ข้ามไปยังเนื้อหา
Siri AI ออกจริงแล้วบนโมเดลที่ Apple ทำร่วมกับ Gemini — แต่เปิดแค่ภาษาอังกฤษ ปิด EU กับจีน ไม่มีไทยในรายชื่อภาษา และงานฝั่งเซิร์ฟเวอร์มีโควตารายวันที่ "จะคิดเงินในอนาคต"
ผลิตภัณฑ์

Siri AI ออกจริงแล้วบนโมเดลที่ Apple ทำร่วมกับ Gemini — แต่เปิดแค่ภาษาอังกฤษ ปิด EU กับจีน ไม่มีไทยในรายชื่อภาษา และงานฝั่งเซิร์ฟเวอร์มีโควตารายวันที่ "จะคิดเงินในอนาคต"

อ่าน 7 นาที ที่มา: Apple Newsroom

วันที่ 14 ก.ย. 2026 Apple ปล่อย Siri AI ออกสู่ผู้ใช้จริงพร้อมชุดซอฟต์แวร์ iOS 27, iPadOS 27, macOS 27, watchOS 27 และ visionOS 27 หลังจากประกาศแผนไว้ที่ WWDC เมื่อ 8 มิ.ย. ครั้งนี้ไม่ใช่การสาธิตบนเวทีแล้ว แต่เป็นหน้า Newsroom ที่มีบรรทัด “Pricing and Availability” ครบ — ซึ่งเป็นส่วนที่บอกเรื่องจริงมากกว่าตัวเดโม

สิ่งที่น่าสนใจที่สุดคือ Apple เขียนชื่อคู่ค้าไว้ในหน้าข่าวของตัวเองแบบไม่อ้อมค้อม: ความสามารถทั้งชุดนี้ “are powered by the next generation of Apple Foundation Models, custom-built in collaboration with Google and its Gemini models for deeply integrated Apple Intelligence experiences” บริษัทที่ใช้เวลาสิบปีขายเรื่อง “ทำเองทั้งสแตก” เพิ่งพิมพ์ชื่อคู่แข่งลงในย่อหน้าสถาปัตยกรรมของผู้ช่วยเรือธงตัวเอง

สถาปัตยกรรม: สองชั้นโมเดล กับ orchestrator ที่อยู่บนเครื่อง

Apple อธิบายโครงสร้างเป็นสองชั้น

  • บนเครื่อง — โมเดลชื่อ AFM Core Advanced ที่ Apple เรียกว่า “Apple’s most advanced on-device model ever” ใช้ขับ expressive voices และ systemwide dictation ที่จัดการตัวพิมพ์ใหญ่ เครื่องหมายวรรคตอน และการจัดรูปแบบให้อัตโนมัติ
  • ฝั่งเซิร์ฟเวอร์ — รันบน Private Cloud Compute (PCC) ซึ่งเป็นตัวที่ Apple บอกว่าให้ “frontier-level intelligence” และเป็นที่ที่โมเดลซึ่งทำร่วมกับ Gemini ทำงาน

ตรงกลางคือสิ่งที่ Apple เรียกว่า system orchestrator ซึ่ง “taps into core capabilities like the Spotlight index and App Toolbox, which work entirely on device” — ดัชนีค้นหาและตารางความสามารถของแอปไม่ออกจากเครื่อง ส่วนคำถามที่ต้องใช้โมเดลใหญ่ถึงจะขึ้น PCC นี่คือคำตอบเชิงวิศวกรรมต่อคำถามที่ค้างมาตั้งแต่ WWDC ว่า “ถ้าเบื้องหลังเป็น Gemini แล้วข้อมูลส่วนตัวไปไหน” — คำตอบของ Apple คือ ดัชนีอยู่ในเครื่อง โมเดลอยู่ใน PCC และ Google ไม่ได้ถือคีย์

