ข้ามไปยังเนื้อหา
DeepSeek ประกาศราคาใหม่แล้ว — คิดค่าบริการแบบ peak/off-peak เริ่ม 16 ส.ค. ราคา cache hit ของ V4 Pro แพงขึ้นสูงสุด 12 เท่า
ธุรกิจและกฎหมาย

DeepSeek ประกาศราคาใหม่แล้ว — คิดค่าบริการแบบ peak/off-peak เริ่ม 16 ส.ค. ราคา cache hit ของ V4 Pro แพงขึ้นสูงสุด 12 เท่า

อ่าน 5 นาที ที่มา: DeepSeek API Docs

เมื่อวานเราเขียนถึงคำเตือนบนหน้า pricing ของ DeepSeek ที่บอกแค่ว่าจะขึ้นราคา “อย่างมีนัยสำคัญ” โดยไม่มีตัวเลข — วันนี้ตัวเลขขึ้นแล้ว และมันมาพร้อมโครงสร้างราคาแบบใหม่ทั้งชุด

ตั้งแต่ 16:00 UTC ของวันที่ 16 สิงหาคม 2026 (ตรงกับ 23:00 น. ตามเวลาไทย) DeepSeek API จะเปลี่ยนไปคิดค่าบริการแบบ peak / off-peak โดยราคาช่วง off-peak เท่ากับครึ่งหนึ่งของราคาช่วง peak ประเด็นที่ต้องอ่านให้ขาดคือ ราคาขึ้นทุกช่อง ไม่ว่าจะช่วงไหน — off-peak ที่ว่า “ถูกกว่าครึ่ง” นั้นยังแพงกว่าราคาปัจจุบันทั้งหมด

ตัวเลขจริง: เทียบก่อน–หลัง

deepseek-v4-pro (ราคาต่อ 1 ล้าน token, หน่วย USD)

ช่องปัจจุบันใหม่ off-peakใหม่ peak
Input (cache hit)$0.003625$0.022 (≈6.1×)$0.044 (≈12.1×)
Input (cache miss)$0.435$0.66 (≈1.5×)$1.32 (≈3.0×)
Output$0.87$1.98 (≈2.3×)$3.96 (≈4.6×)

deepseek-v4-flash

ช่องปัจจุบันใหม่ off-peakใหม่ peak
Input (cache hit)$0.0028$0.007 (2.5×)$0.014 (5×)
Input (cache miss)$0.14$0.22 (≈1.6×)$0.44 (≈3.1×)
Output$0.28$0.66 (≈2.4×)$1.32 (≈4.7×)

ช่วง peak ที่ DeepSeek กำหนดคือ 01:00–04:00 UTC และ 06:00–10:00 UTC เวลาที่เหลือทั้งหมดนับเป็น off-peak สเปกอื่นของโมเดลไม่เปลี่ยน — context ยังอยู่ที่ 1M token และ output สูงสุด 384K token ทั้งสองรุ่น

จุดที่เจ็บที่สุดคือ cache hit — และนั่นคือ agent workflow เต็ม ๆ

ถ้าดูแค่ราคา headline (cache miss + output) การขึ้นราคาก็ดูหนักอยู่แล้วแต่ยังพอรับได้ แต่ช่องที่โดนหนักที่สุดในเชิงสัดส่วนคือ cache hit ซึ่งขึ้นถึง 6 เท่าในช่วง off-peak และ 12 เท่าในช่วง peak สำหรับ V4 Pro

ทำไมถึงสำคัญ: ในโครงสร้างราคาปัจจุบัน cache hit ของ V4 Pro ถูกกว่า cache miss ประมาณ 120 เท่า หลัง 16 ส.ค. อัตราส่วนนั้นจะเหลือแค่ 30 เท่า — พูดอีกแบบคือ ส่วนลดจากการทำ prompt caching ให้ดีถูกหั่นลงเหลือหนึ่งในสี่

คนที่โดนเต็ม ๆ คืองานที่พึ่ง cache มากที่สุด นั่นคือ agent ที่วน loop อ่านไฟล์ชุดเดิมซ้ำ ๆ — coding agent, RAG ที่ยิง context ก้อนใหญ่คงที่, chatbot multi-turn ที่มี system prompt ยาว ยิ่ง cache hit ratio ของคุณสูงเท่าไร บิลของคุณยิ่งเพิ่มเป็นสัดส่วนที่สูงขึ้นเท่านั้น ซึ่งเป็นความรู้สึกที่ย้อนกับสัญชาตญาณ เพราะปกติ cache hit ratio สูงคือเรื่องดี

ช่วง peak ทับเวลาทำงานของคนไทยเกือบพอดี

เรื่องนี้ไม่มีในประกาศ แต่นักพัฒนาไทยควรคำนวณเอง — แปลง peak เป็นเวลาไทย (UTC+7) จะได้:

  • 01:00–04:00 UTC → 08:00–11:00 น.
  • 06:00–10:00 UTC → 13:00–17:00 น.

