ข้ามไปยังเนื้อหา
OpenAI เปิดรับสมาชิกใหม่แผน Pro $200 อีกครั้ง แต่คิดโควตาใหม่ให้ได้มูลค่าเทียบ API แค่ครึ่งเดียว — ยกเลิกลิมิต 5 ชั่วโมงถาวร และส่งสัญญาณว่าอนาคตจะเป็นแบบจ่ายตามใช้
ธุรกิจและการลงทุน

OpenAI เปิดรับสมาชิกใหม่แผน Pro $200 อีกครั้ง แต่คิดโควตาใหม่ให้ได้มูลค่าเทียบ API แค่ครึ่งเดียว — ยกเลิกลิมิต 5 ชั่วโมงถาวร และส่งสัญญาณว่าอนาคตจะเป็นแบบจ่ายตามใช้

อ่าน 4 นาที ที่มา: Thibault Sottiaux (OpenAI) บน X

Thibault Sottiaux (“Tibo”) จากทีม Codex ของ OpenAI โพสต์บน X เมื่อ 29 ก.ย. 2026 เวลา 06:41 UTC ว่า “Tomorrow we are re-opening the Pro $200 subscriptions to new subscribers” แต่ในโพสต์เดียวกันก็บอกว่า OpenAI จะเปลี่ยนวิธีคำนวณการใช้งานของแผนนี้ด้วย และ “if you do the math, it will net out at half the dollar in API spend compared to the old Pro $200 plan” แปลว่าจ่ายเท่าเดิม แต่ได้มูลค่าเมื่อเทียบเป็นราคา API ลดลงครึ่งหนึ่ง

โพสต์นี้ออกมาหนึ่งวันก่อนงาน DevDay ของ OpenAI และ Tibo เขียนเองว่าตั้งใจแจ้งก่อน “before all the big announcements tomorrow” เพื่อให้ผู้ใช้เข้าใจการเปลี่ยนแปลงนี้ก่อนจะมีข่าวดีตามมา

เปลี่ยนอะไร และให้อะไรกลับมา

ในโพสต์เดียวกัน Tibo อธิบายว่าแลกกับการลดมูลค่าต่อดอลลาร์ ผู้ใช้จะได้สี่ข้อนี้

  • (a) ไม่เอาลิมิต 5 ชั่วโมงกลับมา OpenAI ให้คำมั่นว่าจะไม่นำหน้าต่างโควตา 5 ชั่วโมงกลับมาใช้อีก ผู้ใช้จะใช้โควตารายสัปดาห์ได้เต็มที่ตามจังหวะของตัวเอง (หน้าต่าง 5 ชั่วโมงนี้คือเรื่องเดียวกับที่ เราเจอในซอร์สของ Codex CLI เมื่อต้นเดือน ทั้งที่เอกสารไม่เคยพิมพ์ไว้)
  • (b) รับประกันว่าจะได้งานมากขึ้นเรื่อย ๆ เมื่อโมเดลมีประสิทธิภาพดีขึ้น OpenAI จะส่งต่อผลประโยชน์ในรูปราคา API ที่ลดลง
  • (c) ไม่ตั้งราคา API ให้สูงเกินจริง Tibo บอกว่าไม่อยากสร้างแรงจูงใจให้บริษัทตั้งราคา list price ของ API ไว้สูงเพื่อให้แผน subscription ดูคุ้ม แล้วค่อยไปลดด้วยส่วนลดทีหลัง เขายกตัวอย่าง GPT-6 Sol และ GPT-6 Luna ที่เพิ่งออกมาในราคา 50% ของรุ่นก่อน
  • (d) จะมีของใหม่ในแผนที่ไม่กินโควตา ประกาศพรุ่งนี้ แต่ยังไม่บอกว่าคืออะไร

Tibo ยังยืนยันว่าเมื่อรวมโมเดลที่ถูกลงแล้ว ผู้ใช้ “will still get more work done than if you were on the Pro $200 subscription one month ago”

ทิศทาง: ปิดช่องว่างระหว่าง subscription กับ API

ประโยคที่บอกทิศทางชัดที่สุดคือ “Over time, we see prices go low enough that it makes sense for most to buy usage as needed without there being a significant gap between what you get in a subscription and what you get in the API for a dollar spent.” The Decoder ตีความว่านี่คือการถอยออกจาก subscription ที่อุดหนุนหนัก ๆ ไปสู่การคิดเงินตามการใช้งานจริง

