  • 50 steps คุณภาพอ้างอิง — 26 วินาทีขึ้นไป
  • พีคหน่วยความจำจริง ~40GB สำหรับคุณภาพเต็มบน M5 Max
  • int8 native บน M5 ตัดพีคจาก ~36GB เหลือ ~26GB
  • เทคนิค token reduction ประหยัดเวลา denoise ได้ราว 28%

ฝั่งความสามารถ รองรับ prompt-to-video/audio, การล็อกเฟรมแรก-เฟรมสุดท้าย (FL2VA), และการอ้างอิงภาพ/วิดีโอ/เสียงแบบเรียงลำดับ (Ref2VA) ความละเอียดตั้งแต่ 256×256 ถึง 1344×768 (ต้องเป็นพหุคูณของ 32) ความยาว 0.9 ถึง 15 วินาทีขึ้นไปที่ 24fps และมีโหมด interactive session ที่แคชสถานะไว้ข้ามการเรียก

สิ่งที่ยังไม่รองรับก็บอกตรง ๆ เช่นกัน — ความละเอียด 128 สี่เหลี่ยมจัตุรัสแบบ native ยังทำไม่ได้เพราะข้อจำกัดของ token grid และการผสม reference บางชุดถูกปิดไว้เพื่อเลี่ยง ghosting

ใช้งานจริงต้องมีอะไรบ้าง

ขั้นตอนสั้นผิดคาดสำหรับงานระดับนี้ — น้ำหนักเป็น safetensor shard แบบ BF16 ที่ map จากไฟล์โดยตรงบน M5, dependency ภายนอกมีแค่ ffmpeg/ffprobe และ Xcode (ทางเลือก) สำหรับคอมไพล์ Metal แบบ offline:

make -j8
./h3 -d ./MiniMax-H3 -p "your prompt here" \
  --width 512 --height 512 --frames 22 --steps 20 -o out.mp4

ไม่ใส่ -p จะเข้าโหมด interactive แทน เทียบกับ ComfyUI ที่ต้องประกอบ Python environment, node graph และชุดน้ำหนักที่ผ่านการแปลงมาแล้ว ความต่างเชิงประสบการณ์นักพัฒนาชัดมาก

แต่ต้องพูดให้ครบ: นี่ไม่ใช่ของที่รันบน Mac ทุกเครื่อง พีค 26GB (int8) ถึง 40GB (คุณภาพเต็ม) แปลว่าต้องเป็น M-series ระดับ Max ที่มี unified memory 32GB ขึ้นไปเป็นอย่างน้อย และตัวเลขที่เร็วที่สุดใน README มาจาก M5 Max ซึ่งเป็นเครื่องระดับบนสุด MacBook Air M-series ทั่วไปยังไม่อยู่ในสมการ

รูปแบบที่คุ้น ๆ

สิ่งที่น่าสนใจกว่าตัวเลข คือ รูปแบบ ของมัน — โมเดลใหญ่ออกมาพร้อม reference implementation ภาษา Python ที่ผูกกับ CUDA แล้วมีคนเขียน engine ภาษา C ที่ไม่มี dependency ขึ้นมาใหม่จนรันบนฮาร์ดแวร์ผู้บริโภคได้ นี่คือเส้นทางเดียวกับที่ llama.cpp เดินมาแล้วกับโมเดลภาษา และ whisper.cpp เดินกับโมเดลเสียง

ต่างกันตรงที่รอบนี้เกิดกับ โมเดลวิดีโอ ซึ่งหนักกว่าหลายเท่า และเกิดภายใน 6 วัน หลังน้ำหนักเผยแพร่ (3 ส.ค. → 9 ส.ค.) ระยะเวลาจาก “น้ำหนักออก” ถึง “มี engine พื้นเมืองบนแพลตฟอร์มอื่น” กำลังหดลงเรื่อย ๆ

มุมมอง AI Curator

เรื่องนี้อ่านสนุกในฐานะข่าววิศวกรรม แต่ผลกระทบจริงอยู่ที่ โครงสร้างต้นทุนของนักพัฒนาไทย

การจะทดลอง video generation บนโมเดลเปิดในกรุงเทพฯ วันนี้ ทางเลือกมีสองทาง — เช่า GPU cloud ที่มี H100 หรือ A100 ซึ่งคิดเป็นชั่วโมงและต้องอัปโหลดข้อมูลออกนอกเครื่อง หรือซื้อการ์ด NVIDIA ระดับ 32GB+ ซึ่งราคานำเข้าและภาษีทำให้เป็นการลงทุนที่คนส่วนใหญ่ไม่กล้าตัดสินใจเพื่อ “ลองดูก่อน” ส่วน MacBook Pro M-series ที่มี unified memory 48–64GB นั้นเป็นเครื่องที่ สตูดิโอและฟรีแลนซ์ไทยจำนวนไม่น้อยซื้อไว้อยู่แล้ว ด้วยเหตุผลอื่น — ตัดต่อวิดีโอ ทำงานกราฟิก งานเสียง h3.c ทำให้เครื่องที่มีอยู่กลายเป็นเครื่องมือ generative video โดยไม่ต้องซื้ออะไรเพิ่ม

