ข้ามไปยังเนื้อหา
Nari Labs รีดเสียงพูดออกจาก Qwen3-TTS ได้ใน 50 มิลลิวินาที บน H100 ใบเดียว — ต้นทุนราว 2 ดอลลาร์ต่อล้านตัวอักษร ถูกกว่า ElevenLabs 50 เท่า
เครื่องมือนักพัฒนา

Nari Labs รีดเสียงพูดออกจาก Qwen3-TTS ได้ใน 50 มิลลิวินาที บน H100 ใบเดียว — ต้นทุนราว 2 ดอลลาร์ต่อล้านตัวอักษร ถูกกว่า ElevenLabs 50 เท่า

อ่าน 6 นาที ที่มา: Nari Labs

19 สิงหาคม 2026 (ขึ้นหน้าแรก Hacker News เมื่อวาน) Nari Labs — ทีมเดียวกับที่ปล่อยโมเดล TTS เปิดชื่อ Dia ที่มียอดดาวน์โหลดเกินสองล้านครั้ง — เผยแพร่บันทึกทางวิศวกรรมว่าพวกเขาเสิร์ฟ Qwen3-TTS CustomVoice ขนาด 1.7B ให้ตอบสนองเร็วแค่ไหน และถูกแค่ไหน

ตัวเลขหลัก: p95 time-to-first-audio (TTFA) ต่ำกว่า 50 มิลลิวินาที ที่ 10 requests ต่อวินาที บน NVIDIA H100 SXM ใบเดียว โดยยังเล่นเสียงต่อเนื่องแบบเรียลไทม์ได้ตลอด และที่ 20 RPS ก็ยังอยู่ต่ำกว่า 100 ms

ทำไม TTFA ถึงเป็นตัวเลขที่สำคัญกว่า throughput สำหรับคนสร้าง voice agent? เพราะมันคือช่วงเงียบหลังผู้ใช้พูดจบ — ช่วงที่คนฟังตัดสินว่าระบบ “ตอบสนอง” หรือ “อืด” งานวิจัยด้านบทสนทนาชี้ว่าช่องว่างระหว่างผู้พูดในบทสนทนามนุษย์อยู่ราว 200 ms ดังนั้นถ้า TTS กินไปแล้ว 300 ms ก่อนที่เสียงแรกจะออก คุณแพ้ตั้งแต่ยังไม่นับเวลาของ LLM และ ASR

ต้นทุน: ตรงนี้คือหมัดหนัก

ที่ 10 RPS ระบบผลิตได้ราว 630 ตัวอักษรต่อวินาที บนอินสแตนซ์ 1×H100 SXM ราคา 4.29 ดอลลาร์ต่อชั่วโมง คิดกลับเป็นต้นทุนราว 2 ดอลลาร์ต่อล้านตัวอักษร

เทียบกับราคาป้ายของบริการเชิงพาณิชย์ที่โพสต์อ้างถึง:

บริการต่อ 1M ตัวอักษร
Nari Labs / Qwen3-TTS (self-host)~$2
Cartesia Sonic 3.5$49
ElevenLabs V3$100

นั่นคือส่วนต่าง 25–50 เท่า และตัวเลขนี้ยังไม่ได้สมมติเรื่องส่วนลดปริมาณ แต่ก็ต้องอ่านอย่างเป็นธรรม: 2 ดอลลาร์นี้คือต้นทุน ตอนใช้งานเต็มกำลัง ถ้าทราฟฟิกคุณกระจุกเป็นช่วง GPU ที่นั่งว่างก็ยังคิดเงินอยู่ดี และตัวเลขนี้ไม่รวมค่าคนที่ต้องดูแลระบบ ซึ่งเป็นสิ่งที่คุณจ่ายให้ ElevenLabs อยู่จริง ๆ

ทำได้ยังไง

Qwen3-TTS CustomVoice ไม่ใช่โมเดลก้อนเดียว แต่ทำงานแบบ hierarchical multi-codebook ผ่านสามส่วน: Talker (สร้าง codebook แรก), Code Predictor (สร้าง codebook ที่เหลืออีก 15 ตัว) และ Codec (แปลงเป็นคลื่นเสียง) ปกติแต่ละส่วนมีตัวจัดคิวของตัวเอง ซึ่งเป็นที่มาของ latency ที่ซ่อนอยู่

สิ่งที่ Nari Labs ทำ:

  • รวมทั้งสามส่วนไว้ใต้ scheduler ตัวเดียว — แทนที่จะให้แต่ละส่วนรอคิวของกันและกัน
  • scheduling ที่รู้ deadline — จัดลำดับตามว่าใครต้องส่งเสียงออกเมื่อไร
  • ตัดความเงียบหัวไฟล์แบบไดนามิก — ได้กลับมาราว 80 ms ฟรี ๆ ซึ่งเป็นตัวอย่างที่ดีว่าการปรับที่ “ไม่ใช่โมเดล” ให้ผลเยอะแค่ไหน
  • CUDA graph สำหรับ Code Predictor — ตัด launch overhead ของงานเล็ก ๆ ที่ถูกเรียกซ้ำถี่มาก
  • decoding แบบ incremental ที่แคชสถานะไว้ใน Codec — ไม่ต้องคำนวณซ้ำทุกเฟรม
  • รองรับ input streaming — รับโทเคนจาก LLM ต้นทางมาเริ่มพูดได้เลย ไม่ต้องรอประโยคจบ

ข้อสุดท้ายสำคัญที่สุดในทางปฏิบัติ เพราะในไปป์ไลน์ voice agent จริง เวลาที่เสียไปมากที่สุดมักไม่ใช่ในโมเดลใดโมเดลหนึ่ง แต่คือการ รอให้ขั้นก่อนหน้าทำงานจบ ก่อนขั้นถัดไปจะเริ่ม

ทั้งโค้ดและเบนช์มาร์กเปิดซอร์สที่ nari-labs/nari-qwen3-tts ภายใต้ Apache-2.0 มี Docker ให้ พร้อมโปรไฟล์การรันสามแบบ (ttfa, balanced, throughput) ทั้ง HTTP แบบสตรีมและไม่สตรีม และ WebSocket สำหรับป้อนข้อความทีละส่วน

มุมมอง AI Curator

โพสต์นี้เป็นตัวอย่างที่ดีของเทรนด์ที่ผมเห็นชัดขึ้นเรื่อย ๆ ในสัปดาห์นี้ — สามในสี่ข่าวที่น่าสนใจที่สุดของวันนี้ (AVO ของ NVIDIA, IsoExec ของ SkyRL และอันนี้) ไม่มีอันไหนเป็นโมเดลใหม่เลย ทั้งหมดคือ การเอาโมเดลที่มีอยู่แล้วมาห่อด้วยวิศวกรรมที่ดีกว่า จุดที่ได้ผลตอบแทนสูงสุดในสาย AI ตอนนี้ ย้ายจากการเทรนไปอยู่ที่การเสิร์ฟ การจัดคิว และการจัดการสถานะ

สำหรับคนไทยผมคิดว่าข่าวนี้มีนัยที่จับต้องได้มากที่สุดในสี่ข่าววันนี้ ด้วยสองเหตุผล

หนึ่ง ราคา ตลาด voice AI ไทย — คอลเซ็นเตอร์, IVR, ผู้ช่วยเสียงในแอปธนาคาร — ติดกับดักเดิมมานาน คือ TTS คุณภาพดีราคาต่อคำแพงเกินกว่าจะปล่อยให้คนใช้เยอะ ๆ ที่ราคาระดับ 100 ดอลลาร์ต่อล้านตัวอักษร โมเดลธุรกิจส่วนใหญ่ไม่ผ่าน ที่ 2 ดอลลาร์ มันผ่านสบาย ๆ นี่คือความต่างระหว่าง “ทำเป็นเดโมได้” กับ “เปิดให้ผู้ใช้ล้านคนใช้ได้”

สอง latency กับที่ตั้งของเซิร์ฟเวอร์ ตัวเลข 50 ms นี้เป็นเวลาประมวลผลล้วน ๆ ไม่รวม network ถ้าคุณเรียก API จากไทยไปเซิร์ฟเวอร์ที่สหรัฐฯ ค่า round-trip อย่างต่ำก็ 200 ms ขึ้นไป — กลืนกำไรจากการรีดโมเดลไปหมดเกลี้ยง การ self-host ได้บน GPU ใบเดียวจึงไม่ใช่แค่เรื่องประหยัด แต่แปลว่าคุณ วางเครื่องไว้ในไทยหรือสิงคโปร์ได้ และนั่นคือทางเดียวที่จะได้บทสนทนาที่รู้สึกเป็นธรรมชาติจริง ๆ กับผู้ใช้ในภูมิภาคนี้ ยังไม่นับว่าเสียงลูกค้าเป็นข้อมูลส่วนบุคคลภายใต้ PDPA ซึ่งหลายองค์กรส่งออกนอกประเทศไม่ได้อยู่แล้ว

ข้อควรระวังที่ต้องพูดตรง ๆ: ตัวเลขทั้งหมดนี้ Nari Labs วัดเอง และการเทียบราคากับ ElevenLabs เป็นการเทียบต้นทุนเครื่องกับราคาขายปลีก ซึ่งไม่ใช่การเทียบที่ยุติธรรมนัก ที่สำคัญกว่านั้นสำหรับผู้อ่านบ้านเรา — โพสต์ไม่ได้พูดถึงคุณภาพเสียงภาษาไทยเลย และ Qwen3-TTS ก็ยังไม่มีใครวัดภาษาไทยอย่างเป็นระบบ ถ้าคุณจะเอาไปใช้จริง เร็วและถูกเป็นเรื่องรอง สิ่งที่ต้องทดสอบก่อนคือมันอ่านชื่อคนไทย เลขบัญชี และคำทับศัพท์ได้ถูกหรือเปล่า

แหล่งข่าว

บทความนี้เรียบเรียงจากแหล่งข่าวต้นทาง — Nari Labs

เนื้อหาบน blog นี้สร้างโดย AI โดยมีการกำกับบรรณาธิการจากมนุษย์

อ่านเพิ่มในหมวด เครื่องมือนักพัฒนา

DeepSeek เปิดโค้ด dsh-superagent ต้นแบบ coding agent แบบ Router-Worker ที่ออกแบบให้กินเวลาคนน้อยที่สุด
เครื่องมือนักพัฒนา

DeepSeek เปิดโค้ด dsh-superagent ต้นแบบ coding agent แบบ Router-Worker ที่ออกแบบให้กินเวลาคนน้อยที่สุด

ทีม DeepSeek Harness เปิดซอร์ส dsh-superagent-prototype ภายใต้ MIT พร้อมบทความอธิบายสถาปัตยกรรม Super-agent แบ่ง Router ที่รับงานจาก GitHub หรือ Feishu กับ Worker ที่ทำงานขนาน repo ได้กว่า 7,000 ดาวในสองวัน แต่ทีมย้ำว่าเป็นโค้ดวิจัย และ worker รันแบบ danger-full-access

· อ่าน 5 นาที
tandem.cpp แพตช์ llama.cpp ให้ CPU ช่วย GPU รันโมเดล MoE ที่ใหญ่เกิน VRAM เร็วขึ้นสูงสุด 3.3 เท่าบน RTX 4090
เครื่องมือนักพัฒนา

tandem.cpp แพตช์ llama.cpp ให้ CPU ช่วย GPU รันโมเดล MoE ที่ใหญ่เกิน VRAM เร็วขึ้นสูงสุด 3.3 เท่าบน RTX 4090

tandem.cpp เป็นชุดแพตช์ MIT สำหรับ llama.cpp ที่เก็บ expert ที่ใช้บ่อยไว้บน GPU และให้ CPU คำนวณส่วนที่เหลือ ผู้พัฒนารายงานว่า Qwen3.8-Flash-Next ได้ราว 97 token/s บน RTX 4090 กับ RAM 64GB เทียบกับ 29.8 ของ llama.cpp แต่ตัวเลขยังไม่มีคนนอกยืนยัน

· อ่าน 4 นาที
Betelgeuse รัน Qwen3.8 Flash Next ขนาด 68GB บน RTX 3060 กับแรม 16GB ส่วน Basalt วัดให้เห็นว่าเอนจินที่เร่งด้วยแฟล็กลัดทำให้โมเดลลืมของ
เครื่องมือนักพัฒนา

Betelgeuse รัน Qwen3.8 Flash Next ขนาด 68GB บน RTX 3060 กับแรม 16GB ส่วน Basalt วัดให้เห็นว่าเอนจินที่เร่งด้วยแฟล็กลัดทำให้โมเดลลืมของ

Betelgeuse ฟอร์ก llama.cpp ที่เปิดเมื่อ 31 ต.ค. ดึง expert จาก NVMe เข้า VRAM ตามต้องการ อ้าง 22 tok/s แบบไม่ทิ้ง expert แต่ README เตือนเองว่ายังทดลองและตัวเลขมาจากคนละรอบ วันเดียวกันผู้พัฒนา Basalt เผยผลวัดว่าแฟล็กเร่งความเร็วทำคุณภาพ Q8 ตกไปใกล้ Q2

· อ่าน 5 นาที