ตอนที่เขียนข่าวนี้ หน้าราคาของ Codex ยังแสดงแผน Pro แบบ “From $100/month” ที่มีให้เลือก 5x หรือ 20x ของ Plus และยังมีเชิงอรรถ “Weekly limits may also apply” เหมือนเดิม ตัวเลขใหม่น่าจะอัปเดตพร้อมประกาศวันพรุ่งนี้

มุมมอง AI Curator

ถ้าตัดคำอธิบายออก ข้อเท็จจริงคือ ราคาต่อหน่วยงานของแผน Pro สูงขึ้นสองเท่า แต่ OpenAI ออกแบบลำดับเหตุการณ์ได้ดี ลดราคา Sol/Luna ลงครึ่งหนึ่งก่อน แล้วจึงลดโควตาลงครึ่งหนึ่ง ผลสุทธิสำหรับคนที่ใช้โมเดลถูกจึงแทบเท่าเดิม คนที่เสียจริงคือคนที่ใช้ Astra หนัก ๆ ผ่านแผน Pro ซึ่งเป็นกลุ่มที่ต้นทุนของ OpenAI สูงที่สุด

สำหรับนักพัฒนาไทย ข้อ (c) สำคัญกว่าที่เห็น ถ้า OpenAI ทำตามที่พูดจริง ช่องว่างระหว่าง subscription กับ API จะแคบลงเรื่อย ๆ และคำถามว่า “ซื้อ Pro หรือใช้ API key ดี” จะเปลี่ยนจากเรื่องความคุ้มค่า ไปเป็นเรื่องความสะดวกและความคาดเดาได้ของบิล ทีมที่รัน Codex ใน CI หรือรันเอเจนต์ตอนกลางคืนควรเริ่มวัดการใช้งานจริงเป็นโทเคนตั้งแต่ตอนนี้ เพื่อจะได้ตัดสินใจจากตัวเลขของตัวเอง ไม่ใช่จากความรู้สึกว่าแผนเหมาจ่ายคุ้มกว่า

อีกประเด็นคือ การยกเลิกลิมิต 5 ชั่วโมงถาวรเป็นข่าวดีจริงสำหรับคนในเขตเวลาเอเชีย ที่มักทำงานยาวช่วงเย็นซึ่งตรงกับเช้าของสหรัฐฯ ต่อไปจะใช้โควตาทั้งสัปดาห์เป็นก้อนเดียวในวันที่ต้อง deploy ได้ แต่ต้องระวังว่าโควตาอาจหมดกลางสัปดาห์ได้ง่ายขึ้นด้วย

ภาพใหญ่คือผู้ให้บริการโมเดลทุกรายที่ขาย subscription แบบเหมาจ่ายให้นักพัฒนา ล้วนต้องแบกต้นทุน compute ของผู้ใช้หนักกลุ่มเล็ก ๆ การย้ายไปคิดเงินตามการใช้งานคือทางออกที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ คำถามเดียวคือราคา API จะลงเร็วพอให้ผู้ใช้ไม่รู้สึกว่าโดนขึ้นราคาหรือไม่ ต้องรอดูตัวเลขใน DevDay วันที่ 30 ก.ย.

แหล่งข่าว

บทความนี้เรียบเรียงจากแหล่งข่าวต้นทาง — Thibault Sottiaux (OpenAI) บน X

เนื้อหาบน blog นี้สร้างโดย AI โดยมีการกำกับบรรณาธิการจากมนุษย์

อ่านเพิ่มในหมวด ธุรกิจและการลงทุน

Anthropic เปิด S-1 ต่อสาธารณะ จะเข้า Nasdaq ด้วยชื่อย่อ ANT — รายได้ครึ่งแรกปี 2026 อยู่ที่ $16.3B (โต 1,300%) ขาดทุนจากการดำเนินงานแค่ $693M แต่ขาดทุนสุทธิ $80.7B จากการตีมูลค่าหุ้นกู้แปลงสภาพ และค่า compute กินไปเกินครึ่งของรายได้
ธุรกิจและการลงทุน

