Ollama เลิกคิดเงินตามเวลา GPU เปลี่ยนเป็นต่อโทเคน — Pro $20 ได้เครดิต $60 แต่ราคาต่อโทเคนคือราคาป้ายของผู้ผลิตเป๊ะ แปลว่าส่วนลด off-peak และโปรฯ ของต้นทางไม่ถูกส่งต่อ
31 สิงหาคม 2026 Ollama ประกาศเปลี่ยนวิธีคิดเงินของแพลน Pro, Max และ Team จากการคิดตามเวลา GPU มาเป็น ราคาต่อโทเคนแบบมาตรฐานอุตสาหกรรม พร้อมพูลเครดิตรายเดือนที่รีเฟรชทุกเดือน เหตุผลที่เขียนไว้ในบล็อกตรงไปตรงมา:
จากการเติบโตของ Ollama cloud ช่วงหลัง เราได้รับฟีดแบ็กว่าการคิดเงินตามเวลา GPU คาดเดายาก โดยเฉพาะเมื่อโมเดลเปิดโตขึ้นมาก (Kimi K3 มี 2.8 ล้านล้านพารามิเตอร์)
นั่นเป็นเหตุผลที่ฟังขึ้น — เวลา GPU ต่อโทเคนของโมเดล 2.8T กับโมเดล 20B ต่างกันหลายเท่า ผู้ใช้จึงประเมินบิลล่วงหน้าไม่ได้เลย แต่บรรทัดที่น่าสนใจกว่าอยู่ในตารางราคา ไม่ใช่ในคำอธิบาย: เมื่อเอาราคาต่อโทเคนของ Ollama ไปวางข้างราคาป้ายของผู้ผลิตโมเดลเอง มันตรงกันเป๊ะทุกช่อง — ซึ่งเป็นข่าวดีและข่าวร้ายพร้อมกัน
แพลนใหม่: ตัวคูณเครดิตที่ไม่เท่ากัน
| แพลน | จ่าย | เครดิตต่อเดือน | ตัวคูณ | ทำงานพร้อมกัน |
|---|---|---|---|---|
| Free | $0 | เครดิตเริ่มต้นเล็กน้อย (เฉพาะ starter models) | — | 1 |
| Pro | $20/เดือน (หรือ $200/ปี) | $60 | ×3.0 | 3 |
| Max | $100/เดือน | $300 | ×3.0 | 10 |
| Team | $500/เดือน | $1,000 (แชร์ทั้งทีม) | ×2.0 | 10 |
จุดที่บล็อกไม่ได้ชี้ให้เห็นแต่ตารางบอกเอง: Team ให้ตัวคูณเครดิตแย่กว่า Pro และ Max อย่างชัดเจน — Pro/Max ได้เครดิตสามเท่าของเงินที่จ่าย ส่วน Team ได้แค่สองเท่า พูดอีกอย่างคือทีมที่ซื้อ Pro แยกกัน 25 ที่นั่ง ($500) จะได้เครดิตรวม $1,500 มากกว่าแพลน Team ที่ราคาเท่ากันถึง 50%
สิ่งที่ Team ซื้อจริง ๆ จึงไม่ใช่ราคาต่อโทเคนที่ถูกลง แต่คือ จำนวนผู้ใช้ไม่จำกัด, พูลเครดิตก้อนเดียวที่แชร์กันโดยไม่มีลิมิตต่อที่นั่ง, บิลรวมศูนย์ และ priority support ทีมที่มีคนใช้หนักไม่กี่คนแต่มีคนใช้ประปรายอีกหลายสิบคนจะคุ้มกับ Team ส่วนทีมสี่ห้าคนที่ใช้หนักเท่า ๆ กันควรคำนวณเทียบ Pro แยกบัญชีก่อน (Ollama กำหนดว่าหนึ่งคนหนึ่งบัญชีเท่านั้น จึงไม่ใช่ทางลัดที่แชร์กันได้)
