Trump เลื่อนเซ็น AI Executive Order ในนาทีสุดท้าย — Musk + Zuckerberg + David Sacks กดดันว่า 'เกะกะ doomer ทั้งนั้น' ทำลาย voluntary pre-release review ของ Anthropic-OpenAI ที่ใช้ตกลงกันมาเดือนกว่า
วันที่ 21 พ.ค. 2026 Donald Trump เลื่อนเซ็น executive order ด้าน AI ที่นักวิเคราะห์ Washington คอยมานาน — บอกผู้สื่อข่าวที่ Oval Office หลังจากที่ White House ส่งเทียบเชิญ CEO เทคบริษัทใหญ่ ๆ ไปยืนเป็น photo op ข้างประธานาธิบดีตอนเซ็น พิธีถูกยกเลิกเพียง ไม่กี่ชั่วโมงก่อน — เพราะ Trump บอกว่า “I didn’t like what I was seeing”
EO ฉบับที่ถูกพับ จะเป็นนโยบาย AI ครั้งใหญ่สุด ของรัฐบาล Trump 2.0 — ตั้ง voluntary framework ให้ frontier AI lab (OpenAI, Anthropic, Google, xAI) ส่ง pre-release model ให้ federal agency review ก่อนปล่อย public โดยมี timeline สูงสุด 90 วัน และ Treasury Department เป็นเจ้าภาพประสานงาน “clearinghouse” ของ security vulnerability ร่วมกับ tech company
Trump บอกผู้สื่อข่าวสั้น ๆ ที่ Oval Office:
“I didn’t like certain aspects of it. I postponed it. I think it gets in the way of — you know, we’re leading China, we’re leading everybody, and I don’t want to do anything to get in the way of that lead.”
เบื้องหลัง — call จาก Musk, Zuckerberg + Sacks กดดันคืนก่อน
Axios รายงาน จากแหล่งข่าวคุ้นเคยว่า Mark Zuckerberg (Meta CEO), Elon Musk (xAI CEO) และ David Sacks (Trump AI czar) ต่างก็คุยกับ Trump ตั้งแต่คืนวันพุธจนถึงเช้าวันพฤหัส กดดันให้ Trump ไม่เซ็น
แหล่งข่าวคนเดิมที่ Axios อ้างอิงระบุ:
“เหตุผลหลักที่เลื่อน เพราะเขา (Trump) เกลียด regulation อยู่แล้ว — Sacks เองก็เกลียดด้วย ทั้งเรื่องนี้มัน unnecessary และเป็นแค่สิ่งที่ doomer ต้องการเท่านั้นเอง”
CBS News รายงานเพิ่มว่า EO ฉบับนี้ครอบคลุม:
- ภาษาที่ secure Pentagon system และ federal civilian system
- promote การใช้ AI tool ใน federal agency
- voluntary framework ให้ AI lab engage รัฐบาลก่อน release model “covered” ซึ่งรวมถึง pre-public access ให้บาง technology
แหล่งข่าวอุตสาหกรรมหลายคนที่ Axios พูดด้วย ตั้งคำถามว่าทำไม Treasury Department ถึงได้บทนำใน coordination ทั้งที่งานนี้น่าจะเป็นของ CISA (Cybersecurity and Infrastructure Security Agency) และ NIST (National Institute of Standards and Technology) ซึ่งเชี่ยวชาญด้านนี้มากกว่า “ไม่ชัดเจนว่าทำไม Treasury ถูกดึงเข้ามา — มี substantive expertise อะไรในด้านนี้?”
ดีลกับ Anthropic + OpenAI — ตกลงไว้แล้ว แต่ตอนนี้?
ก่อนหน้านี้ 3 สัปดาห์ Anthropic, OpenAI, Microsoft, Google และ xAI ได้ตกลงกับ Center for AI Standards and Innovation (CASI) ของ Commerce Department แล้ว ที่จะแชร์ frontier model ให้ federal pre-release safety testing — เป็น voluntary deal ที่ทำมาตั้งแต่ March 2026 และ The Information ก็รายงาน เมื่อต้นเดือนพฤษภาคมว่า Google + Microsoft ก็เข้าร่วมแล้ว
EO ที่ถูกพับ จะเป็นการ codify ข้อตกลงนี้ในรูปแบบ executive policy — ให้น้ำหนัก legal มากขึ้น และเปิดประตู Treasury Department + อาจรวมถึง CISA, NIST, Department of Defense เข้ามาในกระบวนการ
ตอนนี้คำถามคือ — ดีล voluntary ที่ทำกันไว้แล้วกับ CASI จะเดินอย่างไรต่อ?
