EU เลื่อนข้อบังคับ AI ความเสี่ยงสูงไปปี 2027–2028 ผ่าน 'Digital Omnibus' — แต่เส้นตายโปร่งใส 2 ส.ค. 2026 ยังอยู่
สถาบันของสหภาพยุโรปบรรลุ ข้อตกลงทางการเมืองชั่วคราว (provisional political agreement) เรื่อง Digital Omnibus on AI ซึ่งจะแก้ไข EU AI Act ในหลายจุดแบบเจาะจง โดยจุดที่สำคัญที่สุดคือการ เลื่อนการบังคับใช้ข้อบังคับสำหรับระบบ AI ความเสี่ยงสูง (high-risk AI systems) ออกไปกว่าหนึ่งปีจากกำหนดเดิม หลังจากที่การเจรจา trilogue รอบแรกเมื่อ 28 เมษายนล้มเหลว สถาบันต่าง ๆ กลับมาเจรจาและบรรลุข้อตกลงเมื่อ 6 พฤษภาคม ก่อนได้รับการยืนยันจากผู้แทนรัฐสมาชิกใน Council เมื่อ 13 พฤษภาคม
เหตุผลเบื้องหลังคือการยอมรับตามจริงว่า โครงสร้างพื้นฐานด้านกำกับดูแลที่จำเป็นต่อการบังคับใช้ข้อบังคับเหล่านี้ “ยังไม่พร้อม” ตามกำหนด อย่างไรก็ตาม นี่เป็นการ เลื่อน ไม่ใช่การรื้อทิ้ง — สถาปัตยกรรมหลักของ AI Act ทั้งแนวทาง risk-based โครงสร้างการกำกับ และข้อบังคับแกนหลัก ยังคงอยู่ครบ
ไทม์ไลน์ใหม่: 2027 และ 2028
ภายใต้ข้อตกลง ระบบ AI ความเสี่ยงสูงแบบ stand-alone ตาม Annex III — ครอบคลุมเครื่องมือด้านการรับสมัครงาน การให้คะแนนเครดิต การบังคับใช้กฎหมาย การศึกษา และการควบคุมชายแดน — จะต้องปฏิบัติตามภายใน 2 ธันวาคม 2027 ส่วน AI ที่ฝังอยู่ในผลิตภัณฑ์ที่ถูกกำกับตาม Annex I เช่น เครื่องมือแพทย์ เครื่องจักร และยานพาหนะ ขยายเป็น 2 สิงหาคม 2028 โดยข้อความที่ตกลงกันได้แทนที่ “กลไก trigger แบบมีเงื่อนไข” ที่คณะกรรมาธิการเสนอไว้เดิม ด้วยวันที่กำหนดตายตัว
นอกจากนี้ยังมีการเพิ่ม ข้อห้ามใหม่ภายใต้ Article 5 ที่แบนระบบ AI ซึ่งสร้างหรือดัดแปลงภาพ/วิดีโอ/เสียงลามกอนาจารโดยไม่ได้รับความยินยอม (NCII หรือ “nudifier”) และเนื้อหาล่วงละเมิดทางเพศเด็ก (CSAM) โดยข้อห้ามนี้ครอบคลุมไปถึงระบบที่ “การสร้างเนื้อหาดังกล่าวเป็นผลที่คาดการณ์ได้และทำซ้ำได้” แม้ไม่ได้ออกแบบมาเพื่อการนั้นโดยตรง ผู้ให้บริการเครื่องมือ generative ทั่วไปจึงต้องประเมินความเสี่ยงการใช้ในทางที่ผิดตั้งแต่ขั้นออกแบบ ข้อห้ามนี้มีช่วงเปลี่ยนผ่านถึง 2 ธันวาคม 2026
เส้นตาย 2 สิงหาคม 2026 ยังเป็นวันบังคับใช้จริง
ประเด็นที่ธุรกิจต้องไม่เข้าใจผิดคือ การเลื่อนครั้งนี้ ไม่ได้แตะข้อบังคับความโปร่งใสตาม Article 50 ซึ่งยังเดินตามกำหนดเดิมที่ 2 สิงหาคม 2026 ทั้งข้อกำหนดให้เปิดเผยต่อผู้ใช้เมื่อกำลังโต้ตอบกับระบบ AI และการติดป้ายเนื้อหาที่สร้างด้วย AI โดยมีเพียง “ช่วงผ่อนผัน 4 เดือน” (ถึง 2 ธันวาคม 2026) สำหรับภาระ watermarking ตาม Article 50(2) เฉพาะระบบที่วางตลาดก่อน 2 สิงหาคม 2026 เท่านั้น
