Anthropic เริ่มขอบัตรประชาชน+selfie จากผู้ใช้ Claude บางกรณี — จุดเปลี่ยนของ AI platform ที่เคยขาย "ความเป็นส่วนตัว"
กลางเดือนเมษายน 2026 (14-16) ภาพหน้าจอจากผู้ใช้ Claude แสดงให้เห็นว่า Anthropic เริ่ม บังคับยืนยันตัวตน ด้วยบัตรประชาชน/หนังสือเดินทาง + selfie สด กับ user บางกลุ่ม กลายเป็น consumer AI chatbot รายใหญ่ รายแรก ที่ทำ identity check ระดับนี้
กระบวนการ
- ต้องเป็น รัฐ-issued photo ID จริง — passport, driver’s license, national ID — ไม่รับสำเนา, screenshot, digital/mobile ID, หรือ temporary paper ID
- เก็บ live selfie ผ่านกล้องมือถือ/webcam
- ใช้เวลา < 5 นาที
- ผู้ประมวลผลคือ Persona (third-party) ไม่ใช่ Anthropic เอง
เมื่อไหร่ที่ trigger
Anthropic Help Center (อัปเดต 14 เม.ย.) ระบุกว้าง ๆ ว่าจะขอเมื่อ:
- ใช้ “certain capabilities” บางอย่าง
- “routine platform integrity checks”
- safety และ compliance measure
— ไม่ระบุเกณฑ์ตายตัว
Anthropic ยืนยันอะไร
- ไม่ใช้ข้อมูลนี้ train โมเดล
- ไม่ share กับที่อื่น
- Anthropic ไม่เก็บภาพ ID โดยตรง — Persona ถือไฟล์และประมวลผลตามสัญญา
- เก็บเฉพาะเท่าที่จำเป็น
มุมมอง AI Curator
นี่เป็นก้าวสำคัญและน่ากังวลในเวลาเดียวกัน ต้องแยกประเด็นเป็นชั้น
ชั้นที่ 1 — บริบทของการตัดสินใจ Anthropic ประกาศก่อนหน้านี้ว่าต้องการสกัดการเข้าถึงจากผู้ใช้ในประเทศ adversary (จีน, รัสเซีย, เกาหลีเหนือ) ที่ US กำหนด ถ้าดู rationale ตรง ๆ นี่ไม่ใช่แค่ “Anthropic อยากเก็บข้อมูล” แต่เป็น แรงกดดันจาก policy environment ในสหรัฐที่ Claude เริ่มถูกใช้งานโดยหน่วยงานรัฐและ defense contractor มากขึ้น (ดูกรณี Project Glasswing)
ชั้นที่ 2 — ความขัดแย้งกับ brand positioning ของ Claude ผู้ใช้จำนวนมากเลือก Claude มาแทน ChatGPT เพราะเชื่อว่า Anthropic ใส่ใจ privacy มากกว่า การที่ระบบ KYC ระดับ biometric ถูกเพิ่มเข้ามา — ถึงแม้จะทำผ่าน third-party — เป็นภาพที่ขัดกับ positioning เดิม นักวิจารณ์ที่ Decrypt และสื่ออื่นชี้ประเด็นนี้ตรงไปตรงมา
ชั้นที่ 3 — ผลต่อ developer ไทย ถ้าใช้ Claude API ผ่าน organization ที่ verified แล้ว end user ยังไม่ถูกบังคับ แต่ถ้าใช้ product Claude.ai แบบ B2C หรือ personal — ต้องเตรียมใจว่าอาจจะเจอ verification request โดยเฉพาะถ้าทำงานที่ใช้ capability ที่ Anthropic ติด “sensitive” (เช่น coding ที่เกี่ยวกับ security, เนื้อหาทางการเมือง)
ชั้นที่ 4 — precedent นี่เป็นครั้งแรกที่ consumer AI chatbot ทำ biometric KYC อย่างเป็นระบบ ถ้า OpenAI, Google, xAI ตาม — ซึ่งเป็นไปได้สูงเมื่อพิจารณา regulatory trend — ตลาด AI สำหรับผู้ใช้ทั่วไปจะ มีกำแพง KYC แบบเดียวกับ crypto exchange ในปี 2019-2020 การเข้าถึงที่เคยแค่ใส่ email จะกลายเป็นอดีต
สิ่งที่ผู้ใช้ควรระวัง: ถ้าจะทำ KYC ผ่าน AI service ตรวจ Privacy Policy ของ third-party provider (Persona) ควบคู่กับของ AI vendor ไม่ใช่แค่ของ Anthropic/OpenAI อย่างเดียว
แหล่งข่าว: Anthropic Help Center · Help Net Security · Decrypt · Biometric Update
อ่านเพิ่มในหมวด นโยบายและกฎหมาย
Anthropic ขยายลายน้ำข้อความไปยัง Claude รุ่นเก่าอีก 4 รุ่น แต่บน Opus 4.6 และ Sonnet 4.6 แค่ปรับ temperature ลายน้ำก็ไม่ทำงาน
อีเมลถึงลูกค้า API ตามรายงานของ The Decoder ระบุว่า Anthropic จะใส่ลายน้ำให้ Mythos 5, Opus 4.7, Opus 4.6 และ Sonnet 4.6 แต่สองรุ่นหลังทำงานเฉพาะเมื่อพารามิเตอร์สุ่มเป็นค่าเริ่มต้น ขณะที่หน้าเอกสารทางการยังไม่แสดงการรองรับและไม่พูดถึงเงื่อนไขนี้
OpenAI จะนำเซสชัน Daybreak Blue ไปเทรนโมเดลตั้งแต่ 29 พ.ย. แม้ปิดการแชร์ข้อมูลไว้ ก่อนส่งอีเมลขอโทษและสัญญาว่าจะมีตัวเลือกแยก
OpenAI แจ้งสมาชิก Trusted Access ว่าจะใช้ข้อมูลเซสชัน Daybreak Blue เทรนโมเดลตั้งแต่ 29 พ.ย. แม้เคยปิดการแชร์ไว้ หลังถูกต้าน อีเมลฉบับที่สองขอโทษและสัญญาว่าจะมีตัวเลือกไม่เข้าร่วมแยกต่างหาก แต่เซสชันที่ถูกตั้งธงยังอาจถูกใช้เพื่อความปลอดภัย
OpenAI รื้อ Model Spec เป็น 5 คุณค่าหลัก — เลิกเรียกว่า the assistant ตัดกฎสไตล์ส่วนใหญ่ และสั่งให้ถือผลข้างเคียงเป็นของจริงแม้อยู่ใน eval
Model Spec ฉบับ 29 ต.ค. จัดโครงใหม่เป็น 5 คุณค่า เพิ่มหมวดการใช้บริบทและความจำ และหลักการรองรับการกำกับโดยมนุษย์ ขณะที่กฎสไตล์ส่วนใหญ่ รวมถึงหัวข้อ Markdown ถูกนำออก OpenAI ยังยอมรับว่าโมเดลที่ใช้งานจริงยังไม่ตรงตามเอกสารทั้งหมด