ศาลสูงเดลีชี้ การเก็บข่าวของ ANI ไปเทรน ChatGPT ไม่ถือว่าละเมิดลิขสิทธิ์ — คำวินิจฉัยเรื่องข้อมูลเทรน AI ฉบับแรกของเอเชียใต้
(ข่าวย้อนหลัง — คำสั่งศาลลงวันที่ 24 กรกฎาคม 2026 ซึ่งเรายังไม่ได้รายงาน)
เมื่อวันศุกร์ที่ 24 กรกฎาคม ผู้พิพากษา Amit Bansal แห่งศาลสูงเดลี (Delhi High Court) ยกคำขอคุ้มครองชั่วคราวของสำนักข่าว ANI (Asian News International) ที่ยื่นขอให้ศาลสั่งห้าม OpenAI ใช้เนื้อหาข่าวของตนในการฝึกโมเดลเบื้องหลัง ChatGPT โดยวินิจฉัยในชั้นเบื้องต้น (prima facie) ว่า การที่ OpenAI จัดเก็บงานวรรณกรรมของ ANI เพื่อฝึก LLM เข้าข้อยกเว้นตามมาตรา 52(1)(a) แห่งกฎหมายลิขสิทธิ์อินเดีย ค.ศ. 1957 จึงไม่ถือเป็นการละเมิดลิขสิทธิ์
คดีนี้เริ่มต้นตั้งแต่พฤศจิกายน 2024 และเป็นคดีที่ถูกจับตามากที่สุดคดีหนึ่งนอกสหรัฐฯ เพราะเป็นคำวินิจฉัยเชิงเนื้อหาครั้งแรกของศาลอินเดียในประเด็นว่าบริษัท AI ใช้เนื้อหาข่าวที่มีลิขสิทธิ์ฝึกโมเดลได้หรือไม่โดยไม่ต้องขออนุญาต
ศาลวินิจฉัยอะไรบ้าง
สาระสำคัญของคำสั่งแยกได้เป็นสามชั้น
ชั้นแรก — การจัดเก็บ (storage) ศาลเห็นว่าการเก็บเนื้อหาไว้ระหว่างกระบวนการฝึกโมเดล “โดยลำพังแล้วไม่ถือเป็นการละเมิดลิขสิทธิ์” มาตรา 52(1)(a) ของอินเดียเป็นบทยกเว้นแบบ fair dealing ซึ่งต่างจาก fair use ของสหรัฐฯ ตรงที่เป็นบัญชีปิด — ครอบคลุมเฉพาะการใช้เพื่อการส่วนตัวหรือส่วนบุคคลรวมถึงการวิจัย การวิจารณ์ และการรายงานข่าวเท่านั้น การที่ศาลอ่านการฝึกโมเดลให้เข้าข่าย “การใช้ส่วนตัวรวมถึงการวิจัย” จึงเป็นการตีความที่กว้างพอสมควร
ชั้นที่สอง — ผลลัพธ์ (output) ANI อ้างว่า ChatGPT ผลิตซ้ำเนื้อหาข่าวของตนแบบคำต่อคำเมื่อถูกถาม และยังกุคำพูดกับข่าวขึ้นมาแล้วอ้างว่าเป็นของ ANI ซึ่งทำลายชื่อเสียง ศาลเห็นว่า ANI ไม่สามารถพิสูจน์ได้ว่าโมเดลจดจำ (memorise) และผลิตซ้ำงานของตนในระดับที่จะรองรับคำสั่งคุ้มครองชั่วคราวได้ และคำตอบของ ChatGPT ไม่ได้ “คล้ายกันอย่างมีนัยสำคัญ” (substantially similar) กับต้นฉบับ
ชั้นที่สาม — ดุลประโยชน์ ศาลระบุว่าการให้ความคุ้มครองชั่วคราวในขั้นนี้อาจก่อ “ความเสียหายที่แก้ไขไม่ได้” ไม่เพียงต่อ OpenAI แต่ต่อสาธารณะในวงกว้าง
น่าสังเกตว่าในประเด็น เขตอำนาจศาล ANI เป็นฝ่ายชนะ — OpenAI โต้ว่าคดีไม่อยู่ในอำนาจศาลอินเดียเพราะโมเดลฝึกนอกประเทศและเซิร์ฟเวอร์อยู่ต่างประเทศ แต่ศาลไม่รับข้อโต้แย้งนั้น
ข้อควรระวัง: นี่ยังไม่ใช่คำพิพากษา
จุดที่สื่อจำนวนมากรายงานคลาดเคลื่อนคือการเรียกสิ่งนี้ว่า “คำพิพากษา” ทั้งที่ตัวคำสั่งเองระบุชัดว่าเป็นการวินิจฉัย prima facie ในชั้นคำขอคุ้มครองชั่วคราว และผลการวินิจฉัยจะไม่ผูกพันการพิจารณาคดีในเนื้อหาซึ่งยังดำเนินต่อไปในศาลสูงเดลี
พูดง่าย ๆ คือ ANI แพ้ยกแรก ไม่ได้แพ้ทั้งคดี — แต่ในทางปฏิบัติ การแพ้คำขอคุ้มครองชั่วคราวหมายความว่าตลอดเวลาที่คดีหลักดำเนินอยู่ (ซึ่งอาจกินเวลาหลายปี) OpenAI ไม่ต้องหยุดทำอะไรเลย
มุมมอง AI Curator
คำสั่งนี้มีค่ากับนักพัฒนาในอาเซียนมากกว่าที่หัวข้อข่าวบ่งบอก และเหตุผลอยู่ที่ ตัวบทกฎหมาย ไม่ใช่ตัวคดี
กฎหมายลิขสิทธิ์ของไทย มาเลเซีย สิงคโปร์ และอินเดีย ล้วนสืบสายมาจากระบบ fair dealing แบบอังกฤษ ซึ่งเป็นบัญชีปิดของข้อยกเว้น ไม่ใช่การชั่งน้ำหนักสี่ปัจจัยแบบ fair use ของสหรัฐฯ นักกฎหมายในภูมิภาคนี้จึงมีความเห็นกันมานานว่าคำวินิจฉัย fair use ของศาลอเมริกันเอามาใช้อ้างอิงกับบ้านเราไม่ได้ตรง ๆ — และนั่นทำให้คำสั่งของศาลสูงเดลีกลายเป็น ข้ออ้างอิงชิ้นแรกในระบบ fair dealing ที่มีน้ำหนักจริง คาดได้ว่ามันจะถูกหยิบไปอ้างในชั้นศาลและในเวทีนโยบายทั่วภูมิภาคภายในปีนี้ ทั้งจากฝั่งที่ต้องการใช้และฝั่งที่ต้องการคัดค้าน
สำหรับบริบทไทยโดยตรง มาตรา 32 แห่ง พ.ร.บ. ลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 วางหลักคล้ายกันคือการใช้เพื่อการวิจัยหรือศึกษาที่ไม่แสวงหากำไรและไม่ขัดต่อการแสวงหาประโยชน์ตามปกติของเจ้าของสิทธิ์ ประเด็นที่ยังไม่มีใครตอบได้คือคำว่า “ไม่แสวงหากำไร” — เพราะการเทรนโมเดลเพื่อขายเป็นบริการนั้นแสวงหากำไรอย่างไม่มีข้อสงสัย ศาลสูงเดลีเลี่ยงคำถามนี้ด้วยการโฟกัสไปที่ขั้นตอน “จัดเก็บเพื่อวิจัย” แยกจากขั้นตอน “ให้บริการ” ซึ่งเป็นวิธีแบ่งซอยที่น่าสนใจมาก และเป็นวิธีที่ทีมกฎหมายในไทยน่าจะได้เห็นถูกยกมาใช้
แต่บทเรียนเชิงปฏิบัติที่ผมคิดว่าสำคัญที่สุดสำหรับทีมที่กำลังสร้างของอยู่คือ ประเด็นที่ ANI แพ้ ไม่ใช่ประเด็น “เทรน” แต่คือประเด็น “พิสูจน์” ศาลไม่ได้บอกว่าการจดจำและผลิตซ้ำเป็นเรื่องยอมรับได้ ศาลบอกว่า ANI พิสูจน์ไม่ได้ว่ามันเกิดขึ้น นั่นแปลว่าเส้นแบ่งที่แท้จริงในคดีลักษณะนี้จะไปตกอยู่ที่ memorisation และ substantial similarity ของ output — ซึ่งเป็นเรื่องทางเทคนิคล้วน ๆ ที่ทีมวิศวกรควบคุมได้
