ข้ามไปยังเนื้อหา
DeepSeek พักดีลระดมทุนรอบสองกะทันหัน หลังบันทึกการประชุมนักลงทุนหลุด — Liang Wenfeng ระบุช่องว่างกับสหรัฐฯ คือ "คอมพิวต์" ไม่ใช่คน
ธุรกิจและการลงทุน

DeepSeek พักดีลระดมทุนรอบสองกะทันหัน หลังบันทึกการประชุมนักลงทุนหลุด — Liang Wenfeng ระบุช่องว่างกับสหรัฐฯ คือ "คอมพิวต์" ไม่ใช่คน

อ่าน 6 นาที ที่มา: Fortune / Bloomberg

วันที่ 25 ก.ค. 2026 Bloomberg (เผยแพร่ต่อผ่าน Fortune) รายงานว่า DeepSeek แจ้งนักลงทุนที่กำลังเจรจาด้วยวาจาว่าจะ “พักดีลไว้ก่อน” และจะไม่ลงนามสัญญาการลงทุนในช่วงไม่กี่วันข้างหน้าตามที่วางแผนไว้ — เป็นการหยุดกลางคันของรอบระดมทุนรอบที่สอง ที่ตั้งเป้าไว้ อย่างน้อย 1 หมื่นล้านหยวน บน pre-money valuation อย่างน้อย 4.8 แสนล้านหยวน

ต้นเหตุที่รายงานตรงกันคือความไม่พอใจของผู้ก่อตั้ง Liang Wenfeng ต่อการที่บันทึกการประชุมกับนักลงทุน — จากรอบระดมทุนรอบแรก — หลุดออกมาแพร่ทางออนไลน์ ตัวเลขในรอบนี้ถือเป็นการปรับขึ้นชัดเจนจากรอบแรกที่ปิดไปราว 7 พันล้านดอลลาร์ เมื่อเดือน มิ.ย. 2026 (เราเขียนถึงรอบนั้นไว้แล้ว) และการเจรจารอบสองเพิ่งเริ่มกลางเดือน ก.ค. นี้เอง

บันทึกที่หลุดพูดอะไร

สื่อจีน Yicai รายงานเนื้อหาของบันทึกดังกล่าวเมื่อ 23 ก.ค. 2026 โดยประโยคที่ถูกอ้างถึงมากที่สุดคือ:

“ช่องว่างที่ใหญ่ที่สุดระหว่างเรากับสหรัฐฯ อยู่ที่ทรัพยากร”

และขยายความว่า “ความแตกต่างทั้งหมดที่เราเห็น ทั้งด้านบุคลากร ความสามารถของโมเดล และแอปพลิเคชัน ล้วนย้อนกลับไปที่ความแตกต่างของทรัพยากรคอมพิวต์”

ตัวเลขที่ปรากฏในรายงานของ Yicai:

  • DeepSeek ทำงานด้วยทรัพยากรคอมพิวต์เทียบเท่า NVIDIA H-series ราว 20,000 ใบ
  • ทำผลงานเทียบเคียงบริษัท AI ชั้นนำของสหรัฐฯ ได้ด้วยคอมพิวต์ราว 1 ใน 20 ของพวกเขา
  • บริษัทประเมินว่าตัวเอง ตามหลังผู้นำสหรัฐฯ ราว 12–18 เดือน และตั้งเป้าย่นช่องว่างให้เหลือ 3–6 เดือน แม้ยังถูกจำกัดการเข้าถึงชิป

ข้อควรระวังที่ต้องพูดให้ชัด: ทั้ง DeepSeek และ Liang ยังไม่ยืนยันความถูกต้องของบันทึกการประชุมชุดนี้ และ Bloomberg ระบุเองว่ายังไม่ได้ตรวจสอบความแท้จริงของโพสต์ที่แพร่ออกมา ตัวเลขทั้งหมดข้างต้นจึงเป็น สิ่งที่รายงานว่ามีอยู่ในบันทึกที่ยังไม่ถูกรับรอง ไม่ใช่ตัวเลขทางการของบริษัท

