OpenAI ประกาศคง Zero Data Retention ไว้กับโมเดลรุ่นถัดไป — สวนทาง Anthropic ที่บังคับเก็บ prompt 30 วันสำหรับโมเดลตระกูล Mythos
20 สิงหาคม 2026 OpenAI ประกาศกับลูกค้าองค์กรว่าสัญญา Zero Data Retention (ZDR) — ข้อตกลงที่ระบุว่าผู้ให้บริการจะไม่เก็บ prompt และคำตอบไว้เลยหลังประมวลผลเสร็จ — จะยังคงใช้ได้กับโมเดล frontier รุ่นถัดไปของบริษัท พร้อมเปิดพรีวิวระบบชื่อ Private Safety Processing (PSP) ที่ออกแบบมาเพื่อแก้โจทย์ที่ทำให้คู่แข่งต้องยอมทิ้ง ZDR ไป
นี่ไม่ใช่ข่าวเทคนิค แต่เป็นข่าวที่กำหนดว่าองค์กรแบบไหนจะ ใช้โมเดลตัวท็อปของใครได้บ้าง และสำหรับทีมในไทยที่ทำงานกับข้อมูลภายใต้ PDPA หรือระเบียบธนาคารแห่งประเทศไทย นี่คือตัวแปรที่ตัดสินการเลือกเวนเดอร์ได้เลย
ปัญหาที่ทำให้ ZDR กับโมเดลรุ่นใหม่อยู่ด้วยกันยาก
ระบบตรวจจับการใช้งานผิดแบบเดิมดูทีละคำขอ — ข้อความนี้เข้าข่ายอันตรายไหม ผ่าน/ไม่ผ่าน จบ วิธีนี้เข้ากับ ZDR ได้ดีเพราะไม่ต้องเก็บอะไรไว้
แต่พอโมเดลทำงานที่ยาวขึ้นและอิสระขึ้น รูปแบบการโจมตีที่น่ากลัวก็เปลี่ยนไป มันไม่ได้อยู่ใน prompt เดียวอีกต่อไป แต่กระจายอยู่ในหลายคำขอที่แต่ละอันดูปกติสิ้นเชิง — เช่นการทำ best-of-N jailbreaking ที่ยิงคำขอเป็นพันครั้งเพื่อรอครั้งที่หลุด หรือปฏิบัติการที่มีรัฐหนุนหลังซึ่งค่อย ๆ ประกอบชิ้นส่วนทีละนิด การจะเห็นรูปแบบพวกนี้ต้องเอาข้อมูลหลายคำขอมาวางเทียบกัน ซึ่งแปลว่าต้องเก็บไว้
Private Safety Processing คือคำตอบของ OpenAI ต่อโจทย์นี้ ตามที่ The Stack รายงาน ระบบนี้ “ระบุรูปแบบข้ามการโต้ตอบหลายครั้งกับโมเดลได้ โดยไม่ให้พนักงานเข้าถึง prompt หรือคำตอบจริง” — สิ่งที่ส่งกลับไปหา OpenAI คือสัญญาณความปลอดภัยแบบแคบ ๆ ระบุประเภทและความรุนแรงของกิจกรรม ไม่ใช่เนื้อหา ส่วนข้อมูลลูกค้ายังอยู่บนโครงสร้างพื้นฐานของลูกค้าเองหรือถูกเข้ารหัสโดยลูกค้าถือกุญแจ
OpenAI ระบุว่ากำลังทดสอบกับลูกค้ากลุ่มแรกอยู่ และจะเริ่มทยอยเปิดใช้ใน กันยายน 2026 โดยจะมี technical white paper ตามมา ข้อจำกัดที่ควรรู้: ตัวเลือก ZDR เปิดให้เฉพาะลูกค้าที่ได้รับ การอนุมัติ เท่านั้น ไม่ใช่เปิดกว้างสำหรับทุกคน
ฝั่ง Anthropic: โมเดล covered ต้องเก็บ 30 วัน แม้จะมีสัญญา ZDR
สิ่งที่ทำให้ประกาศนี้มีน้ำหนักคือบริบทฝั่งตรงข้าม ซึ่งตรวจสอบได้จากเอกสารของ Anthropic เอง
