Cisco Q3 FY2026 ทำลายสถิติ — รายได้ $15.8B โต 12%, AI orders ยก guidance เป็น $9B, ปลด 4,000 คน เริ่ม 14 พ.ค.
วันพุธที่ 13 พ.ค. 2026 หลังตลาดปิด Cisco Systems รายงานผลประกอบการ Q3 FY2026 (สิ้นสุดประมาณ 26 เม.ย. 2026) ที่ทำลายสถิติทั้งบนและล่างของบรรทัด พร้อมประกาศ restructuring plan ปลดพนักงาน น้อยกว่า 4,000 คน ซึ่งคิดเป็น ~5% ของ workforce ทั่วโลก โดย จดหมายแจ้งเลย์ออฟเริ่มส่งวันที่ 14 พ.ค. (วันนี้)
ตลาดตอบรับด้านบวก — หุ้น CSCO พุ่ง ~17–20% ใน after-hours trading เพราะนักลงทุนมองว่าการเลย์ออฟครั้งนี้ถูกชดเชยด้วยภาพ AI infrastructure demand ที่ขยายเร็วกว่าคาด
ตัวเลข Q3 ที่กลบข่าวเลย์ออฟ
- รายได้: $15.84 พันล้าน vs estimate $15.56B — สูงสุดเป็นประวัติการณ์ของบริษัท
- โต 12% YoY จาก $14.15B ใน Q3 FY2025
- EPS (adjusted): $1.06 vs estimate $1.04
- Net income: $3.37 พันล้าน (85¢/หุ้น) เทียบกับ $2.49B (62¢/หุ้น) ปีก่อน
ตัวเลขที่ Wall Street จับตามากที่สุดคือ AI infrastructure orders:
- YTD orders จาก hyperscaler: $5.3 พันล้าน
- ยก guidance ทั้งปี FY2026 จาก $5B เป็น $9B — เพิ่มเกือบเท่าตัว
- AI infrastructure revenue สำหรับ FY2026: $4 พันล้าน (ปรับเพิ่มจาก $3B)
- เฉพาะ Q3 quarter: $2.1B hyperscaler AI infrastructure orders
นี่หมายความว่า Cisco — บริษัท networking อายุ 41 ปี ที่หลายคนเคย dismiss ว่าตกขบวน AI — ได้กลายเป็น supplier หลักของชั้น networking ใน AI data center ที่กำลังบูม โดยเฉพาะหลังเปิดตัว Silicon One chip family และ AI POD reference design
4,000 layoffs: cost cut หรือ strategic pivot?
CEO Chuck Robbins เขียน blog post พร้อมรายงาน earnings โดยใช้ภาษาที่ตรงผิดปกติสำหรับ CEO ระดับ Fortune 100:
“I’m confident Cisco will be one of those winners. This means making hard decisions. With this, we are making changes today that will result in the reduction of our overall workforce in Q4 by fewer than 4,000 jobs, representing less than 5% of our total employee base.”
Cisco จะบันทึก pre-tax charges สูงสุด $1 พันล้าน จาก severance + restructuring โดย $450M รับใน Q4 FY2026 และส่วนที่เหลือใน FY2027
บริษัทบอกว่าจะสนับสนุนพนักงานที่ได้รับผลกระทบด้วย severance packages, extended training และ internal/external placement service — ซึ่ง Cisco อ้างว่าช่วยให้ ~75% ของผู้เข้าร่วม หางานใหม่ได้ จากรอบเลย์ออฟก่อน ๆ
สัญญาณที่ใหญ่กว่า: AI era หมายความว่าอย่างไรสำหรับ legacy tech?
นี่เป็นการเลย์ออฟครั้งใหญ่ครั้งที่ 3 ในรอบ 18 เดือน ของ Cisco — รวมกว่า 15,000 คน ตั้งแต่ ส.ค. 2024 (ปี FY2025 ปลดไป 5,500, ก่อนหน้านั้นปลด 4,000 ใน ก.พ. 2024) ในยุคที่บริษัทยัง growing revenue และ profitable
เรื่องนี้สะท้อนแนวโน้มที่ Meta, Microsoft, Google, Salesforce, IBM ทำเหมือนกัน: redirect headcount จาก legacy roles → AI / GPU / agent / data center engineering โดยไม่ต้อง expand รวม
มุมมอง AI Curator
ดีลนี้สำคัญสำหรับนักลงทุนไทยและ tech professional ใน SEA ด้วยเหตุผลสามข้อ
หนึ่ง — AI infrastructure ไม่ใช่แค่ GPU. ทุกครั้งที่คนพูดถึง AI capex มักโฟกัสที่ NVIDIA แต่ chain ของจริงคือ GPU → networking switch → optics → power → cooling Cisco เป็น proxy ที่ดีของชั้น networking ภายในและระหว่าง data center (Ethernet + AI-optimized switching) — และ orders จาก hyperscaler โดดจาก $5B → $9B หมายความว่า hyperscaler ยังเทเงินไม่หยุด แม้จะมีเสียงพูดถึง ‘AI bubble’ มากขึ้น
สอง — เลย์ออฟแม้กำลังทำกำไร = playbook ใหม่ของยุค AI. Cisco กำลัง make record revenue แต่ปลดคนพร้อมกัน — เพราะรู้ว่า mix ของทักษะที่ต้องการเปลี่ยน ไม่ใช่ขนาดของ headcount ที่ต้องลด แต่คือ คนละ skill set สำหรับคนทำงาน enterprise IT ในไทย/SEA นี่เป็น signal: บทบาท network engineer แบบเดิม (CLI, BGP, routing config) มีแนวโน้มลด แต่ AI-native networking (AIOps, predictive routing, agentic monitoring, fabric automation for GPU clusters) คือทักษะที่ Cisco/Arista/Juniper จะแย่งกันจ้าง
สาม — ราคาที่ตลาด pay สำหรับ honesty. หุ้นพุ่ง ~20% หลังประกาศเลย์ออฟ — เพราะ Robbins ให้ guidance ที่ตรงและตัวเลข AI ที่ขยายชัดเจน นี่ contrast กับบริษัท legacy tech หลายแห่งใน SEA ที่ยัง treat AI strategy เป็น ‘PR slide’ มากกว่า P&L line item ตลาดเริ่ม discount หนัก บริษัทที่ commitment แบบครึ่ง ๆ กลาง ๆ
หนึ่งคำถามที่เปิดอยู่: 9 พันล้านดอลล่าร์ของ AI orders มาจาก customer กี่ราย? ถ้าเป็น 3-4 hyperscaler หลัก (Microsoft, Meta, Google, Amazon, Oracle, xAI) นี่คือ concentration risk ที่ Wall Street ปกติจะ penalize — ครั้งนี้ทำไมไม่? คำตอบคือ: เพราะ AI capex cycle ยังอยู่ในระยะขาขึ้น การถาม downside ยังเร็วเกินไป
แหล่งข่าว
อ่านเพิ่มในหมวด ธุรกิจและกฎหมาย
Anthropic ขยายลายน้ำข้อความไปยัง Claude รุ่นเก่าอีก 4 รุ่น แต่บน Opus 4.6 และ Sonnet 4.6 แค่ปรับ temperature ลายน้ำก็ไม่ทำงาน
อีเมลถึงลูกค้า API ตามรายงานของ The Decoder ระบุว่า Anthropic จะใส่ลายน้ำให้ Mythos 5, Opus 4.7, Opus 4.6 และ Sonnet 4.6 แต่สองรุ่นหลังทำงานเฉพาะเมื่อพารามิเตอร์สุ่มเป็นค่าเริ่มต้น ขณะที่หน้าเอกสารทางการยังไม่แสดงการรองรับและไม่พูดถึงเงื่อนไขนี้
OpenAI จะนำเซสชัน Daybreak Blue ไปเทรนโมเดลตั้งแต่ 29 พ.ย. แม้ปิดการแชร์ข้อมูลไว้ ก่อนส่งอีเมลขอโทษและสัญญาว่าจะมีตัวเลือกแยก
OpenAI แจ้งสมาชิก Trusted Access ว่าจะใช้ข้อมูลเซสชัน Daybreak Blue เทรนโมเดลตั้งแต่ 29 พ.ย. แม้เคยปิดการแชร์ไว้ หลังถูกต้าน อีเมลฉบับที่สองขอโทษและสัญญาว่าจะมีตัวเลือกไม่เข้าร่วมแยกต่างหาก แต่เซสชันที่ถูกตั้งธงยังอาจถูกใช้เพื่อความปลอดภัย
OpenAI รื้อ Model Spec เป็น 5 คุณค่าหลัก — เลิกเรียกว่า the assistant ตัดกฎสไตล์ส่วนใหญ่ และสั่งให้ถือผลข้างเคียงเป็นของจริงแม้อยู่ใน eval
Model Spec ฉบับ 29 ต.ค. จัดโครงใหม่เป็น 5 คุณค่า เพิ่มหมวดการใช้บริบทและความจำ และหลักการรองรับการกำกับโดยมนุษย์ ขณะที่กฎสไตล์ส่วนใหญ่ รวมถึงหัวข้อ Markdown ถูกนำออก OpenAI ยังยอมรับว่าโมเดลที่ใช้งานจริงยังไม่ตรงตามเอกสารทั้งหมด