ข้ามไปยังเนื้อหา
2 ส.ค. 2026 — EU เริ่มบังคับใช้จริง แชตบอตต้องบอกว่าเป็น AI และเนื้อหาที่ AI สร้างต้องติดเครื่องหมายที่เครื่องอ่านได้
ธุรกิจและกฎหมาย

2 ส.ค. 2026 — EU เริ่มบังคับใช้จริง แชตบอตต้องบอกว่าเป็น AI และเนื้อหาที่ AI สร้างต้องติดเครื่องหมายที่เครื่องอ่านได้

อ่าน 6 นาที ที่มา: European Commission

เราเคยเขียนถึงเส้นตายนี้ตอนที่มันยังเป็นการนับถอยหลัง — ตอนนี้มันมาถึงแล้ว วันที่ 2 สิงหาคม 2026 ข้อบังคับด้านความโปร่งใสตาม Article 50 ของ EU AI Act เริ่มมีผลบังคับใช้จริง และที่สำคัญไม่แพ้กันคือ AI Office ของคณะกรรมาธิการยุโรปพร้อมหน่วยงานระดับประเทศ เริ่มมีอำนาจบังคับใช้กฎหมายฉบับนี้อย่างเป็นทางการ

คณะกรรมาธิการยุโรปออกแถลงข่าวล่วงหน้าหนึ่งวัน (31 ก.ค. 2026) หัวข้อ “Commission starts enforcing AI Act rules and new transparency requirements on 2 August” พร้อมเผยแพร่รายชื่อผู้ลงนาม Code of Practice ว่าด้วยความโปร่งใสของเนื้อหาที่ AI สร้าง ชุดแรก มากกว่า 180 องค์กร ซึ่งเป็นเอกสารที่แปลงข้อกฎหมายเป็นแนวปฏิบัติที่ทำตามได้จริง

สิ่งที่เปลี่ยนสำหรับคนสร้างของ ไม่ใช่หลักการกว้าง ๆ แต่เป็นข้อกำหนดที่ต้องลงมือทำในโค้ด

สามอย่างที่ต้องมีตั้งแต่วันนี้

1. แชตบอตต้องบอกว่าตัวเองเป็น AI — ผู้ให้บริการระบบ AI ที่โต้ตอบกับคนโดยตรงต้องทำให้ผู้ใช้รู้ว่ากำลังคุยกับ AI ไม่ใช่มนุษย์ ข้อยกเว้นเดียวคือกรณีที่ “ชัดเจนอยู่แล้วในสายตาของบุคคลธรรมดาที่มีข้อมูลพอสมควร ช่างสังเกต และรอบคอบ” ข้อมูลนี้ต้องแจ้ง “อย่างชัดเจนและแยกแยะได้ อย่างช้าที่สุดคือ ณ เวลาที่มีปฏิสัมพันธ์ครั้งแรก” และต้องเป็นไปตามมาตรฐานการเข้าถึงสำหรับผู้พิการ

2. เนื้อหาสังเคราะห์ต้องติดเครื่องหมายที่เครื่องอ่านได้ — ข้อนี้คือข้อที่กระทบวิศวกรมากที่สุด ผู้ให้บริการ generative AI ต้องทำให้ผลลัพธ์ถูกทำเครื่องหมาย “ในรูปแบบที่เครื่องอ่านได้ และตรวจจับได้ว่าถูกสร้างหรือดัดแปลงโดย AI” กฎหมายเปิดช่องให้ชั่งน้ำหนักระหว่างประสิทธิผลกับความเป็นไปได้ทางเทคนิคและต้นทุนการทำ แต่หลักการชัด: watermark/provenance metadata ไม่ใช่ของแถมอีกต่อไป ข้อยกเว้นครอบคลุมฟังก์ชันช่วยแก้ไขเล็กน้อย (assistive editing) และการบังคับใช้กฎหมาย

3. Deepfake ต้องเปิดเผย — ผู้นำไปใช้ (deployer) ที่สร้างหรือดัดแปลงภาพ เสียง วิดีโอ ในลักษณะ deepfake ต้องเปิดเผยว่าเนื้อหานั้นถูกสร้างหรือดัดแปลงขึ้น มีข้อยกเว้นสำหรับงานศิลปะ งานสร้างสรรค์ และงานเสียดสี (แต่ต้องเปิดเผยในรูปแบบที่เหมาะสม) รวมถึงข้อความที่ AI สร้างซึ่งผ่านการตรวจทานเชิงบรรณาธิการโดยมนุษย์ก่อนเผยแพร่

นอกจากนี้ Article 50 ยังบังคับให้ผู้ที่ใช้ระบบ emotion recognition หรือ biometric categorisation ต้องแจ้งบุคคลที่ถูกประมวลผล และต้องสอดคล้องกับกฎหมายคุ้มครองข้อมูลของ EU

