Ling-3.0-flash ของ Ant Group ขึ้น Hugging Face แล้ว — MoE 124B ที่ปลุกใช้จริงแค่ 5.1B ต่อโทเคน สัญญาอนุญาต MIT คอนเท็กซ์ 256K และเพิ่งปล่อยตัวเลข benchmark ออกมาเมื่อวาน
โมเดลตัวนี้เราตกไปหนึ่งจังหวะ — น้ำหนักของ Ling-3.0-flash จาก inclusionAI (ทีมโมเดลของ Ant Group เครือ Alibaba) ขึ้น Hugging Face มาตั้งแต่ต้นเดือนสิงหาคม แต่ตอนนั้นโมเดลการ์ดยังไม่มีตัวเลขผลทดสอบให้ดูเลย จนกระทั่ง เมื่อวานนี้ (6 ส.ค.) ทีมงานเพิ่งเพิ่มส่วน evaluation results เข้าไป ตอนนี้จึงพอประเมินได้ว่ามันอยู่ตรงไหน
และคำตอบคือ: น่าสนใจกว่าที่ขนาดไฟล์บอก
สเปก: ใหญ่ 124B แต่จ่ายไฟแค่ 5.1B
ตัวเลขที่เป็นจุดขายของรุ่นนี้คืออัตราส่วนการปลุกใช้ (activation ratio):
| รายการ | ค่า |
|---|---|
| พารามิเตอร์รวม | 124B |
| พารามิเตอร์ที่ปลุกใช้ต่อโทเคน | 5.1B (~8.1%) |
| Expert | 512 routed + 1 shared, ปลุกใช้ 8 ตัวต่อโทเคน |
| ชั้น Transformer | 35 ชั้น KDA + 7 ชั้น Gated MLA |
| Attention heads | 32 |
| Hidden size | 2,560 |
| ขนาด vocabulary | 157,184 |
| คอนเท็กซ์ | ฝึกไล่ระดับ 8K → 32K → 256K |
| สัญญาอนุญาต | MIT |
จุดที่ต่างจาก MoE ทั่วไปคือสถาปัตยกรรม native hybrid linear attention: มันไม่ได้ใช้ attention แบบเดิมทั้งตัว แต่สลับ KDA (Kimi Delta Attention) กับ Gated MLA ในอัตราส่วน 5:1 — คือ 5 ชั้น linear ต่อ 1 ชั้น full attention
ผลที่ตามมาจับต้องได้ตรง ๆ ที่ TTFT (time to first token) ในงานอินพุตยาว ซึ่งทีมระบุว่าลดลง 60% ถึงกว่า 80% เทียบกับสถาปัตยกรรมเดิม นี่คือส่วนที่สำคัญที่สุดสำหรับงาน agent จริง เพราะ agent loop คือการยิงคอนเท็กซ์ยาว ๆ ซ้ำ ๆ หลายสิบรอบ ต้นทุนต่อรอบจึงทบกันเร็วมาก
ตัวเลขที่โมเดลการ์ดให้ไว้
ตัวเลขต่อไปนี้มาจากโมเดลการ์ดของ inclusionAI เอง ยังไม่มีการยืนยันจากบุคคลที่สาม — อ่านแบบระวังตามปกติ:
| Benchmark | คะแนน |
|---|---|
| SWE-Bench Pro | 56.6 |
| SWE-Bench Multilingual | 72.4 |
| AIME 2026 | 93.2 |
| HMMT Feb 2026 | 87 |
| HLE | 22.7 |
ทีมระบุว่าชุด SWE-Bench วัดด้วย OpenHands เป็น agent harness พร้อม prompt ที่ปรับเอง ตั้งค่า temperature 0.6, top_p 0.95, max_new_tokens 32K บนคอนเท็กซ์ 256K — การบอก harness มาด้วยเป็นเรื่องดี เพราะคะแนน SWE-Bench เปลี่ยนได้เยอะมากตาม harness ที่ใช้ (ประเด็นนี้ตรงกับผลทดสอบ harness ที่เราเคยเขียนถึง)
โมเดลการ์ดยังอ้างถึงผลบน Tau3-banking-AA, MCP-Atlas และ SkillsBench ด้วย แต่ยังไม่ได้ลงตัวเลขให้ดู
มีรุ่น FP4 มาให้แล้ว
สิ่งที่ทำให้รุ่นนี้ใช้งานได้จริงเร็วขึ้นคือ inclusionAI ปล่อย Ling-3.0-flash-fp4 ออกมาพร้อมกัน — เป็นการ quantize แบบ groupwise บนน้ำหนักของ routed expert เหลือขนาดราว 66B พารามิเตอร์ และตัวอย่าง quickstart ระบุว่ารันได้บน GPU Blackwell 2 ใบ ผ่าน backend อย่าง flashinfer_mxfp4
โมเดลการ์ดของรุ่น FP4 มีตารางเทียบผลหลัง quantize ให้ด้วย เช่น GPQA-diamond ที่ 82.42 และ IFBench ที่ 72.33 — การที่ผู้พัฒนาเผยแพร่ตัวเลข “หลังบีบ” ควบคู่กับตัวเลขเต็ม เป็นแนวปฏิบัติที่ควรเป็นมาตรฐานแต่ยังไม่ค่อยมีใครทำ
พูดตรง ๆ ว่านี่ยังไม่ใช่โมเดล “รันบนการ์ดเกม” — 66B ที่ FP4 กับ Blackwell สองใบยังเป็นระดับเวิร์กสเตชันหรือเซิร์ฟเวอร์ ไม่ใช่โน้ตบุ๊ก แต่ก็ห่างจาก “ต้องมีคลัสเตอร์” อยู่พอสมควร
มุมมอง AI Curator
เรื่องที่ควรจับไม่ใช่คะแนน benchmark แต่เป็น โจทย์ที่โมเดลตัวนี้เลือกจะแก้
โมเดลเปิดจากจีนช่วงหลังแข่งกันที่ “คะแนนสูงสุดต่อขนาด” กันหมด Ling-3.0-flash เลือกแข่งที่ ต้นทุนต่อการเรียกใช้ในงาน agent แทน — 5.1B active จาก 124B และ TTFT ที่ลดลง 60–80% ในอินพุตยาว คือการออกแบบเพื่องานที่ต้องวนลูปยาว ๆ ซ้ำ ๆ ไม่ใช่งานถาม-ตอบครั้งเดียว ซึ่งตรงกับสิ่งที่คนสร้าง agent เจอจริง: ปัญหาไม่ใช่โมเดลไม่ฉลาดพอ แต่คือรันทั้งวันแล้วบิลบานปลาย
สัญญาอนุญาต MIT คือประเด็นที่ประเมินค่าต่ำไม่ได้ โมเดลเปิดจำนวนมากที่โฆษณาว่า “open” มากับสัญญาที่มีเงื่อนไขการใช้เชิงพาณิชย์ เพดานผู้ใช้ หรือข้อจำกัดตามภูมิภาคแฝงอยู่ MIT ไม่มีอะไรพวกนั้น — สำหรับทีมในไทยที่ต้องผ่านฝ่ายกฎหมายก่อนเอาโมเดลขึ้น production ความแตกต่างตรงนี้มักเป็นตัวตัดสินจริงยิ่งกว่าคะแนน SWE-Bench (บทเรียนจากกรณีสัญญาอนุญาตของ Kimi K3 ยังใช้ได้อยู่: อ่านไฟล์ LICENSE ในรีโปเอง อย่าเชื่อพาดหัวข่าว)
