ข้ามไปยังเนื้อหา
Cloudflare เปิดสวิตช์ Disallow AI Training — ปฏิเสธการเทรนได้โดยไม่หลุดจากผลค้นหา แต่ความหมายของปุ่ม Block เปลี่ยนไปแล้ว และ Bing ยังไม่รับคำสั่งนี้จนถึงต้นปี 2027
นโยบายและกฎหมาย

Cloudflare เปิดสวิตช์ Disallow AI Training — ปฏิเสธการเทรนได้โดยไม่หลุดจากผลค้นหา แต่ความหมายของปุ่ม Block เปลี่ยนไปแล้ว และ Bing ยังไม่รับคำสั่งนี้จนถึงต้นปี 2027

อ่าน 6 นาที ที่มา: Cloudflare Blog

Cloudflare ประกาศเมื่อ 15 ก.ย. 2026 เพิ่มการตั้งค่าใหม่ชื่อ Disallow AI Training ซึ่งแก้ปัญหาที่เจ้าของเว็บติดกับมานาน — crawler แบบ mixed-use คือ crawler ตัวเดียวที่ทำทั้งงานค้นหาและงานเก็บข้อมูลไปเทรนโมเดล ปฏิเสธอย่างหนึ่งก็เท่ากับปฏิเสธอีกอย่าง ตัวใหญ่ที่สุดสามตัวบนอินเทอร์เน็ตคือ Applebot, Bingbot และ Googlebot ทำงานแบบนี้ ก่อนหน้านี้ปุ่ม Block ของ Cloudflare จึงจงใจไม่แตะพวกมัน เพราะบล็อกเมื่อไหร่คือหายจากผลค้นหาเมื่อนั้น

ตัวเลขที่ Cloudflare เปิดออกมาอธิบายว่าทำไมเรื่องนี้สำคัญ: เว็บบน Cloudflare น้อยกว่า 1% เลือกบล็อกบอตค้นหา แต่ 17% เปิดกลไกบล็อกการเทรนบางอย่างไว้ — คนส่วนใหญ่อยากถูกค้นเจอ แต่ไม่ได้อยากเป็นวัตถุดิบเทรนโมเดล ซึ่งเป็นสองความต้องการที่เครื่องมือเดิมแยกออกจากกันไม่ได้

Disallow AI Training ทำอะไร

การตั้งค่าใหม่ถูกตั้งชื่อตาม Disallow: ที่มันไปเขียนไว้ใน robots.txt ของคุณผ่านระบบชื่อ Bot Preference Sync ผลที่ได้คือ

  • crawler แบบ mixed-use ที่ได้สถานะ Accountable ยังเข้ามาได้ เพื่องานค้นหา
  • crawler ที่มาเทรนโดยเฉพาะตัวอื่นถูกบล็อกทั้งหมด รวมถึง crawler สายเทรนล้วนของ Amazon, Anthropic, Meta และ OpenAI (บล็อกพวกนี้ไม่กระทบผลค้นหา เพราะแต่ละเจ้าแยก crawler ค้นหากับ crawler เทรนออกจากกันอยู่แล้ว)
  • ตัวเลือกนี้มีให้ เฉพาะหมวด Training เท่านั้น ไม่มีใน Search และ Agent

Cloudflare ยังอธิบายตรง ๆ ว่าทำไมลำพัง robots.txt แก้ปัญหานี้ไม่ได้ — “ใครก็เขียนมันได้ แต่มันระบุไม่ได้ว่าใครกำลังเก็บข้อมูล, ตัดสินไม่ได้ว่าเก็บไปทำไม และหยุด crawler ที่ไม่สนใจมันไม่ได้” สิ่งที่เครือข่ายทำได้เพิ่มคือประกาศความต้องการ, ระบุตัวผู้เก็บ, จำแนกว่าเก็บไปทำอะไร, บล็อกตัวที่เมินคำสั่ง แล้วรายงานว่าผู้ให้บริการแต่ละรายทำอะไรจริง