ข้อสังเกตที่ควรพูดให้ตรง: หน้าข่าวไม่ได้ระบุว่าใช้ Gemini รุ่นไหน ไม่ได้บอกขนาดโมเดล และไม่ได้บอกว่าส่วนไหนของน้ำหนักเป็นของ Google ส่วนไหนเป็นของ Apple คำว่า “custom-built in collaboration” ครอบคลุมได้ตั้งแต่ “Apple fine-tune น้ำหนักของ Google” ไปจนถึง “Apple เทรนเองโดยใช้สถาปัตยกรรมและข้อมูลร่วม” ซึ่งต่างกันมากในแง่ว่าใครพึ่งใคร

เงื่อนไขการเปิดใช้ — ส่วนที่คนไทยต้องอ่านก่อน

นี่คือส่วนที่ตัดสินว่าข่าวนี้แปลว่าอะไรสำหรับผู้อ่านในไทย

ภาษา — Siri AI เปิด “in beta in English” ภาษาเดียว แล้วจะเพิ่ม ฝรั่งเศส ญี่ปุ่น เกาหลี โปรตุเกส สเปน “next month” ส่วนรายชื่อภาษาที่ Apple Intelligence รองรับทั้งหมดคือ: จีน (ตัวย่อ), จีน (ตัวเต็ม), เดนมาร์ก, ดัตช์, อังกฤษ, ฝรั่งเศส, เยอรมัน, อิตาลี, ญี่ปุ่น, เกาหลี, นอร์เวย์, โปรตุเกส, สเปน, สวีเดน, ตุรกี และ เวียดนาม

อ่านซ้ำอีกรอบ — เวียดนามอยู่ในรายชื่อ ไทยไม่อยู่ และเงื่อนไขการใช้ Siri AI คือเครื่องต้องตั้งค่าเป็น “a supported language” แปลว่าผู้ใช้ไทยที่ตั้งเครื่องเป็นภาษาไทยไม่ได้ Siri AI เลย ไม่ใช่ “ได้แต่ไม่รองรับภาษาไทย”

ภูมิภาค — “Siri AI will not be available initially in the EU on iOS, iPadOS, and watchOS” และฟีเจอร์ที่พึ่ง Siri AI ก็ไม่มีด้วย โดย Apple บอกว่ากำลังหา “a path forward that preserves its users’ privacy and security” (สังเกตว่า macOS กับ visionOS ไม่อยู่ในรายการที่ถูกตัด) ส่วนจีนไม่ได้ทั้งชุด เพราะยังติดข้อกำหนดของหน่วยงานกำกับ

เครื่อง — Apple Intelligence ใช้ได้บน iPhone 16 ขึ้นไป, iPhone 15 Pro / Pro Max, iPad mini (A17 Pro), iPad ที่ใช้ M1 ขึ้นไป, MacBook Neo (A18 Pro), Mac M1 ขึ้นไป, Apple Vision Pro และ Apple Watch Series 9 ขึ้นไป แต่ AFM Core Advanced มีเส้นแบ่งของตัวเองที่สูงกว่ามาก — iPhone Duo, iPhone 18 Pro / Pro Max, iPhone Air, iPhone 17 Pro / Pro Max, iPad (M4) ขึ้นไปที่มีแรมรวม อย่างน้อย 12GB, Mac (M3) ขึ้นไปที่มีแรมรวมอย่างน้อย 12GB และ Vision Pro (M5)

เพดาน 12GB นี่คือตัวเลขที่บอกอะไรได้เยอะ: โมเดล on-device ที่ดีที่สุดของ Apple ต้องการหน่วยความจำระดับที่ iPhone ส่วนใหญ่ในตลาดยังไม่มี

และประโยคที่คนอ่านข้ามบ่อยที่สุด — “Certain Apple Intelligence features that rely on server-side models are subject to daily usage limits, including but not limited to Siri AI, intelligent photo editing tools, Image Playground, and AFM 3 Cloud models in Shortcuts… Expanded access to such features will be available for a fee in the future.”