แปลว่าเวลาทำงานมาตรฐานของออฟฟิศไทยเกือบทั้งวัน อยู่ในช่วง peak เหลือแต่ช่วงพักเที่ยง (11:00–13:00) และหลังเลิกงาน (หลัง 17:00) ที่เป็น off-peak ตารางนี้ชัดเจนว่าออกแบบตามเวลาทำการของจีน (UTC+8) และเนื่องจากไทยห่างจากจีนแค่ชั่วโมงเดียว เราจึงรับผลกระทบเต็มโดยไม่ได้ตั้งใจ

สำหรับงานที่รันแบบ interactive — coding agent ที่นักพัฒนานั่งใช้อยู่หน้าจอ — คุณเลี่ยง peak ไม่ได้ แต่สำหรับ batch workload (สรุปเอกสารค้างคืน, classify ข้อมูลก้อนใหญ่, สร้าง embedding, งาน ETL ที่มีโมเดลคั่น) การเลื่อนไปรันหลังห้าโมงเย็นหรือช่วงดึกคือการลดบิลลงครึ่งหนึ่งด้วยการแก้ cron หนึ่งบรรทัด

มุมมอง AI Curator

การขึ้นราคาครั้งนี้ไม่ใช่แค่ DeepSeek แพงขึ้น — มันคือ การถอนตัวจากบทบาทเพดานราคาของอุตสาหกรรม ที่ DeepSeek รับไว้มาตลอดปีกว่า

ลองวางราคาใหม่เทียบกับตลาดปัจจุบันดู: V4 Pro ช่วง peak อยู่ที่ $1.32/$3.96 ต่อล้าน token ขณะที่ Grok 4.6 ที่เราเขียนถึงเมื่อวานอยู่ที่ $2/$6 และ Gemini 3.7 Flash เพิ่งลดราคาลงครึ่งหนึ่ง ตัวเลขพวกนี้เริ่มอยู่ใน ระนาบเดียวกัน แล้ว จากเดิมที่ DeepSeek เคยถูกกว่าคู่แข่งแบบสิบเท่า ตอนนี้เหลือแค่ “ถูกกว่านิดหน่อย” ซึ่งเปลี่ยนเหตุผลในการเลือกจาก “ราคาจนไม่ต้องคิด” มาเป็น “ต้องเทียบคุณภาพจริงแล้ว” — และการเทียบคุณภาพคือสนามที่ DeepSeek ไม่ได้ชนะขาด

สิ่งที่ทีมไทยควรทำภายในสองวันนี้ (ก่อนราคาใหม่มีผล 23:00 น. วันที่ 16) มีสามข้อ

หนึ่ง — คำนวณบิลใหม่ด้วยของจริง ไม่ใช่ประมาณ ดึงตัวเลข token ย้อนหลัง 30 วันแยกตาม cache hit / cache miss / output แล้วคูณด้วยตารางข้างบน อย่าใช้ค่าเฉลี่ย เพราะโครงสร้างราคาใหม่ลงโทษ workload แบบ cache-heavy หนักกว่าที่ค่าเฉลี่ยจะบอก

สอง — แยก workload เป็น interactive กับ batch ให้ชัด แล้วย้าย batch ทั้งหมดออกจากหน้าต่าง peak นี่คือการประหยัด 50% ที่ไม่ต้องแตะโค้ดโมเดลเลยสักบรรทัด และถ้าระบบคุณยังไม่มีคิวงานที่เลื่อนเวลาได้ นี่คือเหตุผลทางธุรกิจที่ชัดพอจะสร้างมันเสียที

สาม — ถือโอกาสนี้ทดสอบทางหนีจริง ๆ ไม่ใช่แค่พูดว่า “เราสลับโมเดลได้” แต่รัน eval ชุดเดียวกันบน Qwen3.8, GLM, Nemotron หรือ Ling 3.0 Flash ให้เห็นตัวเลข ประเด็นไม่ใช่ต้องย้ายหนี แต่คือคุณต้องรู้ ต้นทุนของการไม่ย้าย เมื่อผู้ให้บริการขึ้นราคาอีกครั้ง — ซึ่งครั้งนี้พิสูจน์แล้วว่าเกิดขึ้นได้ในเวลาแจ้งล่วงหน้าไม่ถึงสัปดาห์