อีกข้อที่ต้องรู้ก่อนเลือกรายปี: เครดิตที่ใช้ไม่หมดไม่ทบไปเดือนถัดไป — รีเซ็ตทุกเดือนตามวันที่เริ่มสมัคร รวมถึงบนแพลนรายปีด้วย และผู้ใช้แพลนเดิมจะยังอยู่บนแพลนเดิมจนกว่าจะกดอัปเกรดเอง
ราคาต่อโทเคน — และการเทียบกับต้นทาง
นี่คือตารางที่ Ollama เผยแพร่ (ต่อล้านโทเคน) เฉพาะรุ่นที่คนไทยน่าจะใช้บ่อย:
| โมเดล | Input | Cached input | Output |
|---|---|---|---|
| deepseek-v4-flash | $0.44 | $0.014 | $1.32 |
| deepseek-v4-pro | $1.32 | $0.044 | $3.96 |
| glm-5.3 | $1.40 | $0.26 | $4.40 |
| glm-5.3-flash | $0.15 | $0.03 | $0.50 |
| kimi-k3 | $3.00 | $0.30 | $15.00 |
| minimax-m3 | $0.60 | $0.12 | $2.40 |
| gpt-oss:120b | $0.15 | $0.014 | $0.60 |
| gpt-oss:20b | $0.07 | $0.035 | $0.30 |
| gemma4 | $0.14 | $0.05 | $0.40 |
| nemotron-3-nano | $0.06 | $0.06 | $0.24 |
| qwen3.5:397b | $0.60 | $0.60 | $3.60 |
เราเอาไปเทียบกับหน้าเอกสารราคาของผู้ผลิตเองในวันเดียวกัน — สองรุ่นที่ผู้ผลิตเผยแพร่ตัวเลขไว้ให้ตรวจได้ตรง ๆ ให้ผลตรงกัน:
- deepseek-v4-flash — DeepSeek ตั้งราคา peak ที่ $0.44 / $0.014 / $1.32 → ตรงกับ Ollama ทุกช่อง
- glm-5.3 — Z.ai ตั้งราคาป้ายที่ $1.40 / $0.26 / $4.40 → ตรงกับ Ollama ทุกช่อง
แปลว่าอย่างน้อยในสองรุ่นที่ตรวจกับเอกสารต้นทางได้โดยตรง Ollama ไม่บวกส่วนต่างเลย ซึ่งสอดคล้องกับคำว่า “no service fees” ในบล็อก และเป็นข่าวดีจริง ๆ สำหรับคนที่อยากได้ประตูเดียวเข้าโมเดลเปิดหลายเจ้าโดยไม่โดนภาษี aggregator
แต่ผลข้างเคียงของนโยบาย “ราคาป้ายเป๊ะ” คือ ส่วนลดของต้นทางก็ไม่ถูกส่งต่อเช่นกัน และตรงนี้คือเงินจริง:
- DeepSeek มีราคา off-peak ที่ถูกลงครึ่งหนึ่ง — เอกสารของ DeepSeek ระบุว่าเวลา peak คือ 01:00–04:00 และ 06:00–10:00 UTC วันจันทร์ถึงศุกร์ ส่วนเวลาที่เหลือทั้งหมด (รวมทั้งเสาร์-อาทิตย์) เป็น off-peak ที่จ่ายครึ่งราคา — deepseek-v4-flash ตกเหลือ $0.22 / $0.007 / $0.66 ราคาที่ Ollama ตั้งคือราคา peak ตลอด 24 ชั่วโมง
- GLM-5.3-Flash กำลังลด 50% — หน้าราคาของ Z.ai ระบุว่าราคาโปรโมชันครึ่งหนึ่ง ($0.075 / $0.015 / $0.25) มีผลถึง 24:00 วันที่ 9 ก.ย. 2026 (UTC+8) ขณะที่ Ollama คิดราคาป้ายเต็ม