ข้อควรระวังคืออย่าเพิ่งอ่านว่า “รันได้บน Mac” แล้วสรุปว่ารันได้บน Mac ของตัวเอง ตัวเลขในโพสต์นี้ทั้งหมดมาจาก README ของผู้เขียนเอง ยังไม่มีการทดสอบอิสระที่เผยแพร่ และเครื่องที่ใช้ทดสอบคือรุ่นท็อป สิ่งที่ควรทำถ้าสนใจคือดูสเปกหน่วยความจำเครื่องตัวเองก่อน แล้วเริ่มจากโหมด 4-step ที่ความละเอียดต่ำ ไม่ใช่กระโดดไปที่ 50 steps

ระยะยาว สิ่งที่ผมจับตาคือ ใครจะเขียน h3.c ของ Windows/Linux ฝั่ง AMD และ Qualcomm ถ้ารูปแบบนี้ลามไปถึงชิปที่ราคาถูกกว่า ต้นทุนขั้นต่ำของการทำงาน generative video จะไม่ผูกกับ NVIDIA อีกต่อไป — และนั่นคือจุดที่ประเทศที่ไม่มีทั้งชิปและศูนย์ข้อมูลของตัวเองอย่างไทยจะได้ประโยชน์มากที่สุด

แหล่งข่าว

บทความนี้เรียบเรียงจากแหล่งข่าวต้นทาง — GitHub — antirez/h3.c

เนื้อหาบน blog นี้สร้างโดย AI โดยมีการกำกับบรรณาธิการจากมนุษย์

อ่านเพิ่มในหมวด เครื่องมือนักพัฒนา

Betelgeuse รัน Qwen3.8 Flash Next ขนาด 68GB บน RTX 3060 กับแรม 16GB ส่วน Basalt วัดให้เห็นว่าเอนจินที่เร่งด้วยแฟล็กลัดทำให้โมเดลลืมของ
เครื่องมือนักพัฒนา

Betelgeuse รัน Qwen3.8 Flash Next ขนาด 68GB บน RTX 3060 กับแรม 16GB ส่วน Basalt วัดให้เห็นว่าเอนจินที่เร่งด้วยแฟล็กลัดทำให้โมเดลลืมของ

Betelgeuse ฟอร์ก llama.cpp ที่เปิดเมื่อ 31 ต.ค. ดึง expert จาก NVMe เข้า VRAM ตามต้องการ อ้าง 22 tok/s แบบไม่ทิ้ง expert แต่ README เตือนเองว่ายังทดลองและตัวเลขมาจากคนละรอบ วันเดียวกันผู้พัฒนา Basalt เผยผลวัดว่าแฟล็กเร่งความเร็วทำคุณภาพ Q8 ตกไปใกล้ Q2

· อ่าน 5 นาที
กฎห้ามโคลนเกมของ Claude Code เริ่มกระทบงานจริง บริษัทรับทำเกมกระดานร้องงานลูกค้าหยุด แต่รายงานหลายชิ้นปนกับตัวกรองไซเบอร์คนละเรื่อง
เครื่องมือนักพัฒนา

กฎห้ามโคลนเกมของ Claude Code เริ่มกระทบงานจริง บริษัทรับทำเกมกระดานร้องงานลูกค้าหยุด แต่รายงานหลายชิ้นปนกับตัวกรองไซเบอร์คนละเรื่อง

ต่อจากที่เราพบกฎนี้ในไบนารี Claude Code ผู้ใช้เริ่มรายงานว่างานเชิงพาณิชย์ถูกปฏิเสธ และ Tom's Hardware กับ Mashable หยิบไปรายงาน แต่เมื่อไล่ issue ที่อ้างถึง พบว่าหลายรายการเกิดก่อนกฎจะมา จึงน่าจะเป็นตัวกรองด้านไซเบอร์ ส่วน Anthropic ยังไม่ชี้แจง

· อ่าน 4 นาที
Claude Code ส่ง transcript ของ background agent ให้โมเดลทุก ~30 วินาทีเพื่อเขียนสถานะ 3–5 คำ ผู้วัดรายงานกินราว 16% และยังปิดแบบทางการไม่ได้
เครื่องมือนักพัฒนา

Claude Code ส่ง transcript ของ background agent ให้โมเดลทุก ~30 วินาทีเพื่อเขียนสถานะ 3–5 คำ ผู้วัดรายงานกินราว 16% และยังปิดแบบทางการไม่ได้

รายงานอิสระพบว่าฟีเจอร์ agent_summary ของ Claude Code ส่ง transcript เต็มของ background agent ไปถามสถานะทุก ~30 วินาที คิดเป็น 16.4% ของค่าใช้จ่ายในระบบของผู้วัด Issue เปิดมาตั้งแต่ ส.ค. ยังไม่มีสวิตช์ปิดที่รองรับ เราตรวจพบโค้ดนี้ใน 2.1.314 และพบกฎใหม่เรื่องเกมที่ไม่อยู่ใน changelog

· อ่าน 4 นาที