Google เปิด Gemini 3.8 Flash ราคาเท่าเดิมเป๊ะกับ 3.7 — แต่เอกสารของ Google เองเขียนว่ามัน "ใช้โทเคนมากขึ้น" และรุ่น Cyber ถูกล็อกไว้หลังโปรแกรม Fairwind
2 กันยายน 2026 Google เปิดโมเดล Gemini สองตัวพร้อมกัน — Gemini 3.8 Flash ที่ใครก็เรียกใช้ได้ผ่าน API วันนี้ และ Gemini 3.8 Flash Cyber ที่เรียกใช้ไม่ได้เว้นแต่จะได้รับอนุมัติเข้าโปรแกรมใหม่ชื่อ Fairwind ทั้งสองตัว Google บอกว่ามาจาก “รากฐานปัญญาเดียวกัน” ต่างกันที่ชุด mitigation ด้านความปลอดภัย
ตัวเลขที่ควรเริ่มอ่านคือราคา เพราะมันไม่เปลี่ยนเลย: 3.8 Flash คิด $0.75 ต่อล้านโทเคนอินพุต และ $3.75 ต่อล้านโทเคนเอาต์พุต ซึ่งตรงกับ 3.7 Flash ทุกช่องเมื่อเทียบจากหน้าราคาของ Gemini API เอง — รวมถึง cache read $0.075 และราคาหลังหมดโปรโมชัน ($1.50/$7.50 ตั้งแต่ 1 ม.ค. 2027) ที่เท่ากันเป๊ะ นี่คือการอัปเกรดที่ราคาต่อโทเคนไม่ขยับ
แต่ ราคาต่อโทเคนเท่าเดิม ไม่ได้แปลว่าค่าใช้จ่ายต่องานเท่าเดิม และประโยคที่ยืนยันเรื่องนี้อยู่ในประกาศของ Google เอง
Google เขียนเองว่าโมเดลใหม่กินโทเคนมากขึ้น
ในหัวข้อของ 3.8 Flash Google อธิบายที่มาของคะแนนที่ดีขึ้นแบบตรงไปตรงมาผิดปกติ:
“These performance gains stem from a core design choice: 3.8 Flash works harder. On complex tasks, it exhibits greater diligence — executing extra reasoning steps, and calling tools iteratively. At times, the model might use more tokens to maximize performance, especially at higher effort levels.”
และประโยคถัดไปคือคำแนะนำที่แทบไม่เคยเห็นในประกาศเปิดตัวโมเดล — Google บอกให้ อยู่กับรุ่นเก่าต่อ ถ้าคุณสนใจประสิทธิภาพต้นทุน: “developers can utilize lower effort levels to minimize token overhead or continue to rely on Gemini 3.7 Flash, which remains fully supported for efficiency-first workloads”
แปลเป็นภาษาที่ใช้ตัดสินใจได้: ถ้าคุณสลับ model ID จาก gemini-3.7-flash เป็น gemini-3.8-flash โดยไม่แตะอย่างอื่น บิลของคุณ มีแนวโน้มสูงขึ้น ไม่ใช่เท่าเดิม ส่วนต่างมาจากจำนวนโทเคนที่โมเดลใช้เอง ไม่ใช่จากราคาต่อหน่วย และมันจะโตตาม effort level ที่คุณตั้ง ทีมที่คิดต้นทุนเป็น “ต่อคำขอ” ต้องวัดใหม่ ไม่ใช่ดูตารางราคาแล้วสรุปว่าฟรี
สเปกอื่นที่ยืนยันจากเอกสาร Gemini API: คอนเท็กซ์ 1,048,576 โทเคนเข้า / 65,536 โทเคนออก, รับ text/image/video/audio/PDF, ออกเป็นข้อความอย่างเดียว, thinking รองรับ low / medium / high (ระดับ minimal ไม่รองรับและจะคืน error — เหมือน 3.7 Flash), มี Batch ($0.375/$1.875), Flex และ Priority ($1.35/$6.75) ครบ
ฝั่งคะแนน Google อ้าง HLE-Verified 54.9% และบอกว่า 3.8 Flash ชนะ “โมเดล frontier ที่ใหญ่กว่าส่วนใหญ่” บน DeepSWE v1.1 รวมถึงนำบน Vals Finance Agent V2 และ Harvey’s Legal Agent Benchmark — สังเกตว่าสามเบนช์มาร์กหลังนี้ประกาศเป็นคำบรรยาย ไม่มีตัวเลขในเนื้อความ มีแต่กราฟ
Fairwind: โมเดลไซเบอร์ที่ไม่ได้ขาย แต่ให้สมัคร
Gemini 3.8 Flash Cyber ไม่มีราคา ไม่มี model ID ในเอกสารสาธารณะ และไม่อยู่ในหน้า pricing — Google ปล่อยผ่านโปรแกรมใหม่ชื่อ Fairwind ซึ่งมีโพสต์แยกของทีม Security อธิบายไว้ในวันเดียวกัน
โครงของโปรแกรมตามที่ Google เขียน:
- ใครเข้าได้: หน่วยงานรัฐและหน่วยงานไซเบอร์ระดับชาติ, ผู้ดูแลโครงสร้างพื้นฐานสำคัญ (สาธารณสุข โทรคมนาคม พลังงาน การเงิน) และ “core technology platforms” — Google บอกว่ามีพาร์ตเนอร์แล้ว มากกว่า 650 รายทั่วโลก
- เงื่อนไขที่ต้องยอมรับ: จำกัดสิทธิ์เข้าถึงไว้เฉพาะพนักงานในทีม cybersecurity / incident response / penetration testing ขององค์กร และต้องเปิด MFA
- ของที่ได้จริงคือคู่: โมเดล 3.8 Flash Cyber บวกกับ harness ชื่อ CodeMender ไม่ใช่โมเดลเปล่า ๆ
- ทางเลือกสำหรับคนที่ไม่ได้เข้า: ลูกค้า Google Cloud ทั่วไปใช้ CodeMender กับโมเดลสาธารณะ ได้ แต่ไม่ได้ตัว Cyber
ตัวเลขฝั่ง Cyber ที่ Google ให้มา และสิ่งที่ควรอ่านคู่กัน:
| สิ่งที่อ้าง | ตัวเลข | ข้อควรระวัง |
|---|---|---|
| CyberGym (เบนช์มาร์กมาตรฐาน) | “frontier-level” ชนะ 3.5 Flash Cyber และโมเดลที่ใหญ่กว่า | ไม่มีตัวเลขในเนื้อความเลย มีแต่กราฟ |
| เบนช์มาร์กภายใน 20 ภาษาโปรแกรม | success rate เกิน 70% | เป็นชุด ภายในของ Google ตรวจสอบจากภายนอกไม่ได้ |
| CWE-Bench (ของ Collinear, การแพตช์) | pass@1 47.2% | แพ้ โมเดล frontier ชั้นนำที่ 47.8% — Google เคลมว่าอยู่บน Pareto frontier เพราะถูกกว่า ไม่ได้เคลมว่าเก่งกว่า |
| ทีม Chrome Security | แพตช์ถูกต้อง มากกว่า 2.6 เท่า เทียบโมเดลเชิงพาณิชย์ที่ใหญ่กว่า | ทีมภายใน Google, ไม่มีตัวเลขฐาน, ไม่ระบุว่าโมเดลไหน |
| Wiz (pentest benchmark ภายใน) | recall สูงกว่า +7.5–9.7% ที่ต้นทุนต่ำกว่า 2.3–5.2 เท่า | เป็น ช่วง ไม่ใช่ค่าเดียว และเป็นชุดภายในของ Wiz |
| Cloud Vulnerability Research | เจอช่องโหว่ระดับ critical ใน ไม่ถึง 2 ชั่วโมง จากงานที่ปกติใช้เวลาเป็นเดือน | เคสเดียว ไม่ระบุช่องโหว่ |
จุดที่ผมคิดว่าน่าสนใจที่สุดคือ Google ยอมพิมพ์ตัวเลขที่ตัวเองแพ้ (47.2% vs 47.8%) แล้วเปลี่ยนกรอบการเคลมจาก “เก่งกว่า” เป็น “คุ้มกว่า” นั่นเป็นการรายงานที่ซื่อสัตย์กว่าค่าเฉลี่ยของอุตสาหกรรม แต่ก็แปลว่าข้อได้เปรียบจริงของรุ่น Cyber คือ ราคาและความเร็วระดับ Flash ไม่ใช่ความสามารถดิบที่เหนือกว่าใคร
Google ยังระบุว่า 3.8 Flash มี safeguard ด้าน CBRN และ cyber offense ตาม Frontier Safety Framework ขณะที่ 3.8 Flash Cyber มี mitigation ที่ “permissive” กว่า — ซึ่งเป็นเหตุผลตรง ๆ ที่มันถูกล็อกไว้ และ Google บอกว่าคะแนน prompt injection robustness ที่วัดโดย Gray Swan ดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ (อีกครั้ง: ไม่มีตัวเลข)
สองบริษัท สองวัน ท่าเดียวกัน
ถ้าอ่านข่าวนี้ต่อจากข่าวเมื่อวานจะเห็นรูปแบบที่ชัดมาก — 1 ก.ย. OpenAI ยืนยันว่า Astra ถึงระดับ Critical ด้านไซเบอร์ แล้วใช้ป้ายนั้นเป็นเหตุผลให้ คุมการเข้าถึง ผ่านโปรแกรม Daybreak Blue แทนการไม่ปล่อย และ 2 ก.ย. Google ปล่อยโมเดลไซเบอร์ที่ mitigation หลวมกว่า ผ่านโปรแกรม Fairwind ให้ “trusted defenders” เท่านั้น
สองแล็บใหญ่ในสองวันติด ตัดสินใจเหมือนกันว่าความสามารถด้านไซเบอร์ระดับสูงจะไม่เป็น API สาธารณะ แต่จะเป็น โปรแกรมที่ต้องสมัครและถูกคัดกรอง — โครงสร้างที่ก่อนหน้านี้เราเห็นแต่ในสัญญาซื้อขายอาวุธและ export control ไม่ใช่ในการปล่อยซอฟต์แวร์
มุมมอง AI Curator
ผมอยากแยกข่าวนี้เป็นสองเรื่องที่ไม่ควรอ่านปนกัน เพราะมันพูดคนละอย่าง
เรื่องแรกคือเรื่องบิล ประโยค “ราคาเท่า 3.7 Flash” เป็นจริงในระดับป้ายราคา และเป็นข่าวดีจริง — Google ปล่อยรุ่นที่ 3 ของสาย Flash ในหกสัปดาห์ (คำของ Google เอง) โดยไม่ขึ้นราคาสักบาท แต่คู่กับประโยค “มันใช้โทเคนมากขึ้น” มันกลายเป็นการ ย้ายตัวแปรต้นทุนจากช่องที่คุณควบคุมได้ (ราคาต่อโทเคน) ไปอยู่ในช่องที่โมเดลควบคุม (จำนวนโทเคนที่มันเลือกใช้) และนี่คือรูปแบบเดียวกับ agentic video ที่เราเขียนไปเมื่อวาน — เมื่อโมเดลตัดสินใจเองว่าจะทำงานหนักแค่ไหน คุณจะประมาณค่าใช้จ่ายล่วงหน้าไม่ได้อีกต่อไป
คำแนะนำที่ปฏิบัติได้: อย่าสลับโมเดลแล้ววัดแค่คะแนน ให้วัดสามอย่างคู่กันบนงานจริงของคุณเอง — อัตราสำเร็จ, โทเคนต่องานที่สำเร็จ, และเวลาต่องาน ถ้างานของคุณเป็นงานสั้น ๆ ที่ 3.7 Flash ทำผ่านอยู่แล้ว การย้ายไป 3.8 อาจเป็นการจ่ายเพิ่มเพื่อคะแนนเบนช์มาร์กที่ไม่มีผลกับคุณ — ซึ่ง Google ก็บอกไว้เองแล้ว การที่ผู้ขายเขียนคำเตือนนี้ลงในประกาศเปิดตัว แปลว่ามันไม่ใช่กรณีสุดโต่ง แต่เป็นกรณีที่พบบ่อยพอจนต้องเตือน
เรื่องที่สองคือเรื่องโครงสร้างของการเข้าถึง และผมคิดว่านี่คือส่วนที่กระทบไทยและอาเซียนมากกว่าราคา
Fairwind เขียนเงื่อนไขไว้ว่าให้ “หน่วยงานรัฐและหน่วยงานไซเบอร์ระดับชาติ, ผู้ดูแลโครงสร้างพื้นฐานสำคัญ, และแพลตฟอร์มเทคโนโลยีหลัก” — บนกระดาษไม่มีข้อจำกัดเรื่องภูมิภาค แต่ในทางปฏิบัติ “trusted” คือคำที่ต้องมีคนตัดสิน และคนตัดสินไม่ได้อยู่ในภูมิภาคนี้ องค์กรไทยที่เข้าข่ายจริง ๆ — ผู้ให้บริการโทรคมนาคม, ธนาคาร, การไฟฟ้า, โรงพยาบาลใหญ่, หน่วยงานอย่าง ThaiCERT — ล้วนเป็นเป้าหมายที่ผู้โจมตีสนใจไม่ต่างจากเป้าหมายในอเมริกา แต่ความสามารถในการผ่านกระบวนการคัดกรองของบริษัทอเมริกันไม่ได้เท่ากัน
ผลที่ตามมามีสองชั้น ชั้นแรก: ช่องว่างในการป้องกันจะไม่ได้ถูกกำหนดโดยงบประมาณอีกต่อไป แต่โดยการที่คุณอยู่ในรายชื่อของใครหรือเปล่า เพราะโมเดลนี้ซื้อไม่ได้ ชั้นที่สอง และหนักกว่า: ตรรกะทั้งหมดของ Fairwind ตั้งอยู่บนสมมติฐานว่า “ให้ผู้ป้องกันได้ก่อน = ได้เปรียบผู้โจมตี” (Google เรียกว่า adaptation window) แต่หน้าต่างนั้นจะปิดเมื่อความสามารถเดียวกันหลุดออกมาในโมเดลโอเพนเวต ซึ่งเกิดขึ้นทุกครั้งในรอบสองปีที่ผ่านมา และเมื่อวันนั้นมาถึง องค์กรที่ไม่เคยได้อยู่ในรายชื่อจะเจอผู้โจมตีที่มีเครื่องมือระดับเดียวกัน โดยที่ตัวเองไม่เคยได้เวลาปรับตัวที่โปรแกรมนี้สัญญาว่าจะให้ใครสักคน
ที่น่าสนใจคือ Google เขียนไว้เองว่าจะ “collaborating closely with industry, governments, and open-weight community leaders to strike the right balance between open access and robust security” — ซึ่งอ่านได้ว่าพวกเขารู้เรื่องนี้ดี และก็เป็นการยอมรับกลาย ๆ ว่าดุลยภาพนี้ยังไม่ถูกหา
สิ่งที่ทีมความปลอดภัยไทยควรทำในสัปดาห์นี้ ไม่ใช่รอ Fairwind แต่คือดูของที่ เข้าถึงได้จริงวันนี้ — Google บอกเองว่า CodeMender ใช้กับโมเดลสาธารณะได้ บน Gemini Enterprise Agent Platform นั่นแปลว่าส่วนที่เป็น “harness” ซึ่งเป็นชิ้นที่ทำงานหนักจริงในการหาและแพตช์ช่องโหว่ ไม่ได้ถูกล็อกไปพร้อมโมเดล และในข่าวอีกชิ้นของวันนี้ก็มีหลักฐานตรง ๆ ว่า harness สำคัญแค่ไหนเมื่อเทียบกับตัวโมเดล
แหล่งข่าว
- Google DeepMind — Introducing Gemini 3.8 Flash and 3.8 Flash Cyber (2 ก.ย. 2026)
- Google DeepMind — Proactive cyber defense for governments and enterprises (รายละเอียด Fairwind Program, 2 ก.ย. 2026)
- Gemini API docs — Gemini 3.8 Flash (คอนเท็กซ์ ฟีเจอร์ และระดับ thinking)
- Gemini API pricing — ตารางราคา 3.8 Flash เทียบ 3.7 Flash
อ่านเพิ่มในหมวด โมเดลใหม่
Google เปิดตัว Gemini 4 Carbon ขึ้นอันดับ 1 Artificial Analysis v5 ด้วยคะแนน 59 แต่ยังให้ใช้แค่นักป้องกันไซเบอร์กลุ่มเล็ก
Gemini 4 Carbon เปิดตัว 28 ต.ค. แซง Claude Opus 5.5 บน Intelligence Index v5 แค่ 1 คะแนน และตามหลังเพียง 3 คะแนนในดัชนี coding agent ราคาเปิดตัว $2/$10 แต่นักพัฒนาทั่วไปยังเรียกใช้ไม่ได้ ระหว่างