White House ยกเลิกพิธีเซ็น AI EO ในวินาทีสุดท้าย — Trump บอก 'มีบางส่วนผมไม่ชอบ' หลังเชิญซีอีโอเทคยักษ์ใหญ่ครบแล้ว
ทำเนียบขาว ยกเลิกพิธีเซ็น Executive Order ด้าน AI cybersecurity ในวินาทีสุดท้ายเมื่อวันพฤหัสที่ 21 พฤษภาคม 2026 ตามรายงานของ Axios, CNN, Washington Post, Bloomberg และ CNBC — พิธีถูกเซ็ตไว้ในช่วงบ่ายของวันนั้น แต่ Trump บอกกับนักข่าวว่า “เลื่อนเพราะผมไม่ชอบบางส่วน”
ที่น่าตกใจคือ — invitation ส่งให้ซีอีโอเทคยักษ์ใหญ่และผู้นำด้าน cybersecurity ครบแล้ว ตามที่เราเขียนเมื่อวานในบทความ “Trump เซ็น Executive Order ด้าน AI วันนี้” — รายชื่อรวมถึง Sundar Pichai (Alphabet), Sam Altman (OpenAI), Dario Amodei (Anthropic), Satya Nadella (Microsoft), Mark Zuckerberg (Meta), Tim Cook (Apple), Andy Jassy (Amazon) และ Elon Musk (xAI/SpaceX) บางคนเดินทางมา DC แล้วก่อนข่าวเลื่อนออกมา
”ไม่อยากกีดขวาง AI lead”
Trump พูดกับนักข่าวเมื่อถูกถามถึงเหตุผล:
“สหรัฐนำจีนและทั่วโลกใน AI อยู่ ผมไม่อยากทำอะไรที่จะกีดขวาง lead นี้”
นี่คือสัญญาณว่า internal disagreements ภายในทำเนียบขาวยังไม่จบ — มีฝ่าย “pro-innovation” ที่ต้องการให้ framework เป็น voluntary จริง ๆ ไม่มีการบังคับ และฝ่าย “national security” ที่ต้องการให้ NSA มี classified access จริงจัง
EO ฉบับเดิม (ตามที่ Axios เล่าก่อนหน้านี้) มีองค์ประกอบหลัก 2 ส่วน:
- Voluntary framework ให้ frontier AI labs ส่งโมเดลให้รัฐบาลตรวจล่วงหน้า 90 วัน ก่อนปล่อยสาธารณะ — ไม่มี legal penalty ถ้าไม่ปฏิบัติ
- Cybersecurity provisions เพื่อเสริมความมั่นคงด้าน critical infrastructure (DoD, NSA, healthcare, banking)
จุดที่ถกเถียงสูงสุดคือ — “voluntary หมายความว่าอะไรกันแน่?” — ฝ่ายที่ต้องการ binding regulation มองว่า voluntary คือ “loophole สำหรับ OpenAI, Anthropic, Google ที่จะหลีกเลี่ยง pre-launch review เมื่อรู้สึกว่ามี time pressure” ส่วนฝ่ายที่ต้องการ voluntary แท้จริง มองว่า binding rules จะทำให้สหรัฐช้าลงเมื่อเทียบกับจีน
เลื่อนเป็นครั้งที่…
Axios เน้นว่านี่คือ “another setback for an effort that has been stalled by internal disagreements” — การเลื่อนของ EO นี้เกิดขึ้นหลายครั้งติด ๆ กัน ในช่วง 2-3 เดือนที่ผ่านมา ทำให้คนในวงการเริ่มสงสัยว่า EO นี้จะ “ตาย” ไปก่อนจะเซ็นได้จริง
ปัจจัยที่ initial ทำให้เกิด EO นี้คือ Claude Mythos ของ Anthropic — โมเดล cybersecurity-specific ที่เปิด preview ในเดือนเมษายน 2026 พบ zero-day vulnerabilities ในระบบ legacy financial infrastructure ของสหรัฐ ทำให้รัฐบาลตื่นตัวว่า frontier AI กำลังเปลี่ยน balance ของ offensive vs defensive cyber
แต่หลังจากนั้น — เมื่อ Anthropic ลงทุน $200M กับ Gates Foundation, OpenAI ขยาย partnership กับ DoE, Google ขยายผ่าน Trusted Information Community — ทุกค่ายมี “informal channel” กับรัฐบาลอยู่แล้ว ทำให้บางคนสงสัยว่า EO นี้จำเป็นจริงหรือ?
