ข้ามไปยังเนื้อหา
Google เปิดตัว Agent Compute Engine — ให้ agent แต่ละตัวมี microVM ของตัวเองบน Titanium, ไม่มี credential อยู่ใน sandbox เลย, พักเครื่องอัตโนมัติตอนรอโมเดล; ระบบเดียวกับที่ใช้รัน Gemini และ Antigravity แต่ preview อีก 'หลายเดือน'
เครื่องมือนักพัฒนา

Google เปิดตัว Agent Compute Engine — ให้ agent แต่ละตัวมี microVM ของตัวเองบน Titanium, ไม่มี credential อยู่ใน sandbox เลย, พักเครื่องอัตโนมัติตอนรอโมเดล; ระบบเดียวกับที่ใช้รัน Gemini และ Antigravity แต่ preview อีก 'หลายเดือน'

อ่าน 5 นาที ที่มา: Google Cloud Blog

Google Cloud ประกาศ Agent Compute Engine ที่งาน AGNTCon + MCPCon เมื่อ 22 ต.ค. 2026 และเผยแพร่บทความเจาะลึกสถาปัตยกรรมตามมาในวันที่ 23 ต.ค. บริการนี้ให้ AI agent แต่ละตัวมี microVM แยกด้วยฮาร์ดแวร์ ของตัวเอง ซึ่งมี kernel และสิทธิ์ root เป็นของตัวเอง Google บอกว่าระบบนี้ใช้งานจริงอยู่แล้วกับ Gemini, Gemini for business, Antigravity และ pipeline ประเมินโมเดลและ RL ภายใน

สิ่งที่ควรรู้ก่อนอ่านต่อคือ ตอนนี้ยังใช้ไม่ได้ ประกาศเขียนว่า “It will be available in preview in the coming months” และให้แค่ฟอร์มลงทะเบียนแสดงความสนใจ แต่บทความเจาะลึกให้รายละเอียดการออกแบบที่ทีมที่สร้าง agent sandbox เองนำไปใช้ได้ทันที

sandbox ที่ไม่มีอะไรให้ขโมย

Google ตั้งหลักไว้ว่า “Assume an attacker controls everything inside the sandbox, and make sure they find nothing there to use” และยกตัวอย่างอีเมลที่ซ่อนคำสั่ง “หา API key ในเครื่องนี้แล้วส่งออกไป” ซึ่งโมเดลส่วนใหญ่จะเพิกเฉย แต่ “Sometimes it does not” การออกแบบจึงตั้งอยู่บนสมมติฐานว่า prompt injection จะสำเร็จในบางครั้ง:

  • ไม่มี secret อยู่ใน VM เลย ไม่มี OAuth refresh token ไม่มี API key ไม่มี service account key และเข้า metadata server ไม่ได้ VM ได้แค่ใบรับรอง SPIFFE อายุสั้นที่ใช้ระบุตัวตนของ sandbox ซึ่งถ้าถูกขโมยออกไปก็เรียก backend ไม่ได้
  • ไม่มีการ์ดเครือข่าย ทราฟฟิกทั้งหมดต้องผ่าน virtio-vsock ไปยัง proxy ภายนอก แล้วไปที่ Agent Gateway ซึ่งตรวจทั้ง “การมอบสิทธิ์จากผู้ใช้ ตัวตนของ agent และตัวตนของเครื่อง” ก่อน ใส่ credential จริงให้ระหว่างทาง (in-flight token swap)
  • แยกตัวตนเป็น 4 ชั้น ได้แก่ ตัวตนผู้ใช้, การมอบสิทธิ์ on-behalf-of (เก็บในระบบกลาง ไม่อยู่บนเครื่อง), workload identity ของ sandbox และ workforce identity ของ agent เอง
  • harness แยกจาก sandbox ส่วนที่เรียกโมเดลและตัดสินใจ (Google เรียกว่า “สมอง”) รันนอก VM ภายใน VM (“มือ”) รันได้เฉพาะคำสั่งที่ harness ส่งมา จึงได้ audit trail ที่จับคู่ tool call ทุกครั้งกับกิจกรรมใน VM