แหล่งข่าวบอก Axios ว่า Office of the National Cyber Director ที่ White House กำลังเตรียม AI security initiative อื่น ๆ เพิ่ม นอกจาก EO ที่ถูก postpone — แสดงว่า policy direction ยังเดินอยู่ แต่อาจอยู่ในรูปแบบที่ “regulation น้อยลง voluntary มากขึ้น”
บริบทการเมือง — Trump เดินตลอดเส้นแคบระหว่าง 2 ฝ่าย
Trump พยายาม balance 2 ฝ่ายมาตลอด:
- accelerationist — Musk, Sacks, ส่วนใหญ่ของ tech CEO + VC (a16z, Founders Fund) ที่บอกว่า AI ต้อง “ปลดล็อก” ไม่ใช่ regulate
- populist/safetist — Steve Bannon, กลุ่ม “Humans First” ใน MAGA ที่กังวลผลต่อ job, election integrity, child safety + กลุ่ม nationalist ที่กลัวจีน steal frontier AI
ฝ่าย accelerationist ชนะรอบนี้ — แต่ Steve Bannon และพันธมิตรในวุฒิสภาเริ่มออกแถลงการณ์ตอบโต้แล้วในรอบ 48 ชั่วโมง ขณะที่ผู้ที่กดดันให้มี regulation เช่น Senator Hawley (R-MO) และ Warner (D-VA) บอก reporters ว่า “ผิดหวังที่ White House ดูเหมือนจะถอย” Axios สรุปสั้น ๆ: “any further delay means more time for infighting”
EU เดินเร็วกว่า — guidelines + August 2 deadline กำลังมา
ขณะ Washington ยังหยุดอยู่ที่ EO ที่ไม่ได้เซ็น Brussels เดินหน้าต่อเนื่อง:
- 7 พ.ค. 2026 — Council + Parliament EU เห็นชอบ AI Omnibus package ขยาย deadline บางส่วน แต่เพิ่มอำนาจ AI Office สำหรับ general-purpose AI model
- 8 พ.ค. 2026 — Commission เปิด consultation สำหรับ guidelines ด้าน transparency obligation (Article 50)
- 19 พ.ค. 2026 — Commission เผยแพร่ draft guidelines สำหรับการ classify “high-risk AI system” เปิด consultation จนถึง 23 มิ.ย.
- 2 ส.ค. 2026 — Commission จะเริ่มมีอำนาจ enforce ต่อ GPAI provider เต็มที่ รวมถึงสิทธิ์ขอ documentation, สั่งทำ evaluation, สั่งทำมาตรการ และสั่งปรับ
US ที่ EO ถูกพับ ทำให้ AI lab ของอเมริกามี regulatory asymmetry กับ EU มากขึ้น — ตลาด EU บังคับให้ทำ compliance แต่ตลาด US ไม่บังคับ ทำให้ cost ของการเข้า EU market สูงกว่า
มุมมอง AI Curator
EO ที่ถูกพับนี้สำคัญในระดับ structural — ไม่ใช่เพราะเนื้อหา EO เปลี่ยนโลก แต่เพราะมัน โชว์ว่า “voluntary US AI regulation” ก็ยังไปไม่ถึงไหน เมื่อ accelerationist ปีก Musk-Sacks เห็นว่าแม้แต่ “voluntary 90-day review” ก็เกินไป Anthropic, OpenAI ที่อยากให้รัฐบาล codify ข้อตกลง pre-release ก็แพ้รอบนี้
หลายคนใน Washington อ่านการเลื่อนนี้ว่าเป็น signal ว่า Sacks มีอิทธิพลเหนือ Trump มากกว่าที่คาด — Sacks เคยพูดต่อสาธารณะว่า “AI regulation = killing American competitiveness” และตอนนี้ก็มี policy power พอที่จะ kill EO ของประธานาธิบดีในนาทีสุดท้าย
ผลที่จะเกิดในระยะสั้น:
- EU AI Act จะกลายเป็น de facto global standard สำหรับ frontier AI — เพราะ AI lab ต้อง comply เพื่อขายในยุโรปอยู่แล้ว
- China จะใช้ “American chaos” เป็นเหตุผล สร้าง alternative global governance ผ่าน BRICS+ และ Shanghai Cooperation Organisation — มีรายงานว่า Beijing เตรียมเสนอ “AI Safety Framework with Chinese Characteristics” ที่ UN General Assembly กันยายนนี้
- State-level regulation จะระเบิดมากขึ้น — California, New York, Colorado, Illinois จะใช้โอกาสนี้ออก state law ที่เข้มกว่า ทำให้บริษัทต้อง comply กับ patchwork ของกฎ 15-20 state
สำหรับประเทศไทย ผลที่ต้องจับตา:
1. ASEAN AI Governance Framework ที่ไทยเป็น chair ปี 2026 อาจสำคัญขึ้น — เพราะถ้า US ปล่อย vacuum และ EU มีกฎหมายเฉพาะของตัว ASEAN ที่ position ตรงกลางอาจกลายเป็น “third path” สำหรับ Global South กรมเศรษฐกิจระหว่างประเทศ + สดช. ของไทย ควร accelerate draft AI Act ของตัวเอง (ที่ปัจจุบันยังเป็น draft consultation ปี 2025) ให้เสร็จก่อนสิ้นปี 2026 เพื่อชิงพื้นที่ leadership
2. บริษัท SaaS ไทยที่ขายให้ EU ตลาดจะต้องเตรียม comply กับ EU AI Act — ไม่ว่าจะเป็น CRM, HR tech, customer service ที่ใช้ AI ทุกคนต้องเข้าระบบ classification “high-risk” หรือ “limited risk” ของ EU ภายในกลางปี 2027 ทำได้ก่อนคู่แข่ง = ขายได้ทั่ว EU
3. โอกาส legal-tech ในไทย — บริษัทที่สร้าง compliance tool สำหรับ EU AI Act + state law US + ASEAN framework จะมีตลาดใหญ่ — Anthropic + Sailpoint ที่ทำ compliance API ไปแล้ว เป็น proof point ว่า model นี้ work
ที่สุดท้าย: การที่ Trump เลือก “accelerationist over safety” บอกอะไรเรา? บอกว่า ในมุมนโยบาย US ไม่มี “soft landing” ของ AI rapid scaling อีกแล้ว ใครจะ catch ผลกระทบของ frontier model ที่ปล่อยออกมา ก็ต้องเป็น market, lawsuit, journalist และ civil society เอง — ไม่ใช่รัฐบาล federal สำหรับธุรกิจไทยที่ใช้ frontier AI ผ่าน API — risk management ตกอยู่ในมือตัวเอง 100% ไม่มีใครช่วย
แหล่งข่าว
อ่านเพิ่มในหมวด ธุรกิจและกฎหมาย
Anthropic ขยายลายน้ำข้อความไปยัง Claude รุ่นเก่าอีก 4 รุ่น แต่บน Opus 4.6 และ Sonnet 4.6 แค่ปรับ temperature ลายน้ำก็ไม่ทำงาน
อีเมลถึงลูกค้า API ตามรายงานของ The Decoder ระบุว่า Anthropic จะใส่ลายน้ำให้ Mythos 5, Opus 4.7, Opus 4.6 และ Sonnet 4.6 แต่สองรุ่นหลังทำงานเฉพาะเมื่อพารามิเตอร์สุ่มเป็นค่าเริ่มต้น ขณะที่หน้าเอกสารทางการยังไม่แสดงการรองรับและไม่พูดถึงเงื่อนไขนี้
OpenAI จะนำเซสชัน Daybreak Blue ไปเทรนโมเดลตั้งแต่ 29 พ.ย. แม้ปิดการแชร์ข้อมูลไว้ ก่อนส่งอีเมลขอโทษและสัญญาว่าจะมีตัวเลือกแยก
OpenAI แจ้งสมาชิก Trusted Access ว่าจะใช้ข้อมูลเซสชัน Daybreak Blue เทรนโมเดลตั้งแต่ 29 พ.ย. แม้เคยปิดการแชร์ไว้ หลังถูกต้าน อีเมลฉบับที่สองขอโทษและสัญญาว่าจะมีตัวเลือกไม่เข้าร่วมแยกต่างหาก แต่เซสชันที่ถูกตั้งธงยังอาจถูกใช้เพื่อความปลอดภัย
OpenAI รื้อ Model Spec เป็น 5 คุณค่าหลัก — เลิกเรียกว่า the assistant ตัดกฎสไตล์ส่วนใหญ่ และสั่งให้ถือผลข้างเคียงเป็นของจริงแม้อยู่ใน eval
Model Spec ฉบับ 29 ต.ค. จัดโครงใหม่เป็น 5 คุณค่า เพิ่มหมวดการใช้บริบทและความจำ และหลักการรองรับการกำกับโดยมนุษย์ ขณะที่กฎสไตล์ส่วนใหญ่ รวมถึงหัวข้อ Markdown ถูกนำออก OpenAI ยังยอมรับว่าโมเดลที่ใช้งานจริงยังไม่ตรงตามเอกสารทั้งหมด