ทรัมป์ลงนามคำสั่งฝ่ายบริหารด้าน AI ฉบับใหม่ — ขอผู้พัฒนา frontier model ส่งโมเดลให้รัฐทดสอบ 30 วันก่อนปล่อย แบบ "สมัครใจ" ไม่บังคับใบอนุญาต
ทำเนียบขาวออกคำสั่งฝ่ายบริหาร (Executive Order) ฉบับใหม่ชื่อ “Promoting Advanced Artificial Intelligence Innovation and Security” ลงนามโดยประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เมื่อวันที่ 2 มิถุนายน 2026 วางกรอบนโยบายที่พยายามเดินบนเส้นบาง ๆ ระหว่าง “เร่งนวัตกรรม AI” กับ “ความมั่นคงไซเบอร์ของชาติ” โดยหัวใจของคำสั่งคือกลไก สมัครใจ (voluntary) ที่เปิดทางให้รัฐบาลกลางเข้าถึงโมเดล AI ที่ทรงพลังที่สุดเพื่อประเมินความเสี่ยงด้านความมั่นคงก่อนเผยแพร่สู่สาธารณะ
จุดที่ถูกพูดถึงมากที่สุดคือ Section 3 ว่าด้วย “Secure Frontier Model Deployment” ซึ่งกำหนดให้หน่วยงานความมั่นคง (NSA, CISA, กระทรวงการคลัง, กระทรวงกลาโหม ฯลฯ) ออกแบบกระบวนการ benchmark แบบลับเพื่อกำหนดเกณฑ์ว่าโมเดลใดเข้าข่ายเป็น “covered frontier model” และเชิญผู้พัฒนาให้เปิดให้รัฐเข้าถึงโมเดลดังกล่าว นานสูงสุด 30 วันก่อนปล่อย ให้พาร์ตเนอร์ที่เชื่อถือได้ภายใต้เงื่อนไขการรักษาความลับและทรัพย์สินทางปัญญา
”สมัครใจ” คือคำสำคัญ
แตกต่างจากแนวทางกำกับแบบเข้มของยุโรปอย่างชัดเจน — คำสั่งระบุไว้ตรง ๆ ใน Section 3(c) ว่า ห้ามตีความให้เกิดระบบใบอนุญาต (licensing), การขออนุมัติล่วงหน้า (pre-clearance) หรือใบอนุญาตแบบบังคับ สำหรับการพัฒนา เผยแพร่ หรือจำหน่ายโมเดล AI ใด ๆ รวมถึง frontier model
นี่คือจุดยืนเชิงปรัชญาที่ชัดเจนของรัฐบาลชุดนี้: รัฐจะ “ขอความร่วมมือ” ไม่ใช่ “สั่ง” สำนักข่าว NPR สรุปสาระสำคัญว่าคำสั่งนี้ “ขอให้บริษัท AI ส่งโมเดลที่ทรงพลังที่สุดให้รัฐทดสอบโดยสมัครใจ” ซึ่งสะท้อนแนวทาง light-touch ที่ยึดการแข่งขันและความเป็นผู้นำของสหรัฐเป็นที่ตั้ง โดยมองว่าการกำกับที่หนักเกินไปจะ “บั่นทอนนวัตกรรม”
ตั้ง AI Cybersecurity Clearinghouse
อีกเสาหลักของคำสั่งคือการให้กระทรวงการคลังร่วมกับ NSA และ CISA จัดตั้ง “AI cybersecurity clearinghouse” ภายใน 30 วัน เพื่อประสานงานการสแกนหาช่องโหว่ซอฟต์แวร์ ค้นหาและตรวจสอบช่องโหว่ และจัดลำดับความสำคัญของการแจกจ่ายแพตช์ โดยร่วมมือกับภาคอุตสาหกรรม AI และผู้ดำเนินการโครงสร้างพื้นฐานสำคัญ เช่น โรงพยาบาลในชนบท ธนาคารชุมชน และสาธารณูปโภคท้องถิ่น
คำสั่งยังสั่งให้อัยการสูงสุดเร่งบังคับใช้กฎหมายอาญากับผู้ที่ใช้ AI เจาะระบบหรือสร้างความเสียหายต่อระบบคอมพิวเตอร์โดยไม่ได้รับอนุญาต รวมถึงการใช้ “AI agent” เข้าถึงข้อมูลโดยมิชอบ
