ข้ามไปยังเนื้อหา
Cloudflare เปิด Web Search API ผ่าน AI Gateway (open beta) ให้เอเจนต์ค้นเว็บด้วย API เดียว เลือกได้ 3 เจ้า Ceramic.ai, Exa, Linkup ราคา $0.25–7 ต่อ 1,000 ครั้งแบบไม่บวกเพิ่ม และผู้ให้บริการต้องผ่านเกณฑ์ Verified bots
เครื่องมือนักพัฒนา

Cloudflare เปิด Web Search API ผ่าน AI Gateway (open beta) ให้เอเจนต์ค้นเว็บด้วย API เดียว เลือกได้ 3 เจ้า Ceramic.ai, Exa, Linkup ราคา $0.25–7 ต่อ 1,000 ครั้งแบบไม่บวกเพิ่ม และผู้ให้บริการต้องผ่านเกณฑ์ Verified bots

อ่าน 5 นาที ที่มา: Cloudflare Blog

2 ต.ค. 2026 ในสัปดาห์ Birthday Week Cloudflare เปิดตัว Web Search API ซึ่งเป็น endpoint สำหรับค้นเว็บที่ทำงานอยู่บน AI Gateway เปิดให้ใช้แบบ open beta และเริ่มด้วยผู้ให้บริการค้นหาสามเจ้า คือ Ceramic.ai, Exa และ Linkup เอเจนต์ส่ง query เข้าไป แล้วได้ผลลัพธ์กลับมาในรูปแบบเดียวกันทุกเจ้า (url, title, description) จึงสลับ provider ได้ด้วยการแก้พารามิเตอร์ตัวเดียว

บล็อกของ Cloudflare เปิดเรื่องด้วยปัญหาที่ใครใช้ coding agent ก็น่าจะเคยเจอ คือเอเจนต์มักเดา URL แล้ว curl ไปตรง ๆ ถ้าเดาผิดก็ได้ 404 แล้วต้องลองใหม่ Web Search API ให้เอเจนต์เริ่มจากการค้นแบบที่คนทำ สำหรับนักพัฒนา จุดที่ต่างจากการไปสมัคร search API เองคือการค้นแต่ละครั้งจะขึ้นใน log และ analytics ของ AI Gateway ข้าง ๆ request ของโมเดล และหักจากเครดิตก้อนเดียวกัน

เรียกใช้อย่างไร

ตามเอกสาร developers.cloudflare.com ต้องมีบัญชี Cloudflare กับ AI Gateway (ทุกบัญชีมี gateway ชื่อ default อยู่แล้ว) และต้องมีเครดิต AI Gateway หรือเก็บ API key ของ provider ไว้บน gateway โดย API token ต้องได้สิทธิ์ Workers AI Read และ AI Gateway Read

curl https://api.cloudflare.com/client/v4/accounts/$CLOUDFLARE_ACCOUNT_ID/ai/websearch/ \
  --request POST \
  --header "Authorization: Bearer $CLOUDFLARE_API_TOKEN" \
  --header "Content-Type: application/json" \
  --data '{
    "query": "What are some fun things to do in Salt Lake City as fall approaches?",
    "provider": "ceramic",
    "limit": 5,
    "options": { "gateway": { "id": "default" } }
  }'

ใน Worker เพิ่ม AI binding แล้วเรียก env.AI.websearch({ gatewayId: "default", query, provider: "exa", limit: 5 }) ซึ่งคืน Response มาตรฐาน ต้อง .json() เอง

  • query ยาวได้ไม่เกิน 1,024 ตัวอักษร
  • limit ได้ สูงสุด 10 ผลต่อ request (ค่าเริ่มต้น 10)
  • ถ้าไม่ระบุ provider ระบบจะใช้ Ceramic.ai เป็นค่าเริ่มต้น
  • byokAlias ใช้ระบุ key ที่เก็บไว้บน gateway ถ้าตั้งค่านี้แล้วหา key ไม่เจอ request จะ fail ด้วย 400 และไม่หักเครดิตแทน แต่ถ้าไม่ตั้งและ gateway มี key alias default ของ provider นั้นอยู่ ระบบจะใช้ key นั้นให้อัตโนมัติ
  • ผลลัพธ์อยู่ใน items[] และมี metadata (query, requestId, latencyMs) ส่วนฟิลด์เสริมอย่างภาพ favicon หรือวันที่แก้ไขล่าสุด จะมีก็ต่อเมื่อ provider ส่งมา

ฟีเจอร์ Server Tools ที่จะฝัง web search ไว้ใน AI Gateway ให้โมเดลเรียกเองนั้นยัง “coming soon” ตอนนี้ถ้าจะให้โมเดลค้นเองต้องเขียน tool web_search แล้วจัดการ loop เอง ทั้งบล็อกและเอกสารมีตัวอย่างที่ใช้ @cf/google/gemma-4-26b-a4b-it ให้ดู