ถ้าคุณกำลังเทรนหรือ fine-tune โมเดลด้วยข้อมูลไทย — ไม่ว่าจะเป็นข่าว เอกสารราชการ หรือคลังข้อความที่ scrape มา — สิ่งที่ควรทำไม่ใช่แค่ปรึกษาทนาย แต่คือ วัดอัตราการผลิตซ้ำแบบคำต่อคำของโมเดลตัวเอง และเก็บหลักฐานการวัดนั้นไว้ การมีตัวเลข n-gram overlap และผลทดสอบ regurgitation ที่ทำอย่างเป็นระบบ จะเป็นเอกสารที่มีค่าที่สุดในห้องพิจารณาคดี มากกว่าคำอธิบายว่ากระบวนการเทรนของคุณ “เป็นการแปลงสภาพ” อย่างไร
และสำหรับสำนักข่าวไทยที่กำลังคิดจะเดินตามรอย ANI คำสั่งนี้คือสัญญาณเตือนที่ควรอ่านให้ครบ: ชนะเรื่องเขตอำนาจศาลไม่ได้แปลว่าจะชนะเรื่องเนื้อหา และการฟ้องโดยไม่มีหลักฐานทางเทคนิคที่หนักแน่นเรื่องการผลิตซ้ำ มีแนวโน้มจะจบแบบเดียวกัน
แหล่งข่าว
- Delhi HC Rejects ANI’s Plea For Interim Injunction Against OpenAI In Copyright Suit — Inc42
- ‘OpenAI’s Act Of Storing ANI’s Works Does Not Amount To Copyright Infringement’: Delhi High Court — LiveLaw
- Delhi High Court Rejects ANI’s Interim Plea Against ChatGPT, Says It Would Harm Public Interest — LiveLaw
- Delhi High Court Rules for OpenAI: The Third Major Fair-Use Verdict in 13 Months — The New Publishing Standard
อ่านเพิ่มในหมวด ธุรกิจและกฎหมาย
Anthropic ขยายลายน้ำข้อความไปยัง Claude รุ่นเก่าอีก 4 รุ่น แต่บน Opus 4.6 และ Sonnet 4.6 แค่ปรับ temperature ลายน้ำก็ไม่ทำงาน
อีเมลถึงลูกค้า API ตามรายงานของ The Decoder ระบุว่า Anthropic จะใส่ลายน้ำให้ Mythos 5, Opus 4.7, Opus 4.6 และ Sonnet 4.6 แต่สองรุ่นหลังทำงานเฉพาะเมื่อพารามิเตอร์สุ่มเป็นค่าเริ่มต้น ขณะที่หน้าเอกสารทางการยังไม่แสดงการรองรับและไม่พูดถึงเงื่อนไขนี้
OpenAI จะนำเซสชัน Daybreak Blue ไปเทรนโมเดลตั้งแต่ 29 พ.ย. แม้ปิดการแชร์ข้อมูลไว้ ก่อนส่งอีเมลขอโทษและสัญญาว่าจะมีตัวเลือกแยก
OpenAI แจ้งสมาชิก Trusted Access ว่าจะใช้ข้อมูลเซสชัน Daybreak Blue เทรนโมเดลตั้งแต่ 29 พ.ย. แม้เคยปิดการแชร์ไว้ หลังถูกต้าน อีเมลฉบับที่สองขอโทษและสัญญาว่าจะมีตัวเลือกไม่เข้าร่วมแยกต่างหาก แต่เซสชันที่ถูกตั้งธงยังอาจถูกใช้เพื่อความปลอดภัย
OpenAI รื้อ Model Spec เป็น 5 คุณค่าหลัก — เลิกเรียกว่า the assistant ตัดกฎสไตล์ส่วนใหญ่ และสั่งให้ถือผลข้างเคียงเป็นของจริงแม้อยู่ใน eval
Model Spec ฉบับ 29 ต.ค. จัดโครงใหม่เป็น 5 คุณค่า เพิ่มหมวดการใช้บริบทและความจำ และหลักการรองรับการกำกับโดยมนุษย์ ขณะที่กฎสไตล์ส่วนใหญ่ รวมถึงหัวข้อ Markdown ถูกนำออก OpenAI ยังยอมรับว่าโมเดลที่ใช้งานจริงยังไม่ตรงตามเอกสารทั้งหมด