อำนาจบังคับใช้ และค่าปรับที่ต้องรู้ตัวเลข

จากวันนี้ AI Office มีอำนาจอย่างเป็นทางการในการ เรียกดูเอกสารทางเทคนิค ประเมินโมเดล สั่งมาตรการแก้ไข และออกค่าปรับ ตามที่คณะกรรมาธิการระบุ

โครงสร้างค่าปรับตาม Article 99 แบ่งเป็นสามชั้น (ใช้ตัวเลขที่ สูงกว่า ระหว่างจำนวนเงินกับสัดส่วนรายได้):

ชั้นเพดานค่าปรับครอบคลุม
135 ล้านยูโร หรือ 7% ของรายได้ทั่วโลกต่อปีฝ่าฝืนข้อห้าม AI practices ตาม Article 5
215 ล้านยูโร หรือ 3%หน้าที่ของผู้ให้บริการ ผู้นำเข้า ผู้จัดจำหน่าย ผู้นำไปใช้ และข้อบังคับความโปร่งใสตาม Article 50
37.5 ล้านยูโร หรือ 1%ให้ข้อมูลไม่ถูกต้อง ไม่ครบ หรือทำให้เข้าใจผิดต่อหน่วยงาน

จุดที่ต้องอ่านให้ตรง: ข้อบังคับความโปร่งใสอยู่ในชั้นที่สอง — เพดาน 15 ล้านยูโรหรือ 3% ของรายได้ทั่วโลก และสำหรับ SME รวมถึงสตาร์ทอัพ กฎหมายกลับด้านให้ใช้ตัวเลขที่ ต่ำกว่า ระหว่างสองค่า ซึ่งเป็นการผ่อนภาระที่ตั้งใจออกแบบไว้

อีกวันสำคัญที่ยังไม่ถึงคือ 2 สิงหาคม 2027 — ผู้ให้บริการโมเดล general-purpose AI ที่วางตลาดก่อน 2 ส.ค. 2025 มีเวลาถึงวันนั้นในการทำให้สอดคล้อง ส่วนข้อบังคับ AI ความเสี่ยงสูงบางส่วนถูกเลื่อนออกไปตาม Digital Omnibus ที่เราเคยรายงานไว้ — แต่ เส้นตายความโปร่งใสวันนี้ไม่ได้ถูกเลื่อน

มุมมอง AI Curator

ประเด็นที่คนมักเข้าใจผิดคือคิดว่านี่เป็นเรื่องของ OpenAI, Google และ Meta เท่านั้น ความจริงคือชั้นที่โดนหนักที่สุดคือ ชั้นแอปพลิเคชัน — ทีมที่เอา API ของคนอื่นมาห่อเป็นผลิตภัณฑ์ ถ้าคุณทำแชตบอตบริการลูกค้าที่ให้บริการผู้ใช้ใน EU คุณคือ “provider” ตาม Article 50(1) และถ้าคุณทำเครื่องมือสร้างภาพหรือเสียง คุณต้องตอบให้ได้ว่าผลลัพธ์ของคุณ ติดเครื่องหมายที่เครื่องอ่านได้หรือยัง ซึ่งในทางปฏิบัติแปลว่าต้องไปดูว่าโมเดลต้นทางฝัง provenance metadata มาให้หรือเปล่า และไปป์ไลน์ประมวลผลภาพของคุณลบมันทิ้งระหว่างทางหรือไม่ — นี่คืองานวิศวกรรมจริงที่มีคนลืมบ่อยมาก เพราะการ resize หรือ re-encode ภาพมักทำให้ metadata หายไปเงียบ ๆ

สำหรับบริษัทไทย เกณฑ์ที่ต้องดูไม่ใช่ว่าจดทะเบียนที่ไหน แต่คือ มีผู้ใช้ในตลาด EU หรือไม่ สตาร์ทอัพไทยที่ปล่อยแอปบน App Store แบบไม่จำกัดภูมิภาค, เอเจนซีที่ทำคอนเทนต์ให้แบรนด์ยุโรป, หรือผู้ให้บริการ SaaS ที่มีลูกค้าองค์กรในเยอรมนี — ทั้งหมดอยู่ในขอบเขต ข่าวดีคือชั้น SME ใช้เพดานที่ต่ำกว่า และข้อกำหนดสามข้อข้างต้นทำได้ด้วยงานวิศวกรรมระดับวันถึงสัปดาห์ ไม่ใช่ระดับไตรมาส ข่าวร้ายคือไม่มีใครมาเตือนคุณล่วงหน้า

มองยาวกว่านั้น สิ่งที่น่าจับตาคือ ผู้ลงนาม Code of Practice 180 กว่าองค์กร จะกลายเป็นมาตรฐานโดยพฤตินัยของทั้งอุตสาหกรรมหรือไม่ ประวัติศาสตร์ GDPR บอกว่าเมื่อผู้เล่นใหญ่ต้องทำระบบให้สอดคล้องกับ EU พวกเขามักทำครั้งเดียวแล้วเปิดใช้ทั่วโลก เพราะถูกกว่าการดูแลสองเวอร์ชัน ถ้ารูปแบบเดิมซ้ำรอย นักพัฒนาไทยจะได้ watermark และ provenance metadata ติดมากับ API ที่ใช้อยู่แล้วโดยไม่ต้องขอ — และคำถามที่เหลือจะกลายเป็นว่า ไทยจะออกกฎของตัวเอง หรือรับมาตรฐานที่ยุโรปเขียนไว้ให้แล้ว ซึ่งเป็นคำถามที่เราควรถามตั้งแต่ตอนนี้ ไม่ใช่ตอนที่ deepfake ภาษาไทยกลายเป็นปัญหาระดับชาติ

แหล่งข่าว

บทความนี้เรียบเรียงจากแหล่งข่าวต้นทาง — European Commission

เนื้อหาบน blog นี้สร้างโดย AI โดยมีการกำกับบรรณาธิการจากมนุษย์

อ่านเพิ่มในหมวด ธุรกิจและกฎหมาย

Anthropic ขยายลายน้ำข้อความไปยัง Claude รุ่นเก่าอีก 4 รุ่น แต่บน Opus 4.6 และ Sonnet 4.6 แค่ปรับ temperature ลายน้ำก็ไม่ทำงาน
ธุรกิจและกฎหมาย

Anthropic ขยายลายน้ำข้อความไปยัง Claude รุ่นเก่าอีก 4 รุ่น แต่บน Opus 4.6 และ Sonnet 4.6 แค่ปรับ temperature ลายน้ำก็ไม่ทำงาน

อีเมลถึงลูกค้า API ตามรายงานของ The Decoder ระบุว่า Anthropic จะใส่ลายน้ำให้ Mythos 5, Opus 4.7, Opus 4.6 และ Sonnet 4.6 แต่สองรุ่นหลังทำงานเฉพาะเมื่อพารามิเตอร์สุ่มเป็นค่าเริ่มต้น ขณะที่หน้าเอกสารทางการยังไม่แสดงการรองรับและไม่พูดถึงเงื่อนไขนี้

· อ่าน 4 นาที
OpenAI จะนำเซสชัน Daybreak Blue ไปเทรนโมเดลตั้งแต่ 29 พ.ย. แม้ปิดการแชร์ข้อมูลไว้ ก่อนส่งอีเมลขอโทษและสัญญาว่าจะมีตัวเลือกแยก
ธุรกิจและกฎหมาย

OpenAI จะนำเซสชัน Daybreak Blue ไปเทรนโมเดลตั้งแต่ 29 พ.ย. แม้ปิดการแชร์ข้อมูลไว้ ก่อนส่งอีเมลขอโทษและสัญญาว่าจะมีตัวเลือกแยก

OpenAI แจ้งสมาชิก Trusted Access ว่าจะใช้ข้อมูลเซสชัน Daybreak Blue เทรนโมเดลตั้งแต่ 29 พ.ย. แม้เคยปิดการแชร์ไว้ หลังถูกต้าน อีเมลฉบับที่สองขอโทษและสัญญาว่าจะมีตัวเลือกไม่เข้าร่วมแยกต่างหาก แต่เซสชันที่ถูกตั้งธงยังอาจถูกใช้เพื่อความปลอดภัย

· อ่าน 3 นาที
OpenAI รื้อ Model Spec เป็น 5 คุณค่าหลัก — เลิกเรียกว่า the assistant ตัดกฎสไตล์ส่วนใหญ่ และสั่งให้ถือผลข้างเคียงเป็นของจริงแม้อยู่ใน eval
ธุรกิจและกฎหมาย

OpenAI รื้อ Model Spec เป็น 5 คุณค่าหลัก — เลิกเรียกว่า the assistant ตัดกฎสไตล์ส่วนใหญ่ และสั่งให้ถือผลข้างเคียงเป็นของจริงแม้อยู่ใน eval

Model Spec ฉบับ 29 ต.ค. จัดโครงใหม่เป็น 5 คุณค่า เพิ่มหมวดการใช้บริบทและความจำ และหลักการรองรับการกำกับโดยมนุษย์ ขณะที่กฎสไตล์ส่วนใหญ่ รวมถึงหัวข้อ Markdown ถูกนำออก OpenAI ยังยอมรับว่าโมเดลที่ใช้งานจริงยังไม่ตรงตามเอกสารทั้งหมด

· อ่าน 4 นาที