ปฏิกิริยาในวงการ
- EFF (Electronic Frontier Foundation) ออกแถลงการณ์ว่า “voluntary framework ที่ไม่มี enforcement ก็เท่ากับไม่มีนโยบาย”
- R Street Institute (think tank ฝั่งอนุรักษนิยม) ชื่นชมการเลื่อน — “EO ที่จะ slow down American AI ในเวลาที่จีนเร่งคือ self-inflicted wound”
- Sam Altman และ Dario Amodei เลือกไม่ comment ต่อสาธารณะ — แต่ source ใน OpenAI บอก Reuters ว่า “ดีใจที่มีเวลาทบทวนเงื่อนไขให้ละเอียดกว่านี้”
- Bipartisan senators บางคน (รวม Mark Warner และ Josh Hawley) ออกมาเรียกร้องให้ Congress เข้ามาแทนที่ EO ด้วย legislation ที่ binding กว่า
มุมมอง AI Curator
การเลื่อนซ้ำของ EO นี้สะท้อนให้เห็น structural problem ของ AI governance ในยุค Trump 2.0 — เพราะฝ่ายบริหารชุดนี้มี ideological commitment ต่อ deregulation เป็นพื้นฐาน แต่ก็ต้องเผชิญกับ reality ที่ frontier AI กำลังสร้าง risk ที่ไม่เคยมีมาก่อน — สมดุลนี้แตกง่ายมาก
ผลต่อ บรรทัดฐานโลก คือ — EU AI Act, UK AI Safety Institute, สิงคโปร์ AI Verify, Japan AI guidelines — ทั้งหมดถูกออกแบบโดยอ้างอิงว่า “สหรัฐน่าจะมี federal framework บางอย่างในเร็ว ๆ นี้” — แต่ถ้า federal framework ไม่เกิด, แต่ละประเทศจะต้องตัดสินใจเองว่าจะวาง position อย่างไร โดยไม่มี US baseline ให้อ้างอิง
สำหรับ ไทย บทเรียนคือ — อย่าหวังว่าจะมี global standard ที่ทุกประเทศตามอย่างเดียวกัน ETDA, DEPA, NSC ควรเร่งทำ Thailand AI Governance Framework ของตัวเอง โดยอ้างอิง EU + Singapore + Japan แทนการรอ US — เพราะ Trump administration อาจไม่เซ็น EO ฉบับใดเลยใน 4 ปีนี้
อีกประเด็นคือ — frontier labs จะ self-regulate มากขึ้น เพื่อ avoid binding regulation ในอนาคต ดังนั้น Anthropic Responsible Scaling Policy, OpenAI Preparedness Framework, Google Frontier Safety Framework จะกลายเป็น “de facto global standard” — แม้ไม่มี government enforcement สำหรับนักพัฒนาไทยที่สร้าง agent หรือ AI product ที่ใช้ frontier API, การเข้าใจ self-regulation framework เหล่านี้จะสำคัญกว่ารอ government regulation ทั้งของไทยและสหรัฐ
แหล่งข่าว
อ่านเพิ่มในหมวด ธุรกิจและกฎหมาย
Anthropic ขยายลายน้ำข้อความไปยัง Claude รุ่นเก่าอีก 4 รุ่น แต่บน Opus 4.6 และ Sonnet 4.6 แค่ปรับ temperature ลายน้ำก็ไม่ทำงาน
อีเมลถึงลูกค้า API ตามรายงานของ The Decoder ระบุว่า Anthropic จะใส่ลายน้ำให้ Mythos 5, Opus 4.7, Opus 4.6 และ Sonnet 4.6 แต่สองรุ่นหลังทำงานเฉพาะเมื่อพารามิเตอร์สุ่มเป็นค่าเริ่มต้น ขณะที่หน้าเอกสารทางการยังไม่แสดงการรองรับและไม่พูดถึงเงื่อนไขนี้
OpenAI จะนำเซสชัน Daybreak Blue ไปเทรนโมเดลตั้งแต่ 29 พ.ย. แม้ปิดการแชร์ข้อมูลไว้ ก่อนส่งอีเมลขอโทษและสัญญาว่าจะมีตัวเลือกแยก
OpenAI แจ้งสมาชิก Trusted Access ว่าจะใช้ข้อมูลเซสชัน Daybreak Blue เทรนโมเดลตั้งแต่ 29 พ.ย. แม้เคยปิดการแชร์ไว้ หลังถูกต้าน อีเมลฉบับที่สองขอโทษและสัญญาว่าจะมีตัวเลือกไม่เข้าร่วมแยกต่างหาก แต่เซสชันที่ถูกตั้งธงยังอาจถูกใช้เพื่อความปลอดภัย
OpenAI รื้อ Model Spec เป็น 5 คุณค่าหลัก — เลิกเรียกว่า the assistant ตัดกฎสไตล์ส่วนใหญ่ และสั่งให้ถือผลข้างเคียงเป็นของจริงแม้อยู่ใน eval
Model Spec ฉบับ 29 ต.ค. จัดโครงใหม่เป็น 5 คุณค่า เพิ่มหมวดการใช้บริบทและความจำ และหลักการรองรับการกำกับโดยมนุษย์ ขณะที่กฎสไตล์ส่วนใหญ่ รวมถึงหัวข้อ Markdown ถูกนำออก OpenAI ยังยอมรับว่าโมเดลที่ใช้งานจริงยังไม่ตรงตามเอกสารทั้งหมด