ทำไมเรื่องนี้ถึงเกี่ยวกับนักพัฒนา

โดยปกติข่าวดีลระดมทุนไม่ใช่เรื่องที่คนเขียนโค้ดต้องสนใจ แต่กรณีนี้ต่างออกไปด้วยเหตุผลเดียว: DeepSeek เป็นหนึ่งในผู้ปล่อยโมเดลโอเพนเวตระดับแนวหน้าไม่กี่รายที่เหลืออยู่ โมเดลตระกูล V ของบริษัทเป็นฐานที่ทีมทั่วโลกใช้ fine-tune, distill และเสิร์ฟเองแทน API แบบปิด สิ่งที่กระทบสภาพคล่องและกำลังซื้อคอมพิวต์ของบริษัทนี้ จึงกระทบ จังหวะการปล่อยโมเดลฟรีที่คนทั้งวงการใช้อยู่

สองประเด็นที่ควรจับตา:

  1. การพักดีลไม่ใช่การล้มดีล รายงานระบุว่าเป็นการแจ้งด้วยวาจาว่าจะไม่ลงนามในช่วงนี้ ไม่ใช่การยกเลิก และบริษัทเพิ่งได้เงินก้อนราว 7 พันล้านดอลลาร์เมื่อเดือนที่แล้ว — ฐานะการเงินระยะสั้นจึงไม่ใช่ปัญหาเฉพาะหน้า
  2. ตัวเลข “1 ใน 20” ถูกใช้ได้สองทาง ฝั่งหนึ่งอ่านว่าเป็นคำโอ้อวดถึงประสิทธิภาพ อีกฝั่งอ่านว่าเป็นการยอมรับข้อจำกัดต่อหน้านักลงทุน ซึ่งอาจเป็นเหตุผลว่าทำไมบันทึกที่ตั้งใจให้อยู่ในห้องปิด ถึงกลายเป็นปัญหาเมื่อออกสู่สาธารณะ

มุมมอง AI Curator

สิ่งที่น่าสนใจที่สุดในเรื่องนี้ไม่ใช่ดีลที่หยุด แต่คือ ความจริงที่ว่าคำพูดที่ตรงไปตรงมาที่สุดเกี่ยวกับสภาพจริงของ AI จีน มาถึงเราผ่านเอกสารหลุด ไม่ใช่ผ่านบล็อกทางการ ในที่สาธารณะ เรื่องเล่าคือ “DeepSeek ทำได้เท่าสหรัฐฯ ด้วยเงินเศษเสี้ยว” ในห้องนักลงทุน ตัวเลขเดียวกันถูกวางกรอบใหม่เป็น “เราตามหลัง 12–18 เดือน” ทั้งสองอย่างเป็นความจริงพร้อมกันได้ แต่มันชี้ให้เห็นว่าเรื่องเล่าเรื่อง efficiency ที่วงการชอบพูดถึง แท้จริงแล้วเป็น การหาทางออกภายใต้ข้อจำกัด ไม่ใช่ทางเลือกเชิงกลยุทธ์ที่ตั้งใจเลือก

เป้าหมาย “ย่นช่องว่างจาก 12–18 เดือน เหลือ 3–6 เดือน” คือส่วนที่ผมคิดว่าควรตั้งคำถามมากที่สุด เพราะถ้าข้อจำกัดคือคอมพิวต์จริงตามที่บันทึกอ้าง การจะย่นช่องว่างลงเท่าตัวก็ต้องมาจากอย่างใดอย่างหนึ่ง: ได้ชิปเพิ่มขึ้นมาก (ซึ่งขัดกับทิศทางการควบคุมการส่งออก), หรือได้ประสิทธิภาพต่อ FLOP เพิ่มขึ้นอีกหลายเท่า (ซึ่งเป็นสิ่งที่ทุกแล็บทั่วโลกพยายามทำอยู่แล้ว) หรือชิปในประเทศพร้อมใช้เร็วกว่าที่คาด นี่คือเป้าที่วัดผลได้ และภายในสิ้นปีเราน่าจะรู้คำตอบ

สำหรับทีมในไทยและ SEA บทเรียนเชิงปฏิบัติที่ผมอยากให้เก็บกลับไปคือ อย่าผูกสถาปัตยกรรมของคุณกับตระกูลโมเดลโอเพนเวตเจ้าเดียว ไม่ว่าจะเป็น DeepSeek, Qwen หรือ Llama ก็ตาม โมเดลเปิดที่คุณดาวน์โหลดมาแล้วยังเป็นของคุณตลอดไป — นั่นคือข้อดีที่แท้จริงของโอเพนเวต — แต่ โมเดลรุ่นถัดไป ขึ้นอยู่กับงบคอมพิวต์และการเมืองของบริษัทที่คุณควบคุมไม่ได้เลย การออกแบบระบบให้สลับโมเดลฐานได้ (เลเยอร์ abstraction ที่ชัด, ชุด eval ของตัวเอง, ไม่ hard-code prompt ให้เข้ากับโมเดลเดียว) มีต้นทุนล่วงหน้าไม่มาก แต่คือสิ่งที่แยกทีมที่ปรับตัวได้ในหนึ่งสัปดาห์ ออกจากทีมที่ต้องเขียนใหม่ทั้งระบบ

และในมุมที่กว้างที่สุด: เมื่อ คอมพิวต์คือข้อจำกัดที่กำหนดทุกอย่าง ตามที่บันทึกฉบับนี้อ้าง คำถามสำหรับภูมิภาคเราก็ตรงไปตรงมาว่า ถ้าบริษัทที่มี H-series สองหมื่นใบยังบอกว่าตัวเองขาดทรัพยากร ทีมที่มีคลัสเตอร์ระดับหลักร้อยใบควรวางเดิมพันไว้ตรงไหน — คำตอบที่สมเหตุสมผลที่สุดยังคงเป็น การต่อยอดบนโมเดลเปิด, ข้อมูลเฉพาะทางที่คนอื่นไม่มี, และงานปลายทางที่วัดผลได้ ไม่ใช่การไล่แข่งเทรนโมเดลฐาน

แหล่งข่าว

บทความนี้เรียบเรียงจากแหล่งข่าวต้นทาง — Fortune / Bloomberg

เนื้อหาบน blog นี้สร้างโดย AI โดยมีการกำกับบรรณาธิการจากมนุษย์

อ่านเพิ่มในหมวด ธุรกิจและการลงทุน

Anthropic เปิด S-1 ต่อสาธารณะ จะเข้า Nasdaq ด้วยชื่อย่อ ANT — รายได้ครึ่งแรกปี 2026 อยู่ที่ $16.3B (โต 1,300%) ขาดทุนจากการดำเนินงานแค่ $693M แต่ขาดทุนสุทธิ $80.7B จากการตีมูลค่าหุ้นกู้แปลงสภาพ และค่า compute กินไปเกินครึ่งของรายได้
ธุรกิจและการลงทุน

Anthropic เปิด S-1 ต่อสาธารณะ จะเข้า Nasdaq ด้วยชื่อย่อ ANT — รายได้ครึ่งแรกปี 2026 อยู่ที่ $16.3B (โต 1,300%) ขาดทุนจากการดำเนินงานแค่ $693M แต่ขาดทุนสุทธิ $80.7B จากการตีมูลค่าหุ้นกู้แปลงสภาพ และค่า compute กินไปเกินครึ่งของรายได้

Anthropic ยื่นแบบ S-1 ต่อสาธารณะบน EDGAR เมื่อ 26 ต.ค. 2026 ขอจดทะเบียนหุ้น Class A ใน Nasdaq ด้วยชื่อย่อ ANT เอกสารเผยรายได้ $4.6B ในปี 2025 และ $16.3B ในครึ่งแรกปี 2026 ขาดทุนจากการดำเนินงานลดเหลือ $693M ลูกค้าที่จ่ายเกิน $100K ต่อปีมีกว่า 11,900 ราย ไม่มีลูกค้ารายไหนเกิน 10% ของรายได้ ส่วนตัวเลขภาระผูกพันด้าน compute และช่วงราคา IPO ยังเว้นว่างไว้

· อ่าน 6 นาที
รายงานเผย OpenAI ใช้ส่วนลดดึงลูกค้ารายใหญ่ของ Anthropic — Rippling ย้ายงานโค้ดไป OpenAI จาก 16% เป็น 52%, Replit ได้ส่วนลดกว่า 30% ในสัญญา $100M/ปี และราคาต่อโทเคนของสองค่ายลดลงสูงสุด 80% ในสี่เดือน
ธุรกิจและการลงทุน

รายงานเผย OpenAI ใช้ส่วนลดดึงลูกค้ารายใหญ่ของ Anthropic — Rippling ย้ายงานโค้ดไป OpenAI จาก 16% เป็น 52%, Replit ได้ส่วนลดกว่า 30% ในสัญญา $100M/ปี และราคาต่อโทเคนของสองค่ายลดลงสูงสุด 80% ในสี่เดือน

The Information รายงาน (สรุปโดย The Decoder เมื่อ 25 ต.ค. 2026) ว่า OpenAI ให้ส่วนลดก้อนใหญ่เพื่อดึงลูกค้าองค์กรของ Anthropic Rippling ย้ายงานโค้ดของตัวเองไปฝั่ง OpenAI จาก 16% เป็น 52%, Replit ย้ายหลังได้ส่วนลดกว่า 30% ในสัญญาที่มีมูลค่าเกิน $100M ต่อปี และ DataCamp บอกว่าค่าใช้จ่ายลดลง 80–90% วันเดียวกัน Max Woolf ไล่ไทม์ไลน์ให้ดูว่าราคา API ของทั้งสองค่ายลดลงสูงสุด 80% ตั้งแต่มิถุนายน และชี้ว่าคู่แข่งที่กดราคาจริง ๆ คือโมเดลเปิดบน OpenRouter

· อ่าน 5 นาที
Anthropic เปิดข้อมูลภายใน: สัดส่วนจ้าง junior สายเทคนิคลดจาก 27% เหลือ 9%, ชั่วโมงทำงานของ agent มากกว่าคน 6 เท่า — สองวันต่อมาประกาศกันหุ้น 5% เข้า Public Benefit Fund
ธุรกิจและการลงทุน

Anthropic เปิดข้อมูลภายใน: สัดส่วนจ้าง junior สายเทคนิคลดจาก 27% เหลือ 9%, ชั่วโมงทำงานของ agent มากกว่าคน 6 เท่า — สองวันต่อมาประกาศกันหุ้น 5% เข้า Public Benefit Fund

รายงาน 'How employment is changing at Anthropic' (16 ต.ค. 2026) ใช้ข้อมูลภายในบริษัทแสดงว่าสัดส่วนพนักงาน junior ในแผนกเทคนิคลดจาก 21% เหลือ 14% สัดส่วนการจ้าง junior ใหม่ลดจาก 27% เหลือ 9% และชั่วโมงทำงานของ agent ที่พนักงานสั่งงานมากกว่าชั่วโมงทำงานของคน 6 ต่อ 1 จากนั้นวันที่ 18 ต.ค. Anthropic ประกาศกันหุ้น 5% (รอผู้ถือหุ้นอนุมัติ) เข้ากองทุน Public Benefit Fund

· อ่าน 6 นาที