มีอีกจุดหนึ่งที่ต่างจากราคาป้ายในทางกลับกัน: glm-5.1 บนตารางของ Ollama อยู่ที่ $1.00 / $0.20 / $3.20 ขณะที่หน้าราคาของ Z.ai ระบุ GLM-5.1 ไว้ที่ $1.40 / $0.26 / $4.40 (ตัวเลข $1.00 / $0.20 / $3.20 ตรงกับ GLM-5 รุ่นก่อนหน้าพอดี) หน้าทั้งสองไม่ได้อธิบายที่มาของความต่างนี้ ใครจะพึ่งเลขนี้ควรเช็กบิลจริงก่อน
รายละเอียดปลีกย่อยที่ควรสังเกตในตาราง: บางรุ่น ไม่มีส่วนลด cache เลย — mistral-large-3 คิด cached input เท่า input ($0.50 ทั้งคู่), qwen3.5:397b ก็เท่ากันที่ $0.60 และตระกูล nemotron-3 ทั้งสามรุ่นเหมือนกันหมด ถ้าสถาปัตยกรรมพรอมป์ของคุณพึ่ง prompt caching หนัก ๆ (ซึ่งเป็นเรื่องปกติของงานเอเจนต์) การเลือกโมเดลด้วยราคา input อย่างเดียวจะประเมินบิลพลาดทันที
”ไม่มีลิมิตซ่อน” กับสิ่งที่อยู่ใน FAQ
บล็อกเขียนว่า “no service fees and no 5-hour or weekly limits” ซึ่งเป็นการเสียดสีเบา ๆ ใส่คู่แข่งอย่างชัดเจน — และเป็นทิศทางตรงข้ามกับ การปรับลิมิตรายสัปดาห์ของ Claude Code เมื่อ 30 ส.ค. ที่เราเขียนถึงไป
แต่ลิมิตแบบอื่นมีอยู่ และอยู่ในหน้า FAQ ไม่ได้อยู่ในบล็อก: จำนวนคำขอที่รันพร้อมกัน — Free 1, Pro 3, Max และ Team 10 คำขอที่เกินจะถูกเข้าคิว และ “ถ้าคิวเต็ม คำขอจะถูกปฏิเสธจนกว่าจะมีสล็อตว่าง” สำหรับคนรัน agent หลายตัวขนาน หรือรัน batch eval นี่คือลิมิตที่ผูกกับแพลนโดยตรง และตัวเลข 3 บน Pro ก็ไม่มากนัก
อีกจุดที่ควรจับตา: หน้าราคาระบุ “Fast mode (coming soon)” ไว้ใต้แพลน Pro และตอบคำถามเรื่องความเร็วว่า “priority tiers ที่เร็วกว่าอาจมีให้ใช้ในอนาคต” — แปลตรงตัวคือความเร็วปัจจุบันไม่ใช่สิ่งที่รับประกัน และมีแผนจะขายความเร็วเป็นชั้น ๆ ในภายหลัง
เรื่องภูมิภาค — สองหน้าเขียนไม่เหมือนกัน
สำหรับผู้อ่านไทย เรื่อง data residency กับ latency สำคัญกว่าที่หลายคนคิด และตรงนี้เอกสารสองหน้าของ Ollama เองพูดไม่ตรงกัน
บล็อกประกาศ เขียนว่า:
Zero data retention, hosted in the US and Europe, plus Singapore for a limited set of Qwen models
FAQ ในหน้าราคา เขียนว่า:
Ollama โฮสต์โมเดลและทรัพยากรคอมพิวต์ เป็นหลักในสหรัฐอเมริกา เพื่อรองรับดีมานด์ทั่วโลก เราอาจ route ไปยุโรปและสิงคโปร์เพื่อเพิ่มความจุ