เกณฑ์ Accountable สี่ข้อ

“Accountable” เป็นสถานะที่ Cloudflare ตั้งขึ้นเองหลังคุยกับผู้ให้บริการ crawler ตั้งแต่เดือน ก.ค. โดยนับทั้งความสามารถที่มีแล้ววันนี้และคำมั่นที่มีกรอบเวลา ผู้ให้บริการต้องมีหรือรับปากว่าจะมี

  1. กลไกให้เจ้าของเว็บ ปฏิเสธการนำไปเทรน ผ่าน robots.txt หรือมาตรฐานคล้ายกัน
  2. กลไก ปฏิเสธ AI Summaries ที่ตั้งกับผู้ให้บริการได้โดยตรง และปีหน้าตั้งผ่าน Cloudflare ได้
  3. ความโปร่งใสระดับ URL ว่าหน้าไหนบ้างถูกส่งเข้าไปให้เทรน พร้อมตัวเลขว่าคอนเทนต์ปรากฏในผลค้นหาอย่างไร
  4. หลักประกันว่าการปฏิเสธการเทรนจะไม่กระทบอันดับในผลค้นหาแบบดั้งเดิม

Apple, Google และ Microsoft ผ่านเกณฑ์นี้ ส่วน crawler ที่เกี่ยวข้องของ Amazon, Anthropic, Meta และ OpenAI ก็ถูกจัดเป็น Accountable เช่นกัน

แต่รายละเอียดรายเจ้ามีช่องว่างที่ควรอ่าน:

  • Google — ปฏิเสธการเทรนด้วย Disallow สำหรับ Google-Extended มีสวิตช์ในพอร์ทัล webmaster สำหรับตัดคอนเทนต์ออกจากผลค้นหาเชิงสร้างสรรค์ และมีรายงานตัวเลขให้แล้ว ส่วนเครื่องมือโปร่งใสระดับ URL สำหรับ Google-Extended Google บอกว่าจะออก “ในอีกไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า”
  • Apple — ใช้ Disallow สำหรับ Applebot-Extended และใช้ nosnippet ใน HTML เพื่อกัน AI Summaries แต่ ยังไม่มีเครื่องมือตรวจระดับ URL มีเพียงแผนที่แชร์กับ Cloudflare ว่าจะทำปีหน้า
  • Microsoft / Bing — ยังไม่รับคำสั่งห้ามเทรนระดับโดเมนผ่าน robots.txt กำลังสร้างอยู่ ตั้งเป้าต้นปี 2027 จนกว่าจะถึงตอนนั้น การเลือก Disallow AI Training จะไม่ส่งคำสั่งห้ามเทรนไปถึง Bing ผ่าน robots.txt (ซึ่งเป็นพฤติกรรมเดียวกับการตั้งค่า Training Block เดิมที่ไม่เคยมีผลกับ mixed-use crawler อยู่แล้ว) คนที่อยากปฏิเสธการเทรนกับ Bing วันนี้ต้องไปตั้งกับเครื่องมือของ Bing โดยตรง

สิ่งที่เปลี่ยนใต้เท้าคุณ — ปุ่ม Block ไม่เหมือนเดิม

จุดที่เจ้าของเว็บต้องอ่านให้ครบคือ ความหมายของการตั้งค่าเดิมเปลี่ยนไปแล้ว

  • Block และ “Block on pages with ads” ตอนนี้มีผลกับ mixed-use crawler ด้วย รวมถึง Applebot, Bingbot และ Googlebot — แปลว่าใครกด Block ตั้งแต่วันนี้คือหยุดพวกมันทั้งหมด ผลค้นหาด้วย
  • “Block AI Bots” จะถูกเลิกใช้ แทนที่ด้วยการควบคุมแยก Search / Training / Agent
  • Managed Robots.txt จะถูกเลิกใช้ ย้ายไปใช้ Bot Preference Sync ลูกค้าที่เปิดไว้จะถูกย้ายให้
  • ลูกค้าเดิมถูกย้ายค่าอัตโนมัติ Cloudflare ระบุว่า “แทบทุกกรณีไม่ต้องทำอะไร” — โดเมนที่เคยตั้ง Training เป็น Block หรือ Block on pages with ads จะถูกย้ายไปเป็น Disallow AI Training
  • ตั้งแต่ 15 ก.ย. โดเมนใหม่ที่ onboard จะได้รับ preset สองแบบให้เลือกตามว่าเว็บหารายได้จากโฆษณาหรือไม่ โดยฝั่งที่มีโฆษณาจะเข้มกว่า เพราะรายได้โฆษณาขึ้นกับการที่มีคนเข้ามาเห็นหน้าจริง ๆ

มีสองอย่างที่จงใจไม่ทำ: ไม่มี Disallow AI Training เฉพาะหน้าที่มีโฆษณา เพราะความต้องการแบบนั้นเขียนใน robots.txt ไม่ได้ (Cloudflare ตรวจได้ว่าหน้าไหนมีโฆษณา แต่รายการยาวเกินและเปลี่ยนเร็วเกินกว่าจะไล่ลงไฟล์) และ ไม่มีตัวเลือก Disallow สำหรับ Agent เพราะอินเทอร์เน็ตยังไม่มี directive ที่ยอมรับกันสำหรับบอกความต้องการกับเอเจนต์ที่ทำงานแทนคน

Cloudflare บอกว่าก้าวถัดไปคือให้เจ้าของเว็บคุมได้ว่า ปริมาณ คอนเทนต์แค่ไหนที่ถูกใช้ใน AI Summaries ตั้งครั้งเดียวที่ Cloudflare แทนที่จะไปตั้งทีละราย ตั้งเป้าต้นปีหน้า

มุมมอง AI Curator

เรื่องนี้น่าสนใจตรงที่มันไม่ใช่ฟีเจอร์ แต่เป็น การใช้ตำแหน่งบนเส้นทางทราฟฟิกต่อรองแทนเจ้าของเว็บ Cloudflare ทำสิ่งที่ robots.txt ทำไม่ได้มาสิบกว่าปี คือแปลง “ความต้องการที่บังคับไม่ได้” ให้เป็น “เงื่อนไขที่มีคนคอยตรวจ” และที่สำคัญกว่าคือมันเปลี่ยนโจทย์จาก “บล็อกหรือไม่บล็อก” เป็น “ผู้ให้บริการรายไหนยอมให้คุณเลือกได้บ้าง” — ซึ่งเป็นแรงกดดันที่ตรงจุดกว่า เพราะการบล็อกแค่ทำให้ crawler ตัวหนึ่งหายไป ไม่ได้เปลี่ยนพฤติกรรมของใคร

สำหรับคนทำเว็บในไทย ผมคิดว่าสิ่งที่ต้องทำสัปดาห์นี้มีข้อเดียว: เข้าไปดูว่าโดเมนของคุณถูกย้ายไปอยู่ค่าไหน เพราะการเปลี่ยนความหมายของปุ่ม Block เป็นการเปลี่ยนที่อันตรายเงียบ ๆ ใครเคยกด Block ไว้ด้วยความเข้าใจว่า “มันไม่แตะ Googlebot อยู่แล้ว” แล้วไม่ได้กลับไปดู อาจพบว่าตัวเองหลุดจากดัชนีค้นหาโดยไม่ได้ตั้งใจ — นี่คือความเสี่ยงที่จับต้องได้กว่าเรื่องปรัชญาของการเทรนโมเดลมาก และสำหรับเว็บไทยที่พึ่งทราฟฟิกจาก Google เป็นหลัก ความผิดพลาดหนึ่งคลิกมีราคาแพงกว่าคุณค่าของคอนเทนต์ที่ถูกเอาไปเทรนหลายเท่า

อีกจุดที่ควรเก็บไว้ในใจคือช่องว่างของ Bing: การตั้ง Disallow AI Training วันนี้ ไม่ได้ ห้าม Microsoft เทรนผ่าน robots.txt จนกว่าจะถึงต้นปี 2027 ซึ่งเป็นตัวอย่างที่ดีว่าสถานะ “Accountable” นับ คำมั่นสัญญา ด้วย ไม่ใช่เฉพาะสิ่งที่ทำได้จริงแล้ว เจ้าของเว็บที่ตั้งค่าแล้วคิดว่าจบ ควรเข้าใจว่าปุ่มหนึ่งปุ่มให้ผลไม่เท่ากันกับทุกผู้ให้บริการ และ Cloudflare ก็เขียนไว้ตรง ๆ แล้วว่ามันจะติดตามรายงานให้ว่าใครทำอะไรจริง — ซึ่งแปลว่าหน้าที่ตรวจสอบก็ยังอยู่กับเราอยู่ดี

