25 บริษัทเทคนำโดย NVIDIA–Microsoft ลงชื่อจดหมาย 'Open Weights & American AI Leadership' — OpenAI, Anthropic, Google ไม่ร่วม
วันที่ 24 ก.ค. 2026 บริษัทและองค์กรเทคโนโลยีสหรัฐ 25 ราย นำโดย NVIDIA และ Microsoft เผยแพร่จดหมายเปิดผนึกชื่อ “Open Weights and American AI Leadership” เรียกร้องให้ผู้กำหนดนโยบายในวอชิงตัน สนับสนุนระบบนิเวศโมเดลเปิดน้ำหนัก (open-weight) แทนที่จะออกกฎจำกัด โดยให้เหตุผลว่านี่คือกุญแจที่จะรักษาความเป็นผู้นำด้าน AI ของอเมริกาไว้ ไม่ใช่การหวงโมเดลปิดตัวเดียวไว้ในกำมือ
รายชื่อผู้ลงนามยาวและครอบคลุมทั้งวงการ: นอกจาก NVIDIA และ Microsoft ยังมี Meta, Hugging Face, Mistral, Cohere, Fireworks AI, Arcee AI, Black Forest Labs, GitHub, Replit, Perplexity, IBM, Dell, Cisco, Palantir, CrowdStrike, Palo Alto Networks, Mozilla, The Linux Foundation, Andreessen Horowitz (a16z), Y Combinator, ServiceNow, Box, DoorDash และอื่น ๆ และที่กลายเป็นข่าวเองคือ NVIDIA CEO เจนเซ่น หวง (Jensen Huang) ใช้โพสต์แรกในชีวิตบน X เพื่อดันจดหมายฉบับนี้เข้าหน้าจอวอชิงตัน เขียนว่า “open models strengthen safety and cybersecurity, accelerate innovation and diffusion, and enable sovereignty” ส่วน Satya Nadella ซีอีโอ Microsoft ก็โพสต์หนุนในวันเดียวกัน
จดหมายขออะไรจากรัฐบาลสหรัฐ
สาระของจดหมายไม่ใช่แค่ “เชียร์ของฟรี” แต่มีข้อเรียกร้องเชิงนโยบายที่ชัดเจน:
- อย่าออกข้อจำกัดก่อนเวลาอันควร (premature restrictions) กับโมเดลที่ดาวน์โหลดได้ ซึ่งจะ “บั่นทอนการแข่งขันหรือผลักนวัตกรรมออกนอกประเทศ” — เป้าคือรักษา “the frontier plural” หรือแนวหน้าที่มีผู้เล่นหลายราย ไม่กระจุกที่เจ้าเดียว
- ขยายการเข้าถึง compute ให้สตาร์ทอัพและนักวิจัย พร้อมลงทุนใน “ทรัพย์สินร่วมสำหรับการเทรน” เช่น ชุดข้อมูล เครื่องมือ และกรอบการวัดผล (evaluation)
- แยกแยะเทคนิคพัฒนาโมเดลที่ถูกกฎหมายออกจากการลักลอบ — เช่น อย่าเหมารวมว่าการทำ distillation เป็นการขโมย แต่ให้ใช้กฎแบบเจาะจงกับการดึงข้อมูลที่ผิดกฎหมายจริง ๆ
- โต้กลับฝั่งที่หนุนโมเดลปิดว่า ความเปิด (openness) อาจเป็นหนึ่งในเส้นทางสำคัญที่สุดสู่ความปลอดภัยของ AI ไม่ใช่ความเสี่ยง เพราะโมเดลที่ตรวจสอบได้ย่อมถูกออดิตและอุดช่องโหว่ได้
จังหวะของจดหมายก็ไม่ธรรมดา — มันออกมา ไม่กี่วันหลังมีรายงานว่ารัฐบาลทรัมป์กำลังรื้อฟื้นแนวคิดแบนโมเดลจากจีน (เช่นตระกูล DeepSeek, Qwen, Kimi) ท่ามกลางกระแสโมเดลเปิดจากจีนที่ไล่บี้ frontier ฝั่งตะวันตกอย่างต่อเนื่อง จดหมายฉบับนี้จึงอ่านได้ว่าเป็นการ “ตีกันล่วงหน้า” ไม่ให้การแบนลุกลามไปโดนระบบนิเวศโมเดลเปิดทั้งหมด
จุดที่คนไม่ได้ลงชื่อพูดดังพอ ๆ กับคนที่ลงชื่อ
รายละเอียดที่ทุกสำนักข่าวจับตรงกันคือ สามแล็บโมเดลปิดรายใหญ่ที่สุด — OpenAI, Anthropic และ Google — ไม่ได้ร่วมลงชื่อ ทั้งที่จดหมายเป็นเรื่อง “ผู้นำ AI อเมริกัน” โดยตรง ความว่างสามช่องนี้สะท้อนความจริงของโครงสร้างธุรกิจ: รายได้หลักของทั้งสามผูกกับ โมเดลปิดหลัง API ที่คิดเงินต่อโทเคน การผลักนโยบายให้ “เปิดน้ำหนัก” กลายเป็นมาตรฐานย่อมสวนทางกับ moat ของตัวเอง ขณะที่ฝั่งผู้ลงนาม — ผู้ผลิตชิป (NVIDIA), แพลตฟอร์มคลาวด์/เครื่องมือ (Microsoft, GitHub, Replit), ผู้ทำโมเดลเปิด (Meta, Mistral, Hugging Face, Cohere, Fireworks) — ล้วนได้ประโยชน์เมื่อโมเดลเปิดแพร่หลายและมีคนรันมันเต็มไปหมด