Apple เพิ่งประกาศว่าผู้ช่วยหลักของระบบปฏิบัติการมีโควตารายวัน และโควตานั้นจะขายเพิ่มได้ ที่สำคัญคือคำว่า “AFM 3 Cloud models in Shortcuts” — นั่นคือชื่อที่โผล่ครั้งแรกในเอกสารนี้ และมันหมายความว่านักพัฒนา/ผู้ใช้ขั้นสูงเรียกโมเดลคลาวด์ของ Apple ผ่าน Shortcuts ได้ แต่ภายใต้เพดานที่ “may vary by feature, request complexity, system demand, system policies, and other factors” — คือไม่มีตัวเลขเลย

SynthID ของ Google กำลังจะมาอยู่ในภาพที่ iPhone สร้าง

รายละเอียดที่ควรถูกอ่านคู่กับข่าวอื่นของวันเดียวกัน: Image Playground ใหม่สร้างภาพ photorealistic ได้แล้ว รันด้วย “a new generative model that runs on Private Cloud Compute” และ Apple ระบุว่า “with upcoming support for the SynthID standard, users can identify images generated or edited with AI using Apple Intelligence-powered tools” โดยตัวหนังสือเล็กบอกว่า SynthID “will be available in a software update later this year, and will be included for most edited images, depending on the edits applied”

แปลว่า Apple เลือกใช้ลายน้ำของ Google สำหรับภาพที่ตัวเองสร้าง ในวันเดียวกับที่ทีมความปลอดภัยของ Apple ประกาศระบบ Apple Reference Image ที่พิสูจน์ว่าภาพ ไม่ได้ ถูกสร้าง — สองฝั่งของปัญหาเดียวกัน แก้ด้วยเทคโนโลยีของคนละบริษัท

ส่วนฝั่งนักพัฒนา หน้าข่าวนี้ไม่ได้ประกาศ API ใหม่ พูดถึงเฉพาะว่า Siri AI “already works seamlessly with apps from Apple’s vast ecosystem of developers” โดยยกตัวอย่าง WhatsApp และ Audible ที่ใช้ได้แล้ว และ Microsoft Outlook, Notability, Tripsy ที่จะตามมา — คือยังเป็นกลไก app action เดิม ไม่ใช่ช่องทางใหม่ให้แอปต่อเข้ากับโมเดล

มุมมอง AI Curator

เรื่องนี้มีสามชั้นที่ควรแยกกันอ่าน และชั้นที่สื่อส่วนใหญ่พูดถึงคือชั้นที่สำคัญน้อยที่สุด

ชั้นแรก — “Apple ยอมใช้ Gemini” ไม่ใช่ข่าวอีกต่อไปแล้ว เรารู้มาตั้งแต่ WWDC สิ่งที่เปลี่ยนในวันที่ 14 ก.ย. คือ Apple ยืนยันมันในหน้า Newsroom ทางการ ไม่ใช่ผ่านการรายงานของ Bloomberg และเลือกใช้ถ้อยคำที่เก็บศักดิ์ศรีไว้ได้พอดี (“Apple Foundation Models, custom-built in collaboration with Google”) สังเกตว่า Apple ไม่เคยพูดคำว่า “powered by Gemini” ตรง ๆ — ประธานของประโยคยังเป็น Apple Foundation Models เสมอ นั่นไม่ใช่เรื่องบังเอิญ มันคือการวางตำแหน่งให้เปลี่ยนคู่ค้าได้ในอนาคตโดยไม่ต้องกลืนคำพูด

ชั้นที่สอง — โควตากับค่าบริการคือสัญญาณที่แท้จริง สิบปีที่ผ่านมา ฟีเจอร์ระบบปฏิบัติการของ Apple ไม่เคยมีมิเตอร์ ตอนนี้ Siri มี และ Apple พูดออกมาเองว่าจะขายเพิ่ม เหตุผลตรงไปตรงมา: ทุกคำถามที่ขึ้น PCC มีต้นทุน GPU จริง และ Apple ไม่ได้ขายซับสคริปชันมาคลุมมันไว้ตั้งแต่แรก ผลที่ตามมาคือสิ่งที่นักพัฒนาควรเตรียมใจ — ถ้าแอปของคุณพึ่ง app action ผ่าน Siri AI ประสบการณ์ผู้ใช้ของคุณจะขึ้นกับเพดานที่คุณมองไม่เห็นและวัดไม่ได้ ประโยค “may vary by system demand” แปลว่าเพดานเดียวกันอาจให้ผลต่างกันในชั่วโมงเร่งด่วน นี่เป็นประเภทของความไม่แน่นอนที่เทสต์อัตโนมัติจับไม่ได้เลย

