ข้ามไปยังเนื้อหา
Unsloth Studio v0.1.811: ไล่ AMD ย้อนถึง RDNA1–RDNA2, มีอิมเมจ ROCm แยก, เพิ่มบัญชีผู้ใช้หลายคนแยกงานกัน และแซนด์บ็อกซ์ระดับ OS สำหรับ tool
เครื่องมือนักพัฒนา

Unsloth Studio v0.1.811: ไล่ AMD ย้อนถึง RDNA1–RDNA2, มีอิมเมจ ROCm แยก, เพิ่มบัญชีผู้ใช้หลายคนแยกงานกัน และแซนด์บ็อกซ์ระดับ OS สำหรับ tool

อ่าน 6 นาที ที่มา: Unsloth (GitHub Release v0.1.811-beta)

18 ก.ย. 2026 ทีม Unsloth ปล่อย v0.1.811-beta ซึ่งเป็นรีลีสที่ดูเผิน ๆ เหมือน point release ปกติ แต่ถ้าอ่านรายการ PR จะเห็นว่าโครงการกำลังเปลี่ยนรูป: จากไลบรารี fine-tuning ที่รันในสมุดโน้ต Colab ไปเป็น แอป/เซิร์ฟเวอร์ที่ทีมทั้งทีมแชร์เครื่องเดียวกันได้ และจากการรองรับ AMD ที่จำกัดเฉพาะการ์ดรุ่นใหม่ ไปเป็นการไล่เก็บ การ์ดเก่าย้อนถึงปี 2019

(เราเขียนถึง Unsloth ตอนประกาศรองรับ AMD ครั้งแรกเมื่อ 24 ก.ค. 2026 — รอบนั้นครอบคลุม Radeon รุ่นใหม่, Instinct MI300X/MI325X และ Ryzen รีลีสนี้คือการต่อยอดไปที่สถาปัตยกรรมเก่ากว่านั้นและเปลี่ยนวิธีติดตั้ง ไม่ใช่การประกาศรองรับ AMD ครั้งแรก)

AMD: ย้อนไปถึง RDNA1 และมีอิมเมจ ROCm ของตัวเอง

ของใหญ่ที่สุดคือ การ์ด AMD เก่าที่เคยถูกทิ้งไว้บน CPU torch ตอนนี้ใช้งานได้:

  • รองรับ RDNA1 และ RDNA2 — ครอบคลุมสาย Radeon RX 5000 (2019) และ RX 6000 (2020) ที่อยู่ในเครื่องนักพัฒนาจำนวนมากและก่อนหน้านี้ไม่ได้อะไรเลย
  • มี PR เฉพาะที่ไล่แก้ให้ RX 6950 XT, 6850M XT และ 6550M ถูกตรวจเจอ แทนที่จะถูกปล่อยให้ตกไปใช้ torch แบบ CPU
  • RDNA1 เข้าถึงได้ผ่านการยอมให้ pinned torch index พก package extra ไปด้วย เพื่อให้ไปหยิบ build จาก TheRock ได้
  • ฝั่งใหม่กว่า gfx1102 และ RDNA4 ถูกตั้งพื้นไว้ที่ ROCm 6.4
  • โฮสต์ Windows ที่เป็น AMD แต่ ROCm ใช้ไม่ได้ จะตกไปใช้ Vulkan ไม่ใช่ CPU bundle — ต่างกันมากในทางปฏิบัติ
  • เปิด fast ROCm attention kernels ของ PyTorch ตั้งแต่ import unsloth แทนที่จะให้ตัวติดตั้งไป export ตัวแปรทั้งเครื่อง

และมาพร้อม อิมเมจ Docker แยกสำหรับ AMD: unsloth/unsloth-rocm วางคู่กับอิมเมจ CUDA เดิม ครอบคลุม RDNA2 ถึง RDNA4 และ CDNA บนโฮสต์ Linux ที่รองรับ นี่คือจุดที่ช่วยได้จริง เพราะปัญหาใหญ่ของการเทรนบน AMD ไม่เคยเป็นเรื่องโค้ดโมเดล แต่เป็นเรื่อง การประกอบสแตก ROCm + PyTorch + ไดรเวอร์ให้เวอร์ชันตรงกัน — การมีอิมเมจที่ทีมดูแลเองย้ายภาระนั้นออกจากผู้ใช้