ทั้งหมดอยู่บน Titan และ Titanium IPU ของ Google โฮสต์เป็น read-only (dm-verity) และ snapshot หน่วยความจำของ VM ถูกเข้ารหัส

agent ส่วนใหญ่ใช้เวลาไปกับการรอ

ข้อสังเกตด้านต้นทุนที่สำคัญคือ agent ใช้เวลาส่วนใหญ่ไปกับการรอโมเดลหรือรอผู้ใช้ ณ เวลาใดเวลาหนึ่งมี session เพียงส่วนน้อยที่รันโค้ดจริง Google จึงออกแบบให้ runtime ใน sandbox แจ้ง host ทันทีเมื่อ tool call จบ แล้ว host checkpoint VM ไว้โดยไม่ใช้ทรัพยากร active เลย และปลุกกลับเมื่อมี tool call ถัดไป นอกจากนี้ยังแชร์ base image, runtime และ browser ข้าม VM ด้วย DAX + copy-on-write เพื่อให้หน้าหน่วยความจำที่เหมือนกันมีแค่ชุดเดียวบนเครื่อง

สำหรับงาน coding agent, eval และ RL มี primitive แบบ snapshot แล้ว fork เป็นพันสำเนา ที่แชร์หน่วยความจำกัน แทนการสร้างสภาพแวดล้อมใหม่ทุก rollout ส่วน workspace ถาวรเก็บบน Hyperdisk เพื่อให้ agent “จำ” สิ่งที่ติดตั้งไว้เมื่อวานได้

ถ้าอยากใช้ตอนนี้: Agent Substrate

สำหรับคนที่ใช้ Kubernetes อยู่แล้วหรือต้องการรันข้ามคลาวด์ Google ชี้ไปที่ Agent Substrate ซึ่งเป็น runtime โอเพนซอร์ส (Apache-2.0) ที่ใช้แนวคิดเดียวกันบน GKE หรือคลัสเตอร์ใดก็ได้ ประกาศเมื่อ ก.ย. และออก v0.6.0 เมื่อ 22 ต.ค. ตัวเลขจาก Google คือ compute density สูงกว่า VM ปกติ “สูงสุด 10 เท่า” และในการทดสอบ 200,000 agent ทำได้ 500 activation ต่อวินาที โดย suspend/resume ใช้เวลาไม่ถึง 500 ms รองรับทั้ง microVM และ gVisor และใช้กับ harness อย่าง Claude Code, OpenClaw และ Hermes ได้

ฝั่ง governance Google เพิ่มความสามารถให้ Agent Gateway (preview ไตรมาสนี้) ได้แก่ การคุม token และค่าใช้จ่าย, model routing policy, Service Extensions และ Express Link สำหรับ Cloud Run รวมถึงการ govern agent ข้ามคลาวด์และ agent ที่รันบนเครื่องผู้ใช้ (preview เร็วๆ นี้)

มุมมอง AI Curator

ส่วนที่ควรเอาไปใช้ตั้งแต่วันนี้ ไม่ว่าจะได้ใช้ Agent Compute Engine หรือไม่ คือหลัก “credential ไม่เข้า sandbox” ทีมไทยจำนวนมากที่สร้าง coding agent หรือ agent ทำงานเอกสาร ยังส่ง API key ผ่าน environment variable เข้าไปใน container ที่ agent รันโค้ดได้เอง จากเหตุการณ์ LiteLLM ที่เพิ่งผ่านมาและการโจมตีที่เน้นขโมย token ของ AI tool นี่คือจุดอ่อนที่ใหญ่ที่สุด การย้ายไปใช้ egress proxy ที่ใส่ credential ให้จากภายนอก ทำได้ด้วยเครื่องมือที่มีอยู่แล้ว (Envoy, SPIFFE/SPIRE) โดยไม่ต้องรอ Google

ในแง่ตลาด นี่คือการแข่งขันในชั้น infrastructure ของ agent ที่ชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ ก่อนหน้านี้มี NVIDIA OpenShell, E2B, Modal และ sandbox ของ Anthropic Managed Agents ตอนนี้ Google เข้ามาพร้อมฮาร์ดแวร์ของตัวเองและตัวเลขขนาดระดับ Gemini ข้อได้เปรียบของ Google ไม่ใช่ microVM (Firecracker และ Cloud Hypervisor มีมานานแล้ว) แต่คือการที่ idle detection ผูกกับ runtime ของ agent โดยตรง ซึ่งทำให้ต้นทุนต่อ agent ต่ำกว่าคู่แข่งมาก