สามเจ้า ราคาต่างกันเกือบ 30 เท่า

providerZDRราคา (ต่อ 1,000 request)โหมดที่ Cloudflare เรียกใช้
Ceramic.ai (ceramic, ค่าเริ่มต้น)ใช่$0.25index ของตัวเอง 40,000 ล้านหน้า, description ยาวสูงสุด 8,000 ตัวอักษร
Exa (exa)ไม่$7.00search type auto, ส่ง highlights เป็น description
Linkup (linkup)ใช่$5.00depth fast, ผลดิบไม่มีคำตอบสังเคราะห์

ตัวเลขทั้งหมดมาจากหน้า Providers ของ Cloudflare ซึ่งระบุว่าเป็นราคา list ของแต่ละเจ้าและไม่บวก markup ถ้าใช้ BYOK ผู้ให้บริการจะเรียกเก็บเงินเราโดยตรงตามสัญญาที่ทำไว้กับเขา มีสองจุดที่ควรรู้ก่อนเลือก ข้อแรก Exa ไม่มี Zero Data Retention ใน integration นี้ ถ้า query มีข้อมูลลูกค้าหรือโค้ดภายในหลุดเข้าไป ควรเลือกเจ้าอื่น ข้อสอง Cloudflare ล็อกโหมดไว้ (Exa ใช้ auto, Linkup ใช้ fast) ใครต้องการโหมดลึกกว่านี้อย่าง Exa Agent Ultra ยังต้องเรียก API ของ Exa ตรง

เงื่อนไขฝั่ง crawler

ส่วนที่ทำให้ข่าวนี้ไม่ใช่แค่ “proxy อีกตัว” คือ Cloudflare กำหนดให้ทุก provider ต้องรับเงื่อนไขสองข้อ

  1. crawler ต้องผ่านเกณฑ์ Verified bots ของ Cloudflare ซึ่งรวมถึงการระบุตัวตน crawler และเคารพ robots.txt
  2. ผลลัพธ์ทุกรายการต้องมีลิงก์ไปยังตำแหน่งของเนื้อหาที่ crawl มา

บล็อกบอกว่าเงื่อนไขนี้ “allow creators to decide what they want to do with their data” ซึ่งต่อเนื่องจากสิ่งที่ Cloudflare ทำมาตลอดปีกว่า ตั้งแต่ pay per crawl (ประกาศ 1 ก.ค. 2025 ให้เจ้าของเว็บตอบ crawler ด้วย HTTP 402 พร้อมราคา) จนถึงสวิตช์ Disallow AI Training เมื่อกลางเดือนกันยายน

มุมมอง AI Curator

ข่าวนี้บอกว่า “การค้นเว็บ” ถูกทำให้เป็น primitive ที่คิดเงินตามจำนวนครั้ง อยู่ในระดับเดียวกับ inference และย้ายจาก “ฟีเจอร์ของโมเดล” มาเป็น “บริการของ gateway” ก่อนหน้านี้ Google ก็เปิด Gemini Agent Platform ให้ Parallel Web Search เข้ามา grounding ตอนนี้ Cloudflare ทำแบบเดียวกันแต่ไม่ผูกกับโมเดลเจ้าใด ผลที่ตามมาคือผู้ให้บริการ search ถูกเทียบกันในตารางเดียวและเปลี่ยนเจ้าได้ด้วยพารามิเตอร์ตัวเดียว ส่วนต่างราคา $0.25 กับ $7 จะกดดันให้แต่ละเจ้าต้องอธิบายให้ได้ว่าคุณภาพที่ได้เพิ่มคุ้มกับราคาเกือบ 30 เท่าหรือไม่ และ Cloudflare เลือก Ceramic.ai เจ้าที่ถูกที่สุดเป็นค่าเริ่มต้น ซึ่งจะทำให้ request ส่วนใหญ่ไปตกที่เจ้านี้

ประเด็นเรื่อง publisher น่าสนใจกว่าเรื่องราคา Cloudflare อยู่ทั้งฝั่งเจ้าของเว็บ (บล็อก bot, pay per crawl) และตอนนี้มาอยู่ฝั่งผู้ซื้อ search ด้วย จึงใช้ตำแหน่งนี้ตั้งมาตรฐานได้ว่า search ที่ขายบนแพลตฟอร์มต้องมาจาก crawler ที่ระบุตัวตนและเคารพ robots.txt แต่ต้องดูให้ครบว่าเงื่อนไขนี้ยังไม่ได้แปลว่าเจ้าของเว็บได้เงิน จากการที่เอเจนต์ค้นเจอเนื้อหาของเขา ในเอกสารยังไม่มีอะไรเชื่อม Web Search API เข้ากับ pay per crawl และเงื่อนไข “Verified bots” ก็เป็นเกณฑ์ที่ Cloudflare กำหนดและตรวจเองทั้งหมด