ชั้นที่สาม และเป็นชั้นที่กระทบผู้อ่านของเราที่สุด — ไทยตกขบวนอีกรอบ และคราวนี้เห็นเส้นแบ่งชัด เวียดนามอยู่ในรายชื่อภาษาของ Apple Intelligence ไทยไม่อยู่ ทั้งที่ทั้งสองประเทศมีขนาดตลาด iPhone ใกล้เคียงกันและไทยมีสัดส่วนผู้ใช้ iOS สูงกว่าด้วยซ้ำ เหตุผลที่น่าจะจริงที่สุดไม่ใช่เรื่องขนาดตลาด แต่เป็นเรื่อง ปริมาณและคุณภาพของคลังข้อความภาษาที่ใช้เทรนและประเมินได้ — ภาษาไทยไม่มีการเว้นวรรคระหว่างคำ ทำให้ tokenization และ ASR แพงกว่า และคลังข้อมูลเปิดที่สะอาดพอสำหรับงานระดับผู้ช่วยส่วนตัวก็ยังน้อยกว่าเวียดนามอย่างมีนัย

ข้อสรุปเชิงปฏิบัติสำหรับทีมไทย: อย่ารอให้แพลตฟอร์มมาแก้ให้ เส้นทางที่เห็นผลเร็วกว่าคือสองทาง — (1) ผลักคุณภาพของโมเดลไทยแบบเปิดอย่าง Typhoon หรือ OpenThaiGPT ให้ถึงระดับที่ใช้เป็นชั้นเข้าใจภาษาในแอปตัวเองได้ แล้วเรียกโมเดลใหญ่เฉพาะงานที่ต้องใช้จริง และ (2) สำหรับแอปที่ต้องอยู่บน iOS อยู่แล้ว ให้ลงแรงกับ App Intents ให้ครบและตั้งชื่อ intent เป็นภาษาอังกฤษที่ชัดเจน เพราะนั่นคือช่องทางเดียวที่แอปไทยจะถูก Siri AI เรียกได้เมื่อภาษาไทยเข้ามาในที่สุด — และประวัติการเลื่อนของ Apple ในรอบสองปีบอกว่า “ในที่สุด” อาจนานกว่าที่ใครหวัง

สุดท้าย เรื่องที่ควรจับตาต่อไม่ใช่ว่า Siri ตอบเก่งขึ้นแค่ไหน แต่คือ ยุโรปจะได้ใช้เมื่อไหร่และด้วยเงื่อนไขอะไร Apple ใช้คำว่ากำลังหา “path forward” ซึ่งเป็นภาษาเดียวกับที่ใช้ตอนเลื่อน Apple Intelligence ใน EU รอบก่อน ถ้ารอบนี้จบด้วยการที่ Apple ต้องเปิดให้ผู้ช่วยตัวอื่นเข้าถึง App Toolbox ระดับเดียวกับ Siri เพื่อผ่าน DMA ผลลัพธ์จะเป็นข่าวใหญ่กว่าตัว Siri AI เองมาก — เพราะมันจะเปิดชั้น orchestrator ของ iOS ให้คนนอกเป็นครั้งแรก

แหล่งข่าว

บทความนี้เรียบเรียงจากแหล่งข่าวต้นทาง — Apple Newsroom

เนื้อหาบน blog นี้สร้างโดย AI โดยมีการกำกับบรรณาธิการจากมนุษย์

อ่านเพิ่มในหมวด ผลิตภัณฑ์

ChatGPT กับ Codex จะใช้โควตาโทเค็นก้อนเดียวตั้งแต่ธันวาคม นักพัฒนาสาย Plus ต้องคิดใหม่ ส่วนเครดิต API ฟรีใช้กับ Codex ไม่ได้
ผลิตภัณฑ์