ตามหน้า Privacy Center ของ Anthropic เรื่อง data retention practices for covered models: prompt และเอาต์พุตของ covered models จะถูกเก็บไว้ 30 วัน เพื่อรองรับงานด้านความปลอดภัย โดย covered models หมายถึงโมเดลระดับ Mythos-class และโมเดลในอนาคตที่มีความสามารถใกล้เคียง — ซึ่งระบุชื่อ Claude Mythos 5 และ Claude Fable 5 ไว้ชัดเจน
ที่สำคัญคือ ZDR ไม่ครอบคลุมโมเดลกลุ่มนี้ องค์กรที่เคยมีสัญญา ZDR ต้องเปิดการเก็บข้อมูลก่อนจึงจะเข้าถึงโมเดลเหล่านี้ได้ (ยังคง ZDR ไว้กับ workspace และโมเดลอื่นได้) และเงื่อนไขนี้ตามไปทุกช่องทาง — Claude Console, Claude Code บน Claude Enterprise, รวมถึงการเรียกผ่าน AWS Bedrock, Google Cloud Agent Platform และ Microsoft Foundry ส่วนผู้ใช้ทั่วไป (Free / Pro / Max) ไม่กระทบเพราะมีการเก็บข้อมูลตามเงื่อนไขเดิมอยู่แล้ว
เหตุผลที่ Anthropic ให้ไว้คือเรื่องเดียวกับที่ OpenAI พยายามแก้เป๊ะ ๆ — การโจมตีบางแบบเห็นได้ก็ต่อเมื่อดูข้ามหลายคำขอ ต่างกันแค่วิธีตอบ: Anthropic เลือกเก็บข้อมูลแล้วยอมรับว่าต้องแลก ส่วน OpenAI เลือกสร้างกลไกที่อ้างว่าได้ทั้งสองอย่าง
มุมมอง AI Curator
ผมคิดว่าอย่ารีบสรุปว่านี่คือ “OpenAI ชนะเรื่องความเป็นส่วนตัว” — เพราะสองบริษัทกำลังแลกของคนละอย่าง และยังไม่มีใครพิสูจน์ว่าตัวเองถูก
จุดที่ต้องรอดูคือ PSP รักษาสัญญาได้จริงแค่ไหน การบอกว่า “ส่งกลับแค่ประเภทและความรุนแรง ไม่ส่งเนื้อหา” ฟังดูสะอาด แต่ในทางปฏิบัติ ตัวจำแนกที่จะบอกได้ว่ากิจกรรมเป็นประเภทไหนต้องละเอียดพอสมควร และเมตาดาต้าที่ละเอียดพอจะมีประโยชน์ ก็มักละเอียดพอจะรั่วข้อมูลได้เช่นกัน — นี่เป็นบทเรียนซ้ำ ๆ จากงานวิจัยด้าน differential privacy สองทศวรรษ ประเด็นนี้จะตัดสินกันที่ white paper เดือนกันยายน ไม่ใช่ที่หน้าประกาศ และจนกว่าจะได้อ่าน ผมว่าควรถือว่านี่ยังเป็นคำสัญญา ไม่ใช่การรับประกัน
อีกด้านหนึ่ง จังหวะการปล่อยข่าวก็บอกอะไรบางอย่าง Anthropic เปลี่ยนนโยบายไปตั้งแต่ 9 มิ.ย. พร้อมการเปิดตัว Fable 5 กับ Mythos 5 — OpenAI รอสองเดือนกว่าถึงประกาศเรื่องนี้ ในภาษาการตลาดองค์กรนี่ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ มันคือการเล็งไปที่ลูกค้าองค์กรกลุ่มที่กำลังลังเลอยู่พอดี — และคำถามที่ทีมจัดซื้อควรถามคือ “ถ้า PSP ทำงานไม่ได้ผลอย่างที่หวัง OpenAI จะเดินไปทางไหน” เพราะแรงกดดันด้านความปลอดภัยที่ทำให้ Anthropic ต้องเก็บข้อมูลนั้นไม่ได้หายไปไหน มันกดทุกเจ้าเท่ากัน