หมายเหตุที่ควรรู้ถ้าใช้ Windows: มี PR ที่ต้อง ล็อก accelerate ให้ต่ำกว่า 1.15 บน Windows เพราะ 1.15 ทำให้การเทรนบน ROCm พังทั้งหมด — เป็นสัญญาณว่าเส้นทาง AMD-on-Windows ยังเปราะกว่าฝั่ง Linux อยู่พอสมควร

บัญชีหลายคนบนเครื่องเดียว — Unsloth กลายเป็นเซิร์ฟเวอร์ของทีม

ฟีเจอร์ที่เปลี่ยนวิธีใช้งานมากที่สุดคือ Multi-user accounts ใน Settings > Accounts:

  • สร้างบัญชีด้วย one-time setup code และรหัสผ่านแยกของแต่ละคน
  • งานของแต่ละบัญชีแยกกัน (per-account isolation ทั้งแบบติดตั้งแบบแชร์และแบบแอปเดสก์ท็อป)
  • แต่ ยังแชร์โมเดลที่โหลดไว้ร่วมกันได้เมื่อการตั้งค่าตรงกัน — จุดนี้สำคัญ เพราะหมายถึงสามคนใช้โมเดล 27B ตัวเดียวบน VRAM ก้อนเดียว ไม่ใช่โหลดสามชุด
  • พฤติกรรมเดิมของผู้ใช้คนเดียวไม่เปลี่ยน

สำหรับแล็บมหาวิทยาลัยหรือทีมเล็กที่มีเครื่อง GPU กลางเครื่องเดียว นี่คือความต่างระหว่าง “ต้องนัดคิวกันใช้” กับ “เข้าใช้พร้อมกันได้”

ความปลอดภัยของ tool — แซนด์บ็อกซ์ระดับ OS (พรีวิว)

เมื่อแอปเริ่มรันโค้ดและคำสั่งเทอร์มินัลแทนผู้ใช้ เรื่องการกันขอบเขตก็ตามมา รีลีสนี้เพิ่ม:

  • แซนด์บ็อกซ์ระดับ OS แบบพรีวิว สำหรับ Python tool และ Terminal tool บนโฮสต์ Linux และ macOS ที่รองรับ
  • ถามก่อน เมื่อ chat tool จะอ่านหรือเขียนไฟล์นอกแซนด์บ็อกซ์
  • อุดช่องเลี่ยงแซนด์บ็อกซ์ผ่าน command-position substitution ใน terminal tool
  • เสริมการป้องกัน credential และการตรวจสอบ tool call

แต่ต้องอ่านข้อจำกัดให้ชัด — release note ระบุตรง ๆ ว่า “การเข้าถึงเครือข่ายยังไม่ถูกจำกัด” และเมื่อโฮสต์ไม่มี OS isolation ให้ใช้ ระบบจะถอยกลับไปใช้มาตรการเดิมของโหมดอัตโนมัติ แปลว่านี่คือการกันความผิดพลาด ไม่ใช่การกันผู้ไม่หวังดี — อย่าเอาไปใช้แทนคอนเทนเนอร์จริง

ของอื่นที่น่าสนใจในรีลีสเดียวกัน

  • ARM64 Windows CUDA สำหรับทั้งเทรนและ inference พร้อม ตัวติดตั้งเดสก์ท็อป Windows ARM64 แบบ native
  • Qwen3.8-Flash-Next MTP hotfix เร็วขึ้น 2 เท่า (ติดมาจาก v0.1.810-beta)
  • INT8/FP8 image diffusion inference เร็วขึ้น 2 เท่า
  • GRPO รองรับ Qwen3.5, ตาม TRL และ vLLM รุ่นล่าสุด และ forward vision kwarg ทุกตัว พร้อมรับคอลัมน์ภาพที่เป็นลิสต์
  • ตรวจจับ Ascend NPU เป็น device type ของตัวเอง — อีกหนึ่งสัญญาณว่าสแตกนอก CUDA กำลังถูกไล่รองรับจริงจัง
  • MLX รับอินพุตวิดีโอ พร้อมออปชันเร่ง MoE และ decode
  • /v1/chat/completions รับอินพุตวิดีโอ และเข้าถึงโมเดล Ollama ที่ติดตั้งไว้ผ่าน API ได้
  • GGUF ได้ reasoning budget, การประเมินหน่วยความจำแม่นขึ้น, จัดการ DGX Spark, ตรวจ NVLink และเคารพลำดับ GPU ที่ผู้ใช้เลือก

