DeepSeek ระดมทุนรอบแรก 7.4 พันล้านดอลลาร์ ดัน valuation แตะ 5.9 หมื่นล้าน — Tencent กับ CATL นำทีมลงขัน
DeepSeek แชมป์ AI ของจีนกำลังเตรียมปิดดีลระดมทุน รอบแรกในประวัติศาสตร์บริษัท มูลค่าราว 7.4 พันล้านดอลลาร์ (ประมาณ 5 หมื่นล้านหยวน) ดีลนี้อาจดันมูลค่าบริษัทขึ้นไปแตะ 5.9 หมื่นล้านดอลลาร์ และจะกลายเป็นหนึ่งในการระดมทุนเอกชนด้านเทคโนโลยีที่ใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยมีในจีน ตามรายงานของ Reuters ที่อ้างแหล่งข่าวซึ่งขอไม่เปิดเผยตัวตน
นี่คือการพลิกบทบาทครั้งใหญ่ของบริษัทที่อยู่เบื้องหลังโมเดล V3 และ R1 ซึ่งเคยโด่งดังระดับโลก โดยแทบไม่พึ่งเงิน venture capital จากภายนอกเลย การยอมเปิดรับทุนก้อนมหาศาลครั้งนี้สะท้อนว่าเกมได้เปลี่ยนไป — การไล่ตามยุค AI agent ต้องใช้โครงสร้างพื้นฐานด้านคอมพิวต์มากกว่าเดิมหลายเท่า
ใครลงเงินบ้าง และโครงสร้างดีล
จุดที่น่าสนใจที่สุดคือผู้ก่อตั้ง Liang Wenfeng เตรียมควักเงินตัวเองราว 2 หมื่นล้านหยวน หรือประมาณ 40% ของทั้งรอบ ซึ่งเป็นสัญญาณความเชื่อมั่นที่ชัดเจนว่าเขาไม่ได้ต้องการขายความเป็นเจ้าของออกไปง่าย ๆ
ฝั่งนักลงทุนภายนอกที่เป็นตัวหลัก:
- Tencent — พิจารณาลงราว 1 หมื่นล้านหยวน
- CATL ยักษ์ใหญ่แบตเตอรี่ EV ระดับโลก — พิจารณาลงราว 5 พันล้านหยวน
- รวมถึงรายชื่อที่อยู่ระหว่างเจรจา เช่น กองทุน AI แห่งชาติของจีน, NetEase, JD.com, IDG Capital และ Monolith Management
การที่ CATL เข้ามาน่าจับตาเป็นพิเศษ — บริษัทแบตเตอรี่กำลังขยับเข้าสู่ธุรกิจโครงสร้างพื้นฐาน AI ทั้งระบบกักเก็บพลังงานและโซลูชันจ่ายไฟให้ดาต้าเซ็นเตอร์ เพราะเมื่อ workload ของ AI กินไฟมากขึ้นเรื่อย ๆ การเข้าถึงพลังงานที่เสถียรกลายเป็นความได้เปรียบเชิงกลยุทธ์ ส่วน Tencent ที่ลงทุนหนักในโมเดล Hunyuan ของตัวเองแต่ยังตามหลัง Doubao ของ ByteDance และ DeepSeek อยู่ ก็หวังใช้ดีลนี้กระชับตำแหน่งในสมรภูมิ AI จีน
สนามที่ต่างจาก OpenAI และ Anthropic
แม้ตัวเลข 7.4 พันล้านดอลลาร์จะใหญ่สำหรับมาตรฐานจีน แต่ยัง เล็กกว่ามาก เมื่อเทียบกับคู่แข่งฝั่งสหรัฐ — OpenAI ระดมไป 1.22 แสนล้านดอลลาร์เมื่อต้นปี ส่วน Anthropic ปิดรอบ 6.5 หมื่นล้านดอลลาร์เมื่อเดือนก่อน
ความต่างนี้ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ DeepSeek เผชิญข้อจำกัดที่คู่แข่งสหรัฐไม่มี Alfredo Montufar-Helu จาก Ankura China Advisors ชี้ว่า “มาตรการห้ามส่งออกของตะวันตกทำให้ DeepSeek เข้าถึงชิประดับ frontier ของอเมริกาไม่ได้ เมื่อซื้อฮาร์ดแวร์นั้นไม่ได้ พวกเขาก็ไม่มีเหตุผลที่จะไปสู้งบคอมพิวต์ระดับหลายพันล้านกับคู่แข่งสหรัฐ” ข้อจำกัดนี้บีบให้บริษัท AI จีนต้องหันไปสร้างกลยุทธ์รอบ supply chain ภายในประเทศ นักลงทุนท้องถิ่น และโครงสร้างพื้นฐานที่พัฒนาเอง
ที่สำคัญ Liang ยืนยันกับนักลงทุนว่าจะ เดินหน้าพัฒนาโมเดล open-source ต่อ ควบคู่กับเป้าหมายระยะยาวที่จะไปให้ถึง AGI — ต่างจาก OpenAI และ Anthropic ที่กำลังมุ่งหน้าสู่การเข้าตลาดหลักทรัพย์ ส่วน DeepSeek ยังไม่พูดถึงแผน IPO เลย
มุมมอง AI Curator
ดีลนี้คือบทพิสูจน์ว่า “open-source AI ที่แข่งระดับ frontier” ไม่ใช่ของถูกอีกต่อไป — เรื่องเล่าที่ว่า DeepSeek สร้างโมเดลเก่ง ๆ ด้วยงบน้อยนิดกำลังถูกแทนที่ด้วยความจริงที่ว่า การจะอยู่ในเกมรอบต่อไปต้องใช้เงินหมื่นล้านเหมือนกันหมด สิ่งที่เปลี่ยนคือ “แหล่งทุน” — เมื่อซื้อ GPU ของ Nvidia ไม่ได้ จีนก็สร้างระบบนิเวศทุน-ชิป-ไฟฟ้าของตัวเองขึ้นมาแทน และการที่ CATL (แบตเตอรี่) กับกองทุนแห่งชาติเข้ามาร่วม บอกชัดว่านี่คือโครงการกึ่งยุทธศาสตร์ชาติ ไม่ใช่แค่ดีล VC ธรรมดา
สำหรับนักพัฒนาไทยและ SEA นี่เป็นข่าวดีระยะสั้น เพราะ DeepSeek ที่มีเงินหนุนหลังหมื่นล้านและยังคอมมิต open-weight หมายความว่าเราจะได้โมเดลเปิดคุณภาพสูงที่รันเองได้ ในราคาที่ถูกกว่าโมเดลปิดของสหรัฐมาก ซึ่งเหมาะกับงบองค์กรในภูมิภาคที่อ่อนไหวต่อต้นทุน token แต่ในระยะยาวต้องระวังเรื่อง “อธิปไตยทางเทคโนโลยี” — การพึ่งพาโมเดลเปิดจากจีนมากเกินไป (เช่นเดียวกับการพึ่งโมเดลปิดจากสหรัฐ) ล้วนเป็นการฝากอนาคต AI ของชาติไว้กับ supply chain ที่เราควบคุมไม่ได้ทั้งคู่ คำถามที่ไทยควรถามคือ เราจะ “ใช้ของเขาอย่างฉลาด” พร้อมกับสร้างความสามารถของตัวเองไปด้วยได้อย่างไร
แหล่งข่าว:
อ่านเพิ่มในหมวด ธุรกิจและการลงทุน
Anthropic เปิด S-1 ต่อสาธารณะ จะเข้า Nasdaq ด้วยชื่อย่อ ANT — รายได้ครึ่งแรกปี 2026 อยู่ที่ $16.3B (โต 1,300%) ขาดทุนจากการดำเนินงานแค่ $693M แต่ขาดทุนสุทธิ $80.7B จากการตีมูลค่าหุ้นกู้แปลงสภาพ และค่า compute กินไปเกินครึ่งของรายได้
Anthropic ยื่นแบบ S-1 ต่อสาธารณะบน EDGAR เมื่อ 26 ต.ค. 2026 ขอจดทะเบียนหุ้น Class A ใน Nasdaq ด้วยชื่อย่อ ANT เอกสารเผยรายได้ $4.6B ในปี 2025 และ $16.3B ในครึ่งแรกปี 2026 ขาดทุนจากการดำเนินงานลดเหลือ $693M ลูกค้าที่จ่ายเกิน $100K ต่อปีมีกว่า 11,900 ราย ไม่มีลูกค้ารายไหนเกิน 10% ของรายได้ ส่วนตัวเลขภาระผูกพันด้าน compute และช่วงราคา IPO ยังเว้นว่างไว้
รายงานเผย OpenAI ใช้ส่วนลดดึงลูกค้ารายใหญ่ของ Anthropic — Rippling ย้ายงานโค้ดไป OpenAI จาก 16% เป็น 52%, Replit ได้ส่วนลดกว่า 30% ในสัญญา $100M/ปี และราคาต่อโทเคนของสองค่ายลดลงสูงสุด 80% ในสี่เดือน
The Information รายงาน (สรุปโดย The Decoder เมื่อ 25 ต.ค. 2026) ว่า OpenAI ให้ส่วนลดก้อนใหญ่เพื่อดึงลูกค้าองค์กรของ Anthropic Rippling ย้ายงานโค้ดของตัวเองไปฝั่ง OpenAI จาก 16% เป็น 52%, Replit ย้ายหลังได้ส่วนลดกว่า 30% ในสัญญาที่มีมูลค่าเกิน $100M ต่อปี และ DataCamp บอกว่าค่าใช้จ่ายลดลง 80–90% วันเดียวกัน Max Woolf ไล่ไทม์ไลน์ให้ดูว่าราคา API ของทั้งสองค่ายลดลงสูงสุด 80% ตั้งแต่มิถุนายน และชี้ว่าคู่แข่งที่กดราคาจริง ๆ คือโมเดลเปิดบน OpenRouter
Anthropic เปิดข้อมูลภายใน: สัดส่วนจ้าง junior สายเทคนิคลดจาก 27% เหลือ 9%, ชั่วโมงทำงานของ agent มากกว่าคน 6 เท่า — สองวันต่อมาประกาศกันหุ้น 5% เข้า Public Benefit Fund
รายงาน 'How employment is changing at Anthropic' (16 ต.ค. 2026) ใช้ข้อมูลภายในบริษัทแสดงว่าสัดส่วนพนักงาน junior ในแผนกเทคนิคลดจาก 21% เหลือ 14% สัดส่วนการจ้าง junior ใหม่ลดจาก 27% เหลือ 9% และชั่วโมงทำงานของ agent ที่พนักงานสั่งงานมากกว่าชั่วโมงทำงานของคน 6 ต่อ 1 จากนั้นวันที่ 18 ต.ค. Anthropic ประกาศกันหุ้น 5% (รอผู้ถือหุ้นอนุมัติ) เข้ากองทุน Public Benefit Fund