สิ่งที่ยังต้องรอ และเป็นเหตุผลที่ไม่ควรรีบสรุปตอนนี้: ยังไม่มีตัวเลขจากบุคคลที่สาม — ไม่มี Artificial Analysis ไม่มี LMArena ไม่มีรายงานจากคนที่เอาไปรันงานจริง สถาปัตยกรรม hybrid linear attention เป็นตัวแปรที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ เพราะโมเดลกลุ่ม linear/hybrid มีประวัติทำคะแนน benchmark ได้สวยแต่ไปพลาดตอนใช้งานคอนเท็กซ์ยาวจริง ตรงที่การจำรายละเอียดข้ามระยะไกลมีความสำคัญ ใครจะเอาไปใช้งาน agent ที่กินคอนเท็กซ์ยาว ๆ ควรทดสอบด้วยงานของตัวเองก่อน อย่าเพิ่งเชื่อเลข 256K ที่หน้าปก
ในบริบทอาเซียน โมเดลระดับนี้ที่เปิด MIT มีความหมายเชิงปฏิบัติ: องค์กรที่ติดข้อกำหนดว่าข้อมูลต้องไม่ออกนอกประเทศ — ธนาคาร โรงพยาบาล หน่วยงานรัฐ — ไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากโฮสต์เอง และตัวเลือกที่ “โฮสต์เองได้จริงในงบที่จ่ายไหว” ยังนับนิ้วได้ การมีโมเดลที่ FP4 แล้วลงเซิร์ฟเวอร์สองการ์ดได้ พร้อมสัญญาที่ฝ่ายกฎหมายไม่ต้องตีความ คือการขยับเพดานของสิ่งที่ทำได้จริงในองค์กรแบบนั้น มากกว่าที่คะแนนเพิ่มอีกสองสามจุดจะให้ได้
แหล่งข่าว
อ่านเพิ่มในหมวด โมเดลใหม่
Google เปิดตัว Gemini 4 Carbon ขึ้นอันดับ 1 Artificial Analysis v5 ด้วยคะแนน 59 แต่ยังให้ใช้แค่นักป้องกันไซเบอร์กลุ่มเล็ก
Gemini 4 Carbon เปิดตัว 28 ต.ค. แซง Claude Opus 5.5 บน Intelligence Index v5 แค่ 1 คะแนน และตามหลังเพียง 3 คะแนนในดัชนี coding agent ราคาเปิดตัว $2/$10 แต่นักพัฒนาทั่วไปยังเรียกใช้ไม่ได้ ระหว่างที่ Google ค่อย ๆ เปิดผ่านโปรแกรม Fairwind
Microsoft ปล่อย Mage-VL-Cowork โมเดล 4B คุมเดสก์ท็อปและเทอร์มินัลในตัวเดียว ได้ 66% บน OSWorld-Verified สัญญาอนุญาต Apache-2.0
Mage-VL-Cowork ขนาด 4B ของ Microsoft เลือกเองว่าจะคลิกหน้าจอหรือสั่ง bash ทำคะแนน OSWorld-Verified 66.0% ใกล้ค่าอ้างอิงมนุษย์ 72.4% ในตารางเดียวกัน แต่คำว่าดีที่สุดในขนาด 4B มีคู่เทียบบนตารางนี้แค่รุ่นเดียว
Mistral ปล่อยน้ำหนัก Large 4 จริงแล้ว — 1T ราคาลดเกือบครึ่ง แต่บน AA ได้ 26 และสัญญาอนุญาตห้ามขายเป็น API ถ้าไม่มีใบอนุญาตแยก
Mistral ปล่อยน้ำหนัก Large 4 (Le Chonk) เมื่อ 29 ต.ค. เป็นรุ่นที่ฝึก RL ต่ออีกสามสัปดาห์หลัง preview ขนาด 1T ใช้พื้นที่ราว 1.06TB ราคา API ลดเหลือ $0.70/$2.10 Mistral นำ open-weight ด้าน coding แต่คะแนนรวม AA 26 ตามหลังโมเดลจีน และสัญญาอนุญาตกันธุรกิจ Model-as-a-Service