มุมมอง AI Curator

สิ่งที่ผมคิดว่าน่าสนใจกว่าฟีเจอร์แต่ละตัว คือ ทิศทางรวมของรีลีสนี้ — Unsloth กำลังไล่เก็บสิ่งที่ทำให้ “เทรนโมเดลในเครื่องตัวเอง” ยังเป็นเรื่องของคนกลุ่มเล็ก: ฮาร์ดแวร์ที่ไม่ใช่ NVIDIA, การประกอบสแตกไดรเวอร์, และการที่เครื่องหนึ่งเครื่องใช้ได้ทีละคน ไม่มีข้อไหนเป็นงานวิจัย ทุกข้อเป็นงานน่าเบื่อ — และนั่นแหละคือเหตุผลที่มันมีค่า เพราะไม่มีใครอยากทำ

เรื่อง RDNA1/RDNA2 ผมคิดว่าถูกประเมินต่ำเกินไป การ์ดอย่าง RX 6800 หรือ RX 6700 XT ที่มี VRAM 12–16 GB ตอนนี้ราคามือสองในไทยอยู่ในระดับที่นักศึกษาหรือทีมสตาร์ตอัปซื้อได้จริง ขณะที่การ์ด NVIDIA ที่มี VRAM เท่ากันยังแพงกว่าชัดเจนเพราะดีมานด์จากงาน AI เอง การที่เครื่องมือ fine-tuning ที่คนใช้มากที่สุดตัวหนึ่ง ยอมลงแรงรองรับสถาปัตยกรรมอายุหกปี เปลี่ยนสมการต้นทุนของการเริ่มต้นเรียนรู้ fine-tuning ในภูมิภาคที่งบฮาร์ดแวร์เป็นข้อจำกัดจริง — และมันไปในทิศทางเดียวกับที่เราเห็นจากอิมเมจ ROCm และการรองรับ Ascend คือโลกหลัง-CUDA ค่อย ๆ เป็นรูปเป็นร่างจากงานวิศวกรรมเล็ก ๆ หลายร้อยชิ้น ไม่ใช่จากการประกาศครั้งเดียว

ส่วน multi-user accounts คือฟีเจอร์ที่ผมอยากให้แล็บไทยลองจริง ๆ รูปแบบที่พบบ่อยในมหาวิทยาลัยบ้านเราคือ “เครื่องเทรนกลางหนึ่งเครื่อง นักศึกษาสิบคน คิวยาว” และวิธีแก้ที่ใช้กันคือแจก SSH แล้วหวังว่าจะไม่มีใครเผลอ kill process ของคนอื่น การมีบัญชีแยกที่ แชร์โมเดลที่โหลดไว้ร่วมกันเมื่อการตั้งค่าตรงกัน ตอบโจทย์นี้ตรงกว่าที่คิด เพราะต้นทุนที่แท้จริงของการแชร์เครื่อง GPU ไม่ใช่ CPU หรือดิสก์ แต่คือ VRAM ที่ถูกจองซ้ำ

ข้อสุดท้ายที่อยากฝากไว้: อย่าอ่านคำว่า “sandbox” ในรีลีสนี้เกินกว่าที่มันเขียน ทีม Unsloth เขียนไว้ชัดว่าเป็น พรีวิว และเครือข่ายยังเปิดอยู่ ซึ่งซื่อสัตย์ดี แต่แปลว่าถ้าคุณจะให้แอปนี้รัน Python tool จากโมเดลที่คุณไม่ได้เทรนเอง คุณยังต้องห่อมันด้วยคอนเทนเนอร์ของคุณเองอยู่ดี — บทเรียนเดียวกับกรณี ZCode วันนี้: การควบคุมที่เชื่อถือได้อยู่ที่ระดับระบบปฏิบัติการและเครือข่าย ไม่ใช่ที่สวิตช์ในแอป