สำหรับบริบทไทย ผมว่านี่เป็นเรื่องที่ทีมกฎหมายและทีมเทคควรคุยกันก่อนเลือกโมเดล ไม่ใช่หลัง องค์กรที่อยู่ใต้ PDPA หรือระเบียบของ ธปท./ก.ล.ต. มักผ่านการอนุมัติใช้ AI มาบนสมมติฐานว่า “ข้อมูลไม่ถูกเก็บ” ซึ่งเป็นสมมติฐานที่ตอนนี้ ผูกกับรุ่นของโมเดล ไม่ใช่ผูกกับเวนเดอร์อีกต่อไป การอัปเกรดจาก Claude รุ่นเล็กไปรุ่น Mythos-class ไม่ใช่แค่เปลี่ยนสตริงชื่อโมเดลในโค้ด แต่คือการเปลี่ยนเงื่อนไขการเก็บข้อมูลที่อาจทำให้ต้องกลับไปขออนุมัติใหม่ทั้งกระบวนการ
คำแนะนำที่ทำได้จริงวันนี้: ถ้าคุณดูแลระบบที่ใช้ API ของเจ้าใดเจ้าหนึ่ง ให้ไปเช็กว่าโมเดลที่คุณเรียกอยู่ตอนนี้ตกอยู่ในกลุ่มไหน แล้วบันทึกไว้เป็นส่วนหนึ่งของ compliance record — เพราะที่ผ่านมาการอัปเกรดโมเดลมักถูกมองเป็นงาน routine ที่ทีมเทคทำเองได้ ตอนนี้มันไม่ใช่แล้ว
แหล่งข่าว
อ่านเพิ่มในหมวด ธุรกิจและกฎหมาย
Anthropic ขยายลายน้ำข้อความไปยัง Claude รุ่นเก่าอีก 4 รุ่น แต่บน Opus 4.6 และ Sonnet 4.6 แค่ปรับ temperature ลายน้ำก็ไม่ทำงาน
อีเมลถึงลูกค้า API ตามรายงานของ The Decoder ระบุว่า Anthropic จะใส่ลายน้ำให้ Mythos 5, Opus 4.7, Opus 4.6 และ Sonnet 4.6 แต่สองรุ่นหลังทำงานเฉพาะเมื่อพารามิเตอร์สุ่มเป็นค่าเริ่มต้น ขณะที่หน้าเอกสารทางการยังไม่แสดงการรองรับและไม่พูดถึงเงื่อนไขนี้
OpenAI จะนำเซสชัน Daybreak Blue ไปเทรนโมเดลตั้งแต่ 29 พ.ย. แม้ปิดการแชร์ข้อมูลไว้ ก่อนส่งอีเมลขอโทษและสัญญาว่าจะมีตัวเลือกแยก
OpenAI แจ้งสมาชิก Trusted Access ว่าจะใช้ข้อมูลเซสชัน Daybreak Blue เทรนโมเดลตั้งแต่ 29 พ.ย. แม้เคยปิดการแชร์ไว้ หลังถูกต้าน อีเมลฉบับที่สองขอโทษและสัญญาว่าจะมีตัวเลือกไม่เข้าร่วมแยกต่างหาก แต่เซสชันที่ถูกตั้งธงยังอาจถูกใช้เพื่อความปลอดภัย
OpenAI รื้อ Model Spec เป็น 5 คุณค่าหลัก — เลิกเรียกว่า the assistant ตัดกฎสไตล์ส่วนใหญ่ และสั่งให้ถือผลข้างเคียงเป็นของจริงแม้อยู่ใน eval
Model Spec ฉบับ 29 ต.ค. จัดโครงใหม่เป็น 5 คุณค่า เพิ่มหมวดการใช้บริบทและความจำ และหลักการรองรับการกำกับโดยมนุษย์ ขณะที่กฎสไตล์ส่วนใหญ่ รวมถึงหัวข้อ Markdown ถูกนำออก OpenAI ยังยอมรับว่าโมเดลที่ใช้งานจริงยังไม่ตรงตามเอกสารทั้งหมด