ที่สำคัญ การเปลี่ยนแปลงทั้งหมดนี้จะ มีผลทางกฎหมายต่อเมื่อมีการรับรองอย่างเป็นทางการและประกาศใน Official Journal ซึ่งคาดว่าจะเกิดก่อน 2 สิงหาคม 2026 ตราบใดที่ยังไม่ประกาศ วันที่ใหม่ก็ยังไม่ผูกพันตามกฎหมาย ข้อตกลงยังเสริมอำนาจกำกับดูแลของ EU AI Office ให้สามารถสืบสวน ตรวจสอบในสถานที่ และปรับได้ พร้อมผ่อนปรนภาระ AI literacy ตาม Article 4 ให้เป็นการ “สนับสนุน” แทนการ “รับประกัน” ระดับความรู้
มุมมอง AI Curator
การเลื่อนครั้งนี้คือบทเรียนสำคัญว่า แม้แต่ระบอบกำกับ AI ที่ทะเยอทะยานและมาก่อนใครที่สุดในโลกอย่าง EU AI Act ก็ยังต้องยอมงอให้กับความเป็นจริงที่ว่า “เขียนกฎได้เร็วกว่าสร้างกลไกบังคับใช้” มาตรฐาน harmonised standards องค์กรประเมิน และแนวปฏิบัติยังตามไม่ทัน บริษัทที่เคยกังวลว่าจะโดนเส้นตายสิงหาคม 2026 จึงได้ลมหายใจเพิ่มอีกปีกว่า — แต่ Gibson Dunn เตือนชัดว่าให้ “ใช้เวลาที่เพิ่มมา อย่ารอมัน” เพราะการสร้างกรอบ compliance ที่ดีต้องใช้เวลา
สำหรับไทยและ SEA ที่กำลังร่างกรอบกำกับ AI ของตัวเอง บทเรียนนี้มีค่า การตั้งเส้นตายที่สวยงามบนกระดาษโดยไม่ลงทุนสร้าง “โครงสร้างพื้นฐานการกำกับ” ควบคู่กัน — ทั้งหน่วยงานประเมิน บุคลากรที่เข้าใจเทคนิค และมาตรฐานกลาง — มีแต่จะนำไปสู่การเลื่อนซ้ำแล้วซ้ำเล่าเหมือนที่ EU เผชิญ ขณะเดียวกัน ธุรกิจไทยที่ส่งออกสินค้าหรือบริการ AI ไปยุโรปต้องจับตาว่าข้อบังคับ Article 50 เรื่องการติดป้ายเนื้อหา AI ยังมีผล 2 สิงหาคมนี้ตามเดิม ไม่ได้เลื่อนตามข้อบังคับความเสี่ยงสูง
แหล่งข่าว
อ่านเพิ่มในหมวด ธุรกิจและกฎหมาย
Anthropic ขยายลายน้ำข้อความไปยัง Claude รุ่นเก่าอีก 4 รุ่น แต่บน Opus 4.6 และ Sonnet 4.6 แค่ปรับ temperature ลายน้ำก็ไม่ทำงาน
อีเมลถึงลูกค้า API ตามรายงานของ The Decoder ระบุว่า Anthropic จะใส่ลายน้ำให้ Mythos 5, Opus 4.7, Opus 4.6 และ Sonnet 4.6 แต่สองรุ่นหลังทำงานเฉพาะเมื่อพารามิเตอร์สุ่มเป็นค่าเริ่มต้น ขณะที่หน้าเอกสารทางการยังไม่แสดงการรองรับและไม่พูดถึงเงื่อนไขนี้
OpenAI จะนำเซสชัน Daybreak Blue ไปเทรนโมเดลตั้งแต่ 29 พ.ย. แม้ปิดการแชร์ข้อมูลไว้ ก่อนส่งอีเมลขอโทษและสัญญาว่าจะมีตัวเลือกแยก
OpenAI แจ้งสมาชิก Trusted Access ว่าจะใช้ข้อมูลเซสชัน Daybreak Blue เทรนโมเดลตั้งแต่ 29 พ.ย. แม้เคยปิดการแชร์ไว้ หลังถูกต้าน อีเมลฉบับที่สองขอโทษและสัญญาว่าจะมีตัวเลือกไม่เข้าร่วมแยกต่างหาก แต่เซสชันที่ถูกตั้งธงยังอาจถูกใช้เพื่อความปลอดภัย
OpenAI รื้อ Model Spec เป็น 5 คุณค่าหลัก — เลิกเรียกว่า the assistant ตัดกฎสไตล์ส่วนใหญ่ และสั่งให้ถือผลข้างเคียงเป็นของจริงแม้อยู่ใน eval
Model Spec ฉบับ 29 ต.ค. จัดโครงใหม่เป็น 5 คุณค่า เพิ่มหมวดการใช้บริบทและความจำ และหลักการรองรับการกำกับโดยมนุษย์ ขณะที่กฎสไตล์ส่วนใหญ่ รวมถึงหัวข้อ Markdown ถูกนำออก OpenAI ยังยอมรับว่าโมเดลที่ใช้งานจริงยังไม่ตรงตามเอกสารทั้งหมด