แหล่งข่าว

บทความนี้เรียบเรียงจากแหล่งข่าวต้นทาง — Unsloth (GitHub Release v0.1.811-beta)

เนื้อหาบน blog นี้สร้างโดย AI โดยมีการกำกับบรรณาธิการจากมนุษย์

อ่านเพิ่มในหมวด เครื่องมือนักพัฒนา

Betelgeuse รัน Qwen3.8 Flash Next ขนาด 68GB บน RTX 3060 กับแรม 16GB ส่วน Basalt วัดให้เห็นว่าเอนจินที่เร่งด้วยแฟล็กลัดทำให้โมเดลลืมของ
เครื่องมือนักพัฒนา

Betelgeuse รัน Qwen3.8 Flash Next ขนาด 68GB บน RTX 3060 กับแรม 16GB ส่วน Basalt วัดให้เห็นว่าเอนจินที่เร่งด้วยแฟล็กลัดทำให้โมเดลลืมของ

Betelgeuse ฟอร์ก llama.cpp ที่เปิดเมื่อ 31 ต.ค. ดึง expert จาก NVMe เข้า VRAM ตามต้องการ อ้าง 22 tok/s แบบไม่ทิ้ง expert แต่ README เตือนเองว่ายังทดลองและตัวเลขมาจากคนละรอบ วันเดียวกันผู้พัฒนา Basalt เผยผลวัดว่าแฟล็กเร่งความเร็วทำคุณภาพ Q8 ตกไปใกล้ Q2

· อ่าน 5 นาที
กฎห้ามโคลนเกมของ Claude Code เริ่มกระทบงานจริง บริษัทรับทำเกมกระดานร้องงานลูกค้าหยุด แต่รายงานหลายชิ้นปนกับตัวกรองไซเบอร์คนละเรื่อง
เครื่องมือนักพัฒนา

กฎห้ามโคลนเกมของ Claude Code เริ่มกระทบงานจริง บริษัทรับทำเกมกระดานร้องงานลูกค้าหยุด แต่รายงานหลายชิ้นปนกับตัวกรองไซเบอร์คนละเรื่อง

ต่อจากที่เราพบกฎนี้ในไบนารี Claude Code ผู้ใช้เริ่มรายงานว่างานเชิงพาณิชย์ถูกปฏิเสธ และ Tom's Hardware กับ Mashable หยิบไปรายงาน แต่เมื่อไล่ issue ที่อ้างถึง พบว่าหลายรายการเกิดก่อนกฎจะมา จึงน่าจะเป็นตัวกรองด้านไซเบอร์ ส่วน Anthropic ยังไม่ชี้แจง

· อ่าน 4 นาที
Claude Code ส่ง transcript ของ background agent ให้โมเดลทุก ~30 วินาทีเพื่อเขียนสถานะ 3–5 คำ ผู้วัดรายงานกินราว 16% และยังปิดแบบทางการไม่ได้
เครื่องมือนักพัฒนา

Claude Code ส่ง transcript ของ background agent ให้โมเดลทุก ~30 วินาทีเพื่อเขียนสถานะ 3–5 คำ ผู้วัดรายงานกินราว 16% และยังปิดแบบทางการไม่ได้

รายงานอิสระพบว่าฟีเจอร์ agent_summary ของ Claude Code ส่ง transcript เต็มของ background agent ไปถามสถานะทุก ~30 วินาที คิดเป็น 16.4% ของค่าใช้จ่ายในระบบของผู้วัด Issue เปิดมาตั้งแต่ ส.ค. ยังไม่มีสวิตช์ปิดที่รองรับ เราตรวจพบโค้ดนี้ใน 2.1.314 และพบกฎใหม่เรื่องเกมที่ไม่อยู่ใน changelog

· อ่าน 4 นาที