มุมมอง AI Curator
คำสั่งฉบับนี้คือภาพสะท้อนที่ชัดที่สุดของ “ปรัชญากำกับ AI แบบอเมริกัน” ในรอบนี้ — เดิมพันว่าความเป็นผู้นำด้านเทคโนโลยีสำคัญกว่าการควบคุมล่วงหน้า และเชื่อว่าความร่วมมือโดยสมัครใจกับภาคเอกชนจะได้ผลกว่าการออกกฎบังคับ คำถามที่ยังไม่มีคำตอบคือ “สมัครใจ” จะมีน้ำหนักจริงแค่ไหนเมื่อไม่มีบทลงโทษ และบริษัทที่แข่งกันเร่งปล่อยโมเดล (Anthropic, OpenAI, Google) จะยอม “หยุด 30 วัน” ให้รัฐตรวจจริงหรือไม่ในภาวะที่ทุกสัปดาห์คือความได้เปรียบทางการตลาด
สำหรับไทยและอาเซียน บทเรียนที่ควรจับตาคือ ความแตกแยกของมาตรฐานกำกับโลก กำลังชัดขึ้นเรื่อย ๆ — สหรัฐเลือกทาง light-touch สมัครใจ, อียูเลือกทาง AI Act แบบบังคับตามระดับความเสี่ยง ประเทศที่อยู่ตรงกลางอย่างไทยจะต้องตัดสินใจว่าจะออกแบบกรอบของตัวเองให้สอดคล้องกับขั้วไหน หรือหาจุดสมดุลเอง การที่สหรัฐผูกเรื่อง “frontier model” เข้ากับ “ความมั่นคงไซเบอร์ของชาติ” โดยตรง ยังเป็นสัญญาณว่าโมเดล AI ระดับสูงกำลังถูกมองเป็น “สินทรัพย์เชิงยุทธศาสตร์” ไม่ต่างจากเทคโนโลยีกลาโหม — ซึ่งอาจส่งผลต่อการส่งออก การเข้าถึง และความร่วมมือข้ามพรมแดนที่บริษัทไทยต้องวางแผนรับมือล่วงหน้า
แหล่งข่าว
อ่านเพิ่มในหมวด นโยบายและกฎหมาย
Anthropic ขยายลายน้ำข้อความไปยัง Claude รุ่นเก่าอีก 4 รุ่น แต่บน Opus 4.6 และ Sonnet 4.6 แค่ปรับ temperature ลายน้ำก็ไม่ทำงาน
อีเมลถึงลูกค้า API ตามรายงานของ The Decoder ระบุว่า Anthropic จะใส่ลายน้ำให้ Mythos 5, Opus 4.7, Opus 4.6 และ Sonnet 4.6 แต่สองรุ่นหลังทำงานเฉพาะเมื่อพารามิเตอร์สุ่มเป็นค่าเริ่มต้น ขณะที่หน้าเอกสารทางการยังไม่แสดงการรองรับและไม่พูดถึงเงื่อนไขนี้
OpenAI จะนำเซสชัน Daybreak Blue ไปเทรนโมเดลตั้งแต่ 29 พ.ย. แม้ปิดการแชร์ข้อมูลไว้ ก่อนส่งอีเมลขอโทษและสัญญาว่าจะมีตัวเลือกแยก
OpenAI แจ้งสมาชิก Trusted Access ว่าจะใช้ข้อมูลเซสชัน Daybreak Blue เทรนโมเดลตั้งแต่ 29 พ.ย. แม้เคยปิดการแชร์ไว้ หลังถูกต้าน อีเมลฉบับที่สองขอโทษและสัญญาว่าจะมีตัวเลือกไม่เข้าร่วมแยกต่างหาก แต่เซสชันที่ถูกตั้งธงยังอาจถูกใช้เพื่อความปลอดภัย
OpenAI รื้อ Model Spec เป็น 5 คุณค่าหลัก — เลิกเรียกว่า the assistant ตัดกฎสไตล์ส่วนใหญ่ และสั่งให้ถือผลข้างเคียงเป็นของจริงแม้อยู่ใน eval
Model Spec ฉบับ 29 ต.ค. จัดโครงใหม่เป็น 5 คุณค่า เพิ่มหมวดการใช้บริบทและความจำ และหลักการรองรับการกำกับโดยมนุษย์ ขณะที่กฎสไตล์ส่วนใหญ่ รวมถึงหัวข้อ Markdown ถูกนำออก OpenAI ยังยอมรับว่าโมเดลที่ใช้งานจริงยังไม่ตรงตามเอกสารทั้งหมด