บทเรียนเชิงโครงสร้างที่ควรจำ: ราคา API ที่ถูกผิดธรรมชาติคือเงินอุดหนุน ไม่ใช่กฎฟิสิกส์ ทีมที่สร้าง unit economics ทั้งก้อนบนสมมติฐานว่าโทเคนจะถูกแบบนี้ตลอดไป เพิ่งได้รับใบแจ้งเตือนล่วงหน้าสามวัน

แหล่งข่าว:

บทความนี้เรียบเรียงจากแหล่งข่าวต้นทาง — DeepSeek API Docs

เนื้อหาบน blog นี้สร้างโดย AI โดยมีการกำกับบรรณาธิการจากมนุษย์

อ่านเพิ่มในหมวด ธุรกิจและกฎหมาย

Anthropic ขยายลายน้ำข้อความไปยัง Claude รุ่นเก่าอีก 4 รุ่น แต่บน Opus 4.6 และ Sonnet 4.6 แค่ปรับ temperature ลายน้ำก็ไม่ทำงาน
ธุรกิจและกฎหมาย

Anthropic ขยายลายน้ำข้อความไปยัง Claude รุ่นเก่าอีก 4 รุ่น แต่บน Opus 4.6 และ Sonnet 4.6 แค่ปรับ temperature ลายน้ำก็ไม่ทำงาน

อีเมลถึงลูกค้า API ตามรายงานของ The Decoder ระบุว่า Anthropic จะใส่ลายน้ำให้ Mythos 5, Opus 4.7, Opus 4.6 และ Sonnet 4.6 แต่สองรุ่นหลังทำงานเฉพาะเมื่อพารามิเตอร์สุ่มเป็นค่าเริ่มต้น ขณะที่หน้าเอกสารทางการยังไม่แสดงการรองรับและไม่พูดถึงเงื่อนไขนี้

· อ่าน 4 นาที
OpenAI จะนำเซสชัน Daybreak Blue ไปเทรนโมเดลตั้งแต่ 29 พ.ย. แม้ปิดการแชร์ข้อมูลไว้ ก่อนส่งอีเมลขอโทษและสัญญาว่าจะมีตัวเลือกแยก
ธุรกิจและกฎหมาย

OpenAI จะนำเซสชัน Daybreak Blue ไปเทรนโมเดลตั้งแต่ 29 พ.ย. แม้ปิดการแชร์ข้อมูลไว้ ก่อนส่งอีเมลขอโทษและสัญญาว่าจะมีตัวเลือกแยก

OpenAI แจ้งสมาชิก Trusted Access ว่าจะใช้ข้อมูลเซสชัน Daybreak Blue เทรนโมเดลตั้งแต่ 29 พ.ย. แม้เคยปิดการแชร์ไว้ หลังถูกต้าน อีเมลฉบับที่สองขอโทษและสัญญาว่าจะมีตัวเลือกไม่เข้าร่วมแยกต่างหาก แต่เซสชันที่ถูกตั้งธงยังอาจถูกใช้เพื่อความปลอดภัย

· อ่าน 3 นาที
OpenAI รื้อ Model Spec เป็น 5 คุณค่าหลัก — เลิกเรียกว่า the assistant ตัดกฎสไตล์ส่วนใหญ่ และสั่งให้ถือผลข้างเคียงเป็นของจริงแม้อยู่ใน eval
ธุรกิจและกฎหมาย

OpenAI รื้อ Model Spec เป็น 5 คุณค่าหลัก — เลิกเรียกว่า the assistant ตัดกฎสไตล์ส่วนใหญ่ และสั่งให้ถือผลข้างเคียงเป็นของจริงแม้อยู่ใน eval

Model Spec ฉบับ 29 ต.ค. จัดโครงใหม่เป็น 5 คุณค่า เพิ่มหมวดการใช้บริบทและความจำ และหลักการรองรับการกำกับโดยมนุษย์ ขณะที่กฎสไตล์ส่วนใหญ่ รวมถึงหัวข้อ Markdown ถูกนำออก OpenAI ยังยอมรับว่าโมเดลที่ใช้งานจริงยังไม่ตรงตามเอกสารทั้งหมด

· อ่าน 4 นาที