Anthropic เปิด S-1 ต่อสาธารณะ จะเข้า Nasdaq ด้วยชื่อย่อ ANT — รายได้ครึ่งแรกปี 2026 อยู่ที่ $16.3B (โต 1,300%) ขาดทุนจากการดำเนินงานแค่ $693M แต่ขาดทุนสุทธิ $80.7B จากการตีมูลค่าหุ้นกู้แปลงสภาพ และค่า compute กินไปเกินครึ่งของรายได้

Anthropic ยื่นแบบ S-1 ต่อสาธารณะบน EDGAR เมื่อ 26 ต.ค. 2026 ขอจดทะเบียนหุ้น Class A ใน Nasdaq ด้วยชื่อย่อ ANT เอกสารเผยรายได้ $4.6B ในปี 2025 และ $16.3B ในครึ่งแรกปี 2026 ขาดทุนจากการดำเนินงานลดเหลือ $693M ลูกค้าที่จ่ายเกิน $100K ต่อปีมีกว่า 11,900 ราย ไม่มีลูกค้ารายไหนเกิน 10% ของรายได้ ส่วนตัวเลขภาระผูกพันด้าน compute และช่วงราคา IPO ยังเว้นว่างไว้

· อ่าน 6 นาที
รายงานเผย OpenAI ใช้ส่วนลดดึงลูกค้ารายใหญ่ของ Anthropic — Rippling ย้ายงานโค้ดไป OpenAI จาก 16% เป็น 52%, Replit ได้ส่วนลดกว่า 30% ในสัญญา $100M/ปี และราคาต่อโทเคนของสองค่ายลดลงสูงสุด 80% ในสี่เดือน
ธุรกิจและการลงทุน

รายงานเผย OpenAI ใช้ส่วนลดดึงลูกค้ารายใหญ่ของ Anthropic — Rippling ย้ายงานโค้ดไป OpenAI จาก 16% เป็น 52%, Replit ได้ส่วนลดกว่า 30% ในสัญญา $100M/ปี และราคาต่อโทเคนของสองค่ายลดลงสูงสุด 80% ในสี่เดือน

The Information รายงาน (สรุปโดย The Decoder เมื่อ 25 ต.ค. 2026) ว่า OpenAI ให้ส่วนลดก้อนใหญ่เพื่อดึงลูกค้าองค์กรของ Anthropic Rippling ย้ายงานโค้ดของตัวเองไปฝั่ง OpenAI จาก 16% เป็น 52%, Replit ย้ายหลังได้ส่วนลดกว่า 30% ในสัญญาที่มีมูลค่าเกิน $100M ต่อปี และ DataCamp บอกว่าค่าใช้จ่ายลดลง 80–90% วันเดียวกัน Max Woolf ไล่ไทม์ไลน์ให้ดูว่าราคา API ของทั้งสองค่ายลดลงสูงสุด 80% ตั้งแต่มิถุนายน และชี้ว่าคู่แข่งที่กดราคาจริง ๆ คือโมเดลเปิดบน OpenRouter

· อ่าน 5 นาที
Anthropic เปิดข้อมูลภายใน: สัดส่วนจ้าง junior สายเทคนิคลดจาก 27% เหลือ 9%, ชั่วโมงทำงานของ agent มากกว่าคน 6 เท่า — สองวันต่อมาประกาศกันหุ้น 5% เข้า Public Benefit Fund
ธุรกิจและการลงทุน

Anthropic เปิดข้อมูลภายใน: สัดส่วนจ้าง junior สายเทคนิคลดจาก 27% เหลือ 9%, ชั่วโมงทำงานของ agent มากกว่าคน 6 เท่า — สองวันต่อมาประกาศกันหุ้น 5% เข้า Public Benefit Fund

รายงาน 'How employment is changing at Anthropic' (16 ต.ค. 2026) ใช้ข้อมูลภายในบริษัทแสดงว่าสัดส่วนพนักงาน junior ในแผนกเทคนิคลดจาก 21% เหลือ 14% สัดส่วนการจ้าง junior ใหม่ลดจาก 27% เหลือ 9% และชั่วโมงทำงานของ agent ที่พนักงานสั่งงานมากกว่าชั่วโมงทำงานของคน 6 ต่อ 1 จากนั้นวันที่ 18 ต.ค. Anthropic ประกาศกันหุ้น 5% (รอผู้ถือหุ้นอนุมัติ) เข้ากองทุน Public Benefit Fund

· อ่าน 6 นาที