แหล่งข่าว

บทความนี้เรียบเรียงจากแหล่งข่าวต้นทาง — Cloudflare Blog

เนื้อหาบน blog นี้สร้างโดย AI โดยมีการกำกับบรรณาธิการจากมนุษย์

อ่านเพิ่มในหมวด นโยบายและกฎหมาย

Anthropic ขยายลายน้ำข้อความไปยัง Claude รุ่นเก่าอีก 4 รุ่น แต่บน Opus 4.6 และ Sonnet 4.6 แค่ปรับ temperature ลายน้ำก็ไม่ทำงาน
นโยบายและกฎหมาย

Anthropic ขยายลายน้ำข้อความไปยัง Claude รุ่นเก่าอีก 4 รุ่น แต่บน Opus 4.6 และ Sonnet 4.6 แค่ปรับ temperature ลายน้ำก็ไม่ทำงาน

อีเมลถึงลูกค้า API ตามรายงานของ The Decoder ระบุว่า Anthropic จะใส่ลายน้ำให้ Mythos 5, Opus 4.7, Opus 4.6 และ Sonnet 4.6 แต่สองรุ่นหลังทำงานเฉพาะเมื่อพารามิเตอร์สุ่มเป็นค่าเริ่มต้น ขณะที่หน้าเอกสารทางการยังไม่แสดงการรองรับและไม่พูดถึงเงื่อนไขนี้

· อ่าน 4 นาที
OpenAI จะนำเซสชัน Daybreak Blue ไปเทรนโมเดลตั้งแต่ 29 พ.ย. แม้ปิดการแชร์ข้อมูลไว้ ก่อนส่งอีเมลขอโทษและสัญญาว่าจะมีตัวเลือกแยก
นโยบายและกฎหมาย

OpenAI จะนำเซสชัน Daybreak Blue ไปเทรนโมเดลตั้งแต่ 29 พ.ย. แม้ปิดการแชร์ข้อมูลไว้ ก่อนส่งอีเมลขอโทษและสัญญาว่าจะมีตัวเลือกแยก

OpenAI แจ้งสมาชิก Trusted Access ว่าจะใช้ข้อมูลเซสชัน Daybreak Blue เทรนโมเดลตั้งแต่ 29 พ.ย. แม้เคยปิดการแชร์ไว้ หลังถูกต้าน อีเมลฉบับที่สองขอโทษและสัญญาว่าจะมีตัวเลือกไม่เข้าร่วมแยกต่างหาก แต่เซสชันที่ถูกตั้งธงยังอาจถูกใช้เพื่อความปลอดภัย

· อ่าน 3 นาที
OpenAI รื้อ Model Spec เป็น 5 คุณค่าหลัก — เลิกเรียกว่า the assistant ตัดกฎสไตล์ส่วนใหญ่ และสั่งให้ถือผลข้างเคียงเป็นของจริงแม้อยู่ใน eval
นโยบายและกฎหมาย

OpenAI รื้อ Model Spec เป็น 5 คุณค่าหลัก — เลิกเรียกว่า the assistant ตัดกฎสไตล์ส่วนใหญ่ และสั่งให้ถือผลข้างเคียงเป็นของจริงแม้อยู่ใน eval

Model Spec ฉบับ 29 ต.ค. จัดโครงใหม่เป็น 5 คุณค่า เพิ่มหมวดการใช้บริบทและความจำ และหลักการรองรับการกำกับโดยมนุษย์ ขณะที่กฎสไตล์ส่วนใหญ่ รวมถึงหัวข้อ Markdown ถูกนำออก OpenAI ยังยอมรับว่าโมเดลที่ใช้งานจริงยังไม่ตรงตามเอกสารทั้งหมด

· อ่าน 4 นาที