ChatGPT กับ Codex จะใช้โควตาโทเค็นก้อนเดียวตั้งแต่ธันวาคม นักพัฒนาสาย Plus ต้องคิดใหม่ ส่วนเครดิต API ฟรีใช้กับ Codex ไม่ได้

ตามหน้า support ที่ The Decoder อ้างถึง แผน Plus, Pro และ Business จะแชร์งบโทเค็นก้อนเดียวระหว่าง ChatGPT กับ Codex ตั้งแต่ธันวาคม โมเดล Instant ไม่นับโควตา ส่วนเครดิต API สูงสุด $500 ต่อเดือนที่เปิดเมื่อ 28 ต.ค. ไม่ครอบคลุม Codex และไม่เพิ่มโควตา

· อ่าน 4 นาที
Google DeepMind เปิดตัว Genie 4 — world model แบบเรียลไทม์ตัวแรกที่สร้างเสียงเองได้ ตัวละครคุยโต้ตอบได้ สั่งเปลี่ยนโลกด้วยภาษาธรรมชาติ แต่ยังเป็น research preview และ Gemini API ยังเป็นแค่ 'เร็ว ๆ นี้'
ผลิตภัณฑ์

Google DeepMind เปิดตัว Genie 4 — world model แบบเรียลไทม์ตัวแรกที่สร้างเสียงเองได้ ตัวละครคุยโต้ตอบได้ สั่งเปลี่ยนโลกด้วยภาษาธรรมชาติ แต่ยังเป็น research preview และ Gemini API ยังเป็นแค่ 'เร็ว ๆ นี้'

Google DeepMind เปิดตัว Genie 4 เมื่อ 27 ต.ค. 2026 เป็น world model แบบเรียลไทม์ตัวแรกของบริษัทที่สร้างเสียงได้ในตัว (เสียงแวดล้อมและบทสนทนาของตัวละคร) และให้ผู้ใช้สั่งเปลี่ยนสภาพอากาศ มุมกล้อง หรือเพิ่มคนและวัตถุด้วยภาษาธรรมชาติ ตอนนี้เปิดให้ trusted tester เท่านั้น ส่วน Google AI Ultra ใน Project Genie และพาร์ตเนอร์ใน Gemini API/AI Studio ยังเป็น 'เร็ว ๆ นี้' ไม่มีตัวเลขความละเอียด ความยาวเซสชัน หรือราคา

· อ่าน 4 นาที
Anthropic เปิด Claude Duet แอป agent ที่ทักเราก่อน — รันบน VM ของตัวเองด้วย Opus 5.5, เช็กแอปที่เชื่อมไว้ทุกไม่กี่ชั่วโมง, จ่ายเงินผ่าน Stripe Link ได้แต่ต้องกดอนุมัติ และเริ่มแค่ผู้ใช้ Pro/Max ในสหรัฐฯ แบบ waitlist
ผลิตภัณฑ์

Anthropic เปิด Claude Duet แอป agent ที่ทักเราก่อน — รันบน VM ของตัวเองด้วย Opus 5.5, เช็กแอปที่เชื่อมไว้ทุกไม่กี่ชั่วโมง, จ่ายเงินผ่าน Stripe Link ได้แต่ต้องกดอนุมัติ และเริ่มแค่ผู้ใช้ Pro/Max ในสหรัฐฯ แบบ waitlist

21 ต.ค. 2026 Anthropic เปิด research preview ของ Claude Duet แอปแยกบน iOS, Android และเว็บ ที่ทำงานเป็น agent เชิงรุก — ส่งสรุปทุกเช้า, ทำงานต่อบน VM ที่มีเบราว์เซอร์ของตัวเองแม้ปิดเครื่อง และต้องขออนุมัติก่อนส่งข้อความ จ่ายเงิน เซ็นเอกสาร หรือลบข้อมูล ใช้โควต้าเดียวกับแผน Pro/Max และตอนนี้เปิดเฉพาะผู้ใช้ในสหรัฐฯ ผ่าน waitlist

· อ่าน 4 นาที