สำหรับนักพัฒนาไทย สิ่งที่ยังไม่มีใครตอบคือ คุณภาพการค้นภาษาไทย ทั้งบล็อกและเอกสารไม่มีตัวเลขหรือการทดสอบภาษาไทยของทั้งสามเจ้าเลย index 40,000 ล้านหน้าของ Ceramic.ai ไม่ได้บอกว่าครอบคลุมเว็บไทยแค่ไหน ข้อดีคือ API นี้ทำให้ลองเทียบเองได้ไม่ยาก เตรียม query ภาษาไทย 50–100 ข้อจากงานจริง (ข่าวในประเทศ ประกาศหน่วยงานรัฐ เอกสาร SDK ภาษาไทย) ยิงไปทั้งสามเจ้า แล้วนับว่าเจ้าไหนให้ลิงก์ที่ใช้ได้จริง ถ้าใช้ Ceramic.ai ต้นทุนรวมไม่ถึงหนึ่งบาท และถ้าทีมทำ agent บน Cloudflare อยู่แล้ว เช่นใช้ cf CLI หรือ Workers AI การได้ log การค้นรวมไว้ใน AI Gateway ช่วยให้ debug ได้ง่ายขึ้นว่าเอเจนต์ตอบผิดเพราะโมเดลหรือเพราะผลค้นหา

แหล่งข่าว

บทความนี้เรียบเรียงจากแหล่งข่าวต้นทาง — Cloudflare Blog

เนื้อหาบน blog นี้สร้างโดย AI โดยมีการกำกับบรรณาธิการจากมนุษย์

อ่านเพิ่มในหมวด เครื่องมือนักพัฒนา

Betelgeuse รัน Qwen3.8 Flash Next ขนาด 68GB บน RTX 3060 กับแรม 16GB ส่วน Basalt วัดให้เห็นว่าเอนจินที่เร่งด้วยแฟล็กลัดทำให้โมเดลลืมของ
เครื่องมือนักพัฒนา

Betelgeuse รัน Qwen3.8 Flash Next ขนาด 68GB บน RTX 3060 กับแรม 16GB ส่วน Basalt วัดให้เห็นว่าเอนจินที่เร่งด้วยแฟล็กลัดทำให้โมเดลลืมของ

Betelgeuse ฟอร์ก llama.cpp ที่เปิดเมื่อ 31 ต.ค. ดึง expert จาก NVMe เข้า VRAM ตามต้องการ อ้าง 22 tok/s แบบไม่ทิ้ง expert แต่ README เตือนเองว่ายังทดลองและตัวเลขมาจากคนละรอบ วันเดียวกันผู้พัฒนา Basalt เผยผลวัดว่าแฟล็กเร่งความเร็วทำคุณภาพ Q8 ตกไปใกล้ Q2

· อ่าน 5 นาที
กฎห้ามโคลนเกมของ Claude Code เริ่มกระทบงานจริง บริษัทรับทำเกมกระดานร้องงานลูกค้าหยุด แต่รายงานหลายชิ้นปนกับตัวกรองไซเบอร์คนละเรื่อง
เครื่องมือนักพัฒนา

กฎห้ามโคลนเกมของ Claude Code เริ่มกระทบงานจริง บริษัทรับทำเกมกระดานร้องงานลูกค้าหยุด แต่รายงานหลายชิ้นปนกับตัวกรองไซเบอร์คนละเรื่อง

ต่อจากที่เราพบกฎนี้ในไบนารี Claude Code ผู้ใช้เริ่มรายงานว่างานเชิงพาณิชย์ถูกปฏิเสธ และ Tom's Hardware กับ Mashable หยิบไปรายงาน แต่เมื่อไล่ issue ที่อ้างถึง พบว่าหลายรายการเกิดก่อนกฎจะมา จึงน่าจะเป็นตัวกรองด้านไซเบอร์ ส่วน Anthropic ยังไม่ชี้แจง

· อ่าน 4 นาที
Claude Code ส่ง transcript ของ background agent ให้โมเดลทุก ~30 วินาทีเพื่อเขียนสถานะ 3–5 คำ ผู้วัดรายงานกินราว 16% และยังปิดแบบทางการไม่ได้
เครื่องมือนักพัฒนา

Claude Code ส่ง transcript ของ background agent ให้โมเดลทุก ~30 วินาทีเพื่อเขียนสถานะ 3–5 คำ ผู้วัดรายงานกินราว 16% และยังปิดแบบทางการไม่ได้

รายงานอิสระพบว่าฟีเจอร์ agent_summary ของ Claude Code ส่ง transcript เต็มของ background agent ไปถามสถานะทุก ~30 วินาที คิดเป็น 16.4% ของค่าใช้จ่ายในระบบของผู้วัด Issue เปิดมาตั้งแต่ ส.ค. ยังไม่มีสวิตช์ปิดที่รองรับ เราตรวจพบโค้ดนี้ใน 2.1.314 และพบกฎใหม่เรื่องเกมที่ไม่อยู่ใน changelog

· อ่าน 4 นาที