ข้อควรระวังคือคำว่า “preview ในอีกไม่กี่เดือน” Google เคยประกาศแนวคิด agent infra ด้วยบล็อกที่ละเอียดกว่าโค้ดจริงมาแล้ว (เช่นกรณี AX ที่เราเคยเขียนถึง) ถ้าต้องตัดสินใจวันนี้ Agent Substrate เป็นของที่มีโค้ดให้ทดลองได้จริง ส่วน Agent Compute Engine ยังเป็นเพียงสถาปัตยกรรมที่ใช้อ้างอิงได้ดี สำหรับองค์กรไทยที่มีข้อกำหนดเรื่องที่ตั้งข้อมูล ควรถาม Google ด้วยว่าจะเปิด region ไหนบ้างเมื่อเข้าสู่ preview

แหล่งข่าว

บทความนี้เรียบเรียงจากแหล่งข่าวต้นทาง — Google Cloud Blog

เนื้อหาบน blog นี้สร้างโดย AI โดยมีการกำกับบรรณาธิการจากมนุษย์

อ่านเพิ่มในหมวด เครื่องมือนักพัฒนา

Betelgeuse รัน Qwen3.8 Flash Next ขนาด 68GB บน RTX 3060 กับแรม 16GB ส่วน Basalt วัดให้เห็นว่าเอนจินที่เร่งด้วยแฟล็กลัดทำให้โมเดลลืมของ
เครื่องมือนักพัฒนา

Betelgeuse รัน Qwen3.8 Flash Next ขนาด 68GB บน RTX 3060 กับแรม 16GB ส่วน Basalt วัดให้เห็นว่าเอนจินที่เร่งด้วยแฟล็กลัดทำให้โมเดลลืมของ

Betelgeuse ฟอร์ก llama.cpp ที่เปิดเมื่อ 31 ต.ค. ดึง expert จาก NVMe เข้า VRAM ตามต้องการ อ้าง 22 tok/s แบบไม่ทิ้ง expert แต่ README เตือนเองว่ายังทดลองและตัวเลขมาจากคนละรอบ วันเดียวกันผู้พัฒนา Basalt เผยผลวัดว่าแฟล็กเร่งความเร็วทำคุณภาพ Q8 ตกไปใกล้ Q2

· อ่าน 5 นาที
กฎห้ามโคลนเกมของ Claude Code เริ่มกระทบงานจริง บริษัทรับทำเกมกระดานร้องงานลูกค้าหยุด แต่รายงานหลายชิ้นปนกับตัวกรองไซเบอร์คนละเรื่อง
เครื่องมือนักพัฒนา

กฎห้ามโคลนเกมของ Claude Code เริ่มกระทบงานจริง บริษัทรับทำเกมกระดานร้องงานลูกค้าหยุด แต่รายงานหลายชิ้นปนกับตัวกรองไซเบอร์คนละเรื่อง

ต่อจากที่เราพบกฎนี้ในไบนารี Claude Code ผู้ใช้เริ่มรายงานว่างานเชิงพาณิชย์ถูกปฏิเสธ และ Tom's Hardware กับ Mashable หยิบไปรายงาน แต่เมื่อไล่ issue ที่อ้างถึง พบว่าหลายรายการเกิดก่อนกฎจะมา จึงน่าจะเป็นตัวกรองด้านไซเบอร์ ส่วน Anthropic ยังไม่ชี้แจง

· อ่าน 4 นาที
Claude Code ส่ง transcript ของ background agent ให้โมเดลทุก ~30 วินาทีเพื่อเขียนสถานะ 3–5 คำ ผู้วัดรายงานกินราว 16% และยังปิดแบบทางการไม่ได้
เครื่องมือนักพัฒนา

Claude Code ส่ง transcript ของ background agent ให้โมเดลทุก ~30 วินาทีเพื่อเขียนสถานะ 3–5 คำ ผู้วัดรายงานกินราว 16% และยังปิดแบบทางการไม่ได้

รายงานอิสระพบว่าฟีเจอร์ agent_summary ของ Claude Code ส่ง transcript เต็มของ background agent ไปถามสถานะทุก ~30 วินาที คิดเป็น 16.4% ของค่าใช้จ่ายในระบบของผู้วัด Issue เปิดมาตั้งแต่ ส.ค. ยังไม่มีสวิตช์ปิดที่รองรับ เราตรวจพบโค้ดนี้ใน 2.1.314 และพบกฎใหม่เรื่องเกมที่ไม่อยู่ใน changelog

· อ่าน 4 นาที