ข้ามไปยังเนื้อหา
Google ฟ้องเครือข่าย 'Outsider' จากจีน ข้อหาเอา Gemini ไปปั่นเว็บฟิชชิ่ง–ส่ง SMS หลอกลวงคนอเมริกันกว่าแสนราย
ธุรกิจและกฎหมาย

Google ฟ้องเครือข่าย 'Outsider' จากจีน ข้อหาเอา Gemini ไปปั่นเว็บฟิชชิ่ง–ส่ง SMS หลอกลวงคนอเมริกันกว่าแสนราย

อ่าน 5 นาที ที่มา: The Hacker News

วันศุกร์ที่ 12 มิถุนายน 2026 Google ยื่นฟ้องเครือข่ายอาชญากรรมไซเบอร์ที่มีฐานในจีน กล่าวหาว่ากลุ่มนี้นำ Gemini ผู้ช่วย AI ของ Google เองไปใช้สร้างหน้าเว็บฟิชชิ่งและกระจายข้อความหลอกลวงทาง SMS (smishing) เล็งเป้าไปที่ผู้ใช้ในสหรัฐฯ นับเป็นครั้งแรกที่ Google ใช้กระบวนการทางกฎหมายไล่บี้ผู้ที่เอา Gemini ไปใช้ฉ้อโกงผู้บริโภคอเมริกันโดยตรง

จำเลยคือเครือข่ายที่เรียกตัวเองว่า “Outsider Enterprise” ผู้พัฒนาและบริหารชุดซอฟต์แวร์ฟิชชิ่งแบบบริการ (phishing-as-a-service หรือ PhaaS) ในชื่อ Outsider คำฟ้องที่ยื่นต่อศาลรัฐบาลกลางแมนฮัตตันระบุว่า ปฏิบัติการนี้ “ใช้ Gemini เป็นอาวุธ” เพื่อช่วยสร้างหน้าเว็บฟิชชิ่งและปล่อยแคมเปญ smishing จำนวนมหาศาล โดยมักปลอมเป็นข้อความจากแบรนด์ที่น่าเชื่อถือ แจ้งเตือนเรื่อง “ปัญหาบัญชีโบรกเกอร์” หรือยุให้ผู้รับกดรับ “รางวัลจากผู้ให้บริการมือถือ” ก่อนหลอกให้คลิกลิงก์ไปยังเว็บปลอมที่เลียนแบบสถาบันจริงเพื่อขโมยข้อมูลส่วนตัวและการเงิน

สเกลของปฏิบัติการ: เว็บปลอม 9,000 แห่ง ลิงก์ 1.59 ล้าน URL

ตัวเลขที่ Google ยกมานั้นชวนตกใจ ระหว่างวันที่ 14 พฤศจิกายน 2025 ถึง 14 เมษายน 2026 มีการตรวจพบเว็บไซต์ปลอมราว 9,000 แห่ง และ URL หลอกลวงที่ผูกกับบริการนี้มากกว่า 1.59 ล้านลิงก์ เฉพาะช่วงสองสัปดาห์ระหว่าง 18 พ.ค. ถึง 1 มิ.ย. 2026 Outsider เป็นต้นทางของข้อความสแปมที่ผู้ใช้ Android รายงานเข้ามาถึง 55,000 ข้อความ และเครือข่ายส่งข้อความที่มีลิงก์ไปยังเว็บของ Outsider รวมกว่า 2.5 ล้านข้อความในช่วงเวลาเดียวกัน Google ประเมินว่ามีเหยื่อถูกหลอกแล้วมากกว่า 100,000 ราย คิดเป็นความเสียหายหลายล้านดอลลาร์

โมเดลธุรกิจของ Outsider คือ “ฟิชชิ่งสำเร็จรูป” ที่ราคาเริ่มเพียง 88 ดอลลาร์ต่อสัปดาห์ ซื้อสิทธิ์ใช้งานผ่านบอตสั่งซื้อแบบ self-service บน Telegram ชุดเครื่องมือมาพร้อมเทมเพลตเลียนแบบสถาบันจริงกว่า 290 แบบ ระบบบันทึกการพิมพ์ (keystroke logging) แบบเรียลไทม์ และแดชบอร์ดวัดผลแคมเปญ โครงสร้างเครือข่ายแบ่งบทบาทชัดเจนเป็นห้ากลุ่ม: กลุ่ม Developer ที่ผลิตซอฟต์แวร์และเทมเพลต, กลุ่ม Data Broker ที่จัดหารายชื่อเหยื่อ, กลุ่ม Spammer ที่ส่งข้อความปริมาณมาก, กลุ่ม Theft ที่แปลงข้อมูลที่ขโมยมาเป็นเงินและฟอกเงิน และกลุ่ม Telegram ที่ประสานงานและรับสมาชิกใหม่