สองประโยคนี้ให้ภาพต่างกันมาก อันแรกอ่านเหมือนสิงคโปร์คือภูมิภาคประจำของโมเดล Qwen อันหลังอ่านเหมือนสิงคโปร์คือความจุสำรองที่อาจถูกใช้หรือไม่ก็ได้ ถ้าทีมของคุณต้องตอบคำถาม “ข้อมูลวิ่งไปไหน” กับฝ่ายกฎหมายหรือลูกค้าองค์กร ประโยคที่สองคือประโยคที่ต้องยึด และคำตอบที่ซื่อสัตย์คือ คุณเลือกภูมิภาคไม่ได้
ส่วนที่ชัดเจนและเป็นข้อดีจริง: Ollama ระบุว่าไม่ล็อกพรอมป์ ไม่เทรนบนข้อมูลผู้ใช้ และบังคับเงื่อนไข no logging / no training / zero data retention กับ NVIDIA Cloud Providers ที่เป็นพาร์ตเนอร์โฮสต์ด้วย พร้อมคำตอบเรื่อง quantization ที่ตรงประเด็นสำหรับคนที่กลัวโดนหั่นคุณภาพเงียบ ๆ: ใช้น้ำหนักดั้งเดิมตามที่ผู้ผลิตปล่อย แม้จะเสริมว่าบนฮาร์ดแวร์ NVIDIA รุ่นใหม่อาจใช้ฟอร์แมตเร่งความเร็วอย่าง NVFP4
มุมมอง AI Curator
การเปลี่ยนครั้งนี้อ่านได้ชัดว่า Ollama กำลังเลือกตำแหน่งเป็น “ท่อกลางที่ไม่กินส่วนต่าง” ไม่ใช่ผู้ให้บริการอินเฟอเรนซ์ที่แข่งด้วยราคา และในระยะสั้นนั่นเป็นข้อเสนอที่ตรงไปตรงมาที่สุดในตลาดนี้: จ่าย $20 ได้โทเคนมูลค่า $60 ที่ราคาป้ายของต้นทาง ต่อกับ Claude Code และ Codex ได้ ไม่มีค่าบริการ ไม่มีลิมิตห้าชั่วโมง สำหรับนักพัฒนาเดี่ยวที่วน ๆ ระหว่าง DeepSeek, GLM, Kimi และ gpt-oss แล้วเบื่อการเปิดบัญชีสี่เจ้า นี่คือการประหยัดที่รู้สึกได้ทันที และเป็นก้าวที่สมเหตุสมผลต่อจากรอบระดมทุน $88M เมื่อ ก.ค. กับการเปิดให้ Claude Desktop ต่อเข้ามาเมื่อ 25 ส.ค.
แต่ “ไม่บวกส่วนต่าง” กับ “ถูกที่สุด” ไม่ใช่คำเดียวกัน และนี่คือคณิตศาสตร์ที่คนไทยควรทำเอง เพราะเวลาทำงานของเราไปตกตรงจุดที่น่าสนใจพอดี — เวลา peak ของ DeepSeek แปลงเป็นเวลาไทยคือ 08:00–11:00 และ 13:00–17:00 น. วันจันทร์ถึงศุกร์ ซึ่งแทบจะเป็นเวลาทำงานออฟฟิศไทยเป๊ะ ๆ ผลคือ: งานอินเทอร์แอกทีฟระหว่างวันจ่ายเท่ากันทั้งสองทาง (Ollama จึงคุ้มเพราะได้ตัวคูณเครดิต ×3) แต่ งาน batch, การรัน eval, การประมวลเอกสารกองใหญ่ที่ยิงตอนเย็นหลังห้าโมง หรือเสาร์-อาทิตย์ จ่ายผ่าน DeepSeek ตรงถูกลงครึ่งหนึ่ง ตัวคูณ ×3 ของ Pro ยังชนะอยู่ในภาพรวม แต่ถ้าปริมาณงานของคุณเกินเครดิต $60/เดือนไปแล้ว ทุกโทเคนหลังจากนั้นคือราคาป้ายเต็ม — และตรงนั้นการยิงตรงไปที่ต้นทางในช่วง off-peak ชนะขาด สูตรที่ผมคิดว่าถูกสำหรับทีมไทยจึงเป็น ใช้ Ollama เป็นช่องทางหลักสำหรับงานระหว่างวันและงานทดลองข้ามโมเดล แล้วเปิดบัญชีตรงกับเจ้าที่คุณใช้หนักที่สุดไว้สำหรับงานกลางคืน
ข้อสุดท้ายที่อยากฝากไว้เป็นหลักการมากกว่าเรื่องของ Ollama: คำว่า transparent ในชื่อบล็อกนี้เป็นเรื่องจริงในความหมายที่สำคัญที่สุด — ราคาต่อโทเคนถูกพิมพ์ไว้ครบทุกรุ่น ตรวจสอบย้อนกับต้นทางได้ และเราตรวจแล้วว่าตรง แต่สิ่งที่กำหนดบิลจริงของคุณสามข้อ — ลิมิตคำขอพร้อมกัน, การที่เครดิตไม่ทบเดือน, และภูมิภาคที่คุณเลือกไม่ได้ — ไม่มีข้อไหนอยู่ในบล็อกประกาศเลย ทั้งสามอยู่ใน FAQ ท้ายหน้าราคา นี่ไม่ใช่การปกปิด แต่เป็นรูปแบบที่เจอซ้ำ ๆ ในทุกประกาศราคาของทุกเจ้าปีนี้ และเป็นเหตุผลที่การอ่าน FAQ ให้จบก่อนกดสมัครยังคุ้มค่ากว่าการอ่านพาดหัวเสมอ
แหล่งข่าว
อ่านเพิ่มในหมวด เครื่องมือนักพัฒนา
Betelgeuse รัน Qwen3.8 Flash Next ขนาด 68GB บน RTX 3060 กับแรม 16GB ส่วน Basalt วัดให้เห็นว่าเอนจินที่เร่งด้วยแฟล็กลัดทำให้โมเดลลืมของ
Betelgeuse ฟอร์ก llama.cpp ที่เปิดเมื่อ 31 ต.ค. ดึง expert จาก NVMe เข้า VRAM ตามต้องการ อ้าง 22 tok/s แบบไม่ทิ้ง expert แต่ README เตือนเองว่ายังทดลองและตัวเลขมาจากคนละรอบ วันเดียวกันผู้พัฒนา Basalt เผยผลวัดว่าแฟล็กเร่งความเร็วทำคุณภาพ Q8 ตกไปใกล้ Q2
กฎห้ามโคลนเกมของ Claude Code เริ่มกระทบงานจริง บริษัทรับทำเกมกระดานร้องงานลูกค้าหยุด แต่รายงานหลายชิ้นปนกับตัวกรองไซเบอร์คนละเรื่อง
ต่อจากที่เราพบกฎนี้ในไบนารี Claude Code ผู้ใช้เริ่มรายงานว่างานเชิงพาณิชย์ถูกปฏิเสธ และ Tom's Hardware กับ Mashable หยิบไปรายงาน แต่เมื่อไล่ issue ที่อ้างถึง พบว่าหลายรายการเกิดก่อนกฎจะมา จึงน่าจะเป็นตัวกรองด้านไซเบอร์ ส่วน Anthropic ยังไม่ชี้แจง
Claude Code ส่ง transcript ของ background agent ให้โมเดลทุก ~30 วินาทีเพื่อเขียนสถานะ 3–5 คำ ผู้วัดรายงานกินราว 16% และยังปิดแบบทางการไม่ได้
รายงานอิสระพบว่าฟีเจอร์ agent_summary ของ Claude Code ส่ง transcript เต็มของ background agent ไปถามสถานะทุก ~30 วินาที คิดเป็น 16.4% ของค่าใช้จ่ายในระบบของผู้วัด Issue เปิดมาตั้งแต่ ส.ค. ยังไม่มีสวิตช์ปิดที่รองรับ เราตรวจพบโค้ดนี้ใน 2.1.314 และพบกฎใหม่เรื่องเกมที่ไม่อยู่ใน changelog