พูดง่าย ๆ คือแนวรบนี้ไม่ใช่ “อเมริกา vs จีน” อย่างเดียว แต่เป็น “เปิด vs ปิด” ภายในสหรัฐเอง ที่ตอนนี้เส้นแบ่งชัดขึ้นเรื่อย ๆ
มุมมอง AI Curator
สำหรับนักพัฒนา จดหมายฉบับนี้ยัง “เปลี่ยนกฎ” อะไรไม่ได้ในตัวมันเอง — มันเป็นการล็อบบี้ ไม่ใช่กฎหมาย — แต่มันสำคัญเพราะ มันตีกรอบว่าการต่อสู้เรื่องนโยบาย AI รอบต่อไปจะเป็นเรื่องอะไร: สิทธิ์ในการดาวน์โหลด รัน และแก้โมเดลบนเครื่องตัวเอง เมื่อผู้ผลิตชิปเบอร์หนึ่งของโลกและเจ้าของ GitHub ออกมายืนข้างโมเดลเปิดพร้อมกัน มันส่งสัญญาณว่า “เปิดน้ำหนัก” ไม่ใช่วาระของแฮ็กเกอร์กลุ่มเล็ก ๆ อีกต่อไป แต่กลายเป็นจุดยืนกระแสหลักของอุตสาหกรรม และการที่ OpenAI/Anthropic/Google เลือกไม่ลงชื่อก็เป็นข้อมูลสำคัญพอ ๆ กัน — มันบอกว่าใครเดิมพันกับโมเดลปิด และใครเดิมพันกับการแพร่กระจาย
สำหรับไทยและอาเซียน ประเด็นที่ควรโฟกัสคือคำว่า sovereignty ที่หวงพูดถึง — ประเทศที่พึ่งได้แค่ API ต่างชาติย่อมไม่มี “อธิปไตยทาง AI” จริง เพราะถ้าถูกจำกัดการเข้าถึงเมื่อไหร่ ระบบก็หยุด การมีโมเดลเปิดน้ำหนักคุณภาพสูง (ไม่ว่าจะ Llama, Mistral, DeepSeek, Qwen หรือรุ่นไทยอย่าง Typhoon/SEA-LION) ให้ self-host บนเครื่องในประเทศได้ คือสิ่งที่ทำให้องค์กรไทยควบคุมข้อมูลอ่อนไหวและต้นทุนได้เอง ถ้าสหรัฐเดินไปทางปิดกั้นโมเดลจีน สิ่งที่อาเซียนควรถามคือ “แล้วเราจะมีทางเลือกเปิดที่ไว้ใจได้กี่ทาง” — และคำตอบนั้นยิ่งน้อย ยิ่งเสี่ยง
แหล่งข่าว:
อ่านเพิ่มในหมวด ธุรกิจและกฎหมาย
Anthropic ขยายลายน้ำข้อความไปยัง Claude รุ่นเก่าอีก 4 รุ่น แต่บน Opus 4.6 และ Sonnet 4.6 แค่ปรับ temperature ลายน้ำก็ไม่ทำงาน
อีเมลถึงลูกค้า API ตามรายงานของ The Decoder ระบุว่า Anthropic จะใส่ลายน้ำให้ Mythos 5, Opus 4.7, Opus 4.6 และ Sonnet 4.6 แต่สองรุ่นหลังทำงานเฉพาะเมื่อพารามิเตอร์สุ่มเป็นค่าเริ่มต้น ขณะที่หน้าเอกสารทางการยังไม่แสดงการรองรับและไม่พูดถึงเงื่อนไขนี้
OpenAI จะนำเซสชัน Daybreak Blue ไปเทรนโมเดลตั้งแต่ 29 พ.ย. แม้ปิดการแชร์ข้อมูลไว้ ก่อนส่งอีเมลขอโทษและสัญญาว่าจะมีตัวเลือกแยก
OpenAI แจ้งสมาชิก Trusted Access ว่าจะใช้ข้อมูลเซสชัน Daybreak Blue เทรนโมเดลตั้งแต่ 29 พ.ย. แม้เคยปิดการแชร์ไว้ หลังถูกต้าน อีเมลฉบับที่สองขอโทษและสัญญาว่าจะมีตัวเลือกไม่เข้าร่วมแยกต่างหาก แต่เซสชันที่ถูกตั้งธงยังอาจถูกใช้เพื่อความปลอดภัย
OpenAI รื้อ Model Spec เป็น 5 คุณค่าหลัก — เลิกเรียกว่า the assistant ตัดกฎสไตล์ส่วนใหญ่ และสั่งให้ถือผลข้างเคียงเป็นของจริงแม้อยู่ใน eval
Model Spec ฉบับ 29 ต.ค. จัดโครงใหม่เป็น 5 คุณค่า เพิ่มหมวดการใช้บริบทและความจำ และหลักการรองรับการกำกับโดยมนุษย์ ขณะที่กฎสไตล์ส่วนใหญ่ รวมถึงหัวข้อ Markdown ถูกนำออก OpenAI ยังยอมรับว่าโมเดลที่ใช้งานจริงยังไม่ตรงตามเอกสารทั้งหมด