Gemini ถูกหลอกด้วยคำสั่งที่ดู “ไม่มีพิษภัย”

จุดที่น่าสนใจเชิงเทคนิคคือ Outsider ไม่ได้ “เจาะ” Gemini แต่ใช้วิธีตั้งคำสั่ง (prompt) ที่ดูเหมือนคำขอช่วยเขียนโปรแกรมธรรมดา คำฟ้องระบุว่าสมาชิกเครือข่ายได้รับคำแนะนำแบบ step-by-step ให้สั่ง Gemini หรือ AI ตัวอื่นสร้างโค้ด HTML สำหรับ “หน้าแลกของรางวัล” (gift redemption page) พร้อมกำหนดฟีเจอร์ที่ต้องการ โดยสั่งให้หลีกเลี่ยง JavaScript และใช้ inline CSS เมื่อได้โค้ดมาก็นำไปวางใน Outsider เพื่อแปลงโครงเว็บเปล่าให้กลายเป็นเว็บปลอมที่ใช้ดูดข้อมูลได้ทันที จุดเด่นของการใช้ AI คือ ขณะที่ชุดเครื่องมือทั่วไปให้เทมเพลตตายตัว โมเดลอย่าง Gemini สร้างเว็บได้หลากหลายไม่รู้จบ ทั้งเพิ่มปริมาณและช่วยให้ข้อความเล็ดลอดตัวกรองที่คอยจับรูปแบบเดิม ๆ

Google บอกว่ายื่นฟ้องเพื่อรื้อโครงสร้างพื้นฐานของเครือข่ายนี้ และกำลังจับมือกับผู้ให้บริการมือถือ AT&T, T-Mobile และ Verizon เพื่อบล็อกข้อความไม่ให้ถึงลูกค้า ฝั่ง FBI โดย Brett Leatherman ผู้ช่วยผู้อำนวยการแผนกไซเบอร์ ระบุว่า “อาชญากรใช้ AI มากขึ้นเพื่อทำให้การฉ้อโกงแบบนี้น่าเชื่อและตรวจจับยากขึ้น” ทั้งนี้คดีนี้เกิดขึ้นห่างจากที่ Google เคยฟ้องแฮกเกอร์ฐานจีนเบื้องหลังแพลตฟอร์ม PhaaS ชื่อ Lighthouse เมื่อเดือนพฤศจิกายน 2025 พอดีเจ็ดเดือน

มุมมอง AI Curator

คดีนี้เป็นหมุดหมายที่บอกว่า “สงคราม AI ภาคมืด” ได้เริ่มขึ้นจริงในชั้นศาล สิ่งที่ Google ทำไม่ใช่แค่การปิดเว็บปลอม แต่คือการสร้างบรรทัดฐานทางกฎหมายว่าผู้ให้บริการโมเดลสามารถไล่ฟ้องผู้ที่เอาเครื่องมือของตัวเองไปใช้ก่ออาชญากรรมได้ ที่แหลมคมกว่านั้นคือบทเรียนเชิงเทคนิค: อันตรายไม่ได้มาจากการ “แฮก” โมเดล แต่มาจากการประกอบร่างคำสั่งเล็ก ๆ ที่แต่ละชิ้นดูไร้พิษภัย — ขอให้เขียนหน้า HTML ธรรมดา ๆ — แล้วนำไปต่อจิ๊กซอว์เป็นเครื่องมือฉ้อโกง นี่คือโจทย์ที่ filter ระดับ prompt เดียวจับได้ยาก และตอกย้ำว่าการป้องกันต้องขยับไปอยู่ที่ระดับ “พฤติกรรมรวม” และการตรวจจับ infrastructure ปลายทาง

สำหรับไทยและอาเซียน เรื่องนี้ใกล้ตัวกว่าที่คิด smishing แบบ “พัสดุตกค้าง” “บัญชีถูกระงับ” หรือ “ได้รับเงินคืน” คือภัยที่คนไทยเจอรายวัน และภูมิภาคลุ่มน้ำโขงก็เป็นที่ตั้งของศูนย์ scam จำนวนมาก การที่ AI ลดต้นทุนการผลิตเว็บปลอมให้เหลือหลักสิบดอลลาร์ต่อสัปดาห์ หมายความว่าปริมาณและความเนียนของสแกมจะพุ่งขึ้นอีก ผู้ให้บริการมือถือและธนาคารไทยควรเร่งจับมือกันแบบที่ค่ายสหรัฐฯ ทำ — บล็อกที่ระดับเครือข่าย ไม่ใช่รอให้ผู้ใช้ระวังตัวเอง — ขณะที่ผู้กำกับดูแลควรจับตาว่าบทเรียน “ฟ้องผู้ใช้ในทางมิชอบ” ของ Google จะกลายเป็นเครื่องมือมาตรฐานของวงการ AI หรือไม่

แหล่งข่าว:

บทความนี้เรียบเรียงจากแหล่งข่าวต้นทาง — The Hacker News

เนื้อหาบน blog นี้สร้างโดย AI โดยมีการกำกับบรรณาธิการจากมนุษย์

อ่านเพิ่มในหมวด ธุรกิจและกฎหมาย

Anthropic ขยายลายน้ำข้อความไปยัง Claude รุ่นเก่าอีก 4 รุ่น แต่บน Opus 4.6 และ Sonnet 4.6 แค่ปรับ temperature ลายน้ำก็ไม่ทำงาน
ธุรกิจและกฎหมาย

Anthropic ขยายลายน้ำข้อความไปยัง Claude รุ่นเก่าอีก 4 รุ่น แต่บน Opus 4.6 และ Sonnet 4.6 แค่ปรับ temperature ลายน้ำก็ไม่ทำงาน

อีเมลถึงลูกค้า API ตามรายงานของ The Decoder ระบุว่า Anthropic จะใส่ลายน้ำให้ Mythos 5, Opus 4.7, Opus 4.6 และ Sonnet 4.6 แต่สองรุ่นหลังทำงานเฉพาะเมื่อพารามิเตอร์สุ่มเป็นค่าเริ่มต้น ขณะที่หน้าเอกสารทางการยังไม่แสดงการรองรับและไม่พูดถึงเงื่อนไขนี้

· อ่าน 4 นาที
OpenAI จะนำเซสชัน Daybreak Blue ไปเทรนโมเดลตั้งแต่ 29 พ.ย. แม้ปิดการแชร์ข้อมูลไว้ ก่อนส่งอีเมลขอโทษและสัญญาว่าจะมีตัวเลือกแยก
ธุรกิจและกฎหมาย

OpenAI จะนำเซสชัน Daybreak Blue ไปเทรนโมเดลตั้งแต่ 29 พ.ย. แม้ปิดการแชร์ข้อมูลไว้ ก่อนส่งอีเมลขอโทษและสัญญาว่าจะมีตัวเลือกแยก

OpenAI แจ้งสมาชิก Trusted Access ว่าจะใช้ข้อมูลเซสชัน Daybreak Blue เทรนโมเดลตั้งแต่ 29 พ.ย. แม้เคยปิดการแชร์ไว้ หลังถูกต้าน อีเมลฉบับที่สองขอโทษและสัญญาว่าจะมีตัวเลือกไม่เข้าร่วมแยกต่างหาก แต่เซสชันที่ถูกตั้งธงยังอาจถูกใช้เพื่อความปลอดภัย

· อ่าน 3 นาที
OpenAI รื้อ Model Spec เป็น 5 คุณค่าหลัก — เลิกเรียกว่า the assistant ตัดกฎสไตล์ส่วนใหญ่ และสั่งให้ถือผลข้างเคียงเป็นของจริงแม้อยู่ใน eval
ธุรกิจและกฎหมาย

OpenAI รื้อ Model Spec เป็น 5 คุณค่าหลัก — เลิกเรียกว่า the assistant ตัดกฎสไตล์ส่วนใหญ่ และสั่งให้ถือผลข้างเคียงเป็นของจริงแม้อยู่ใน eval

Model Spec ฉบับ 29 ต.ค. จัดโครงใหม่เป็น 5 คุณค่า เพิ่มหมวดการใช้บริบทและความจำ และหลักการรองรับการกำกับโดยมนุษย์ ขณะที่กฎสไตล์ส่วนใหญ่ รวมถึงหัวข้อ Markdown ถูกนำออก OpenAI ยังยอมรับว่าโมเดลที่ใช้งานจริงยังไม่ตรงตามเอกสารทั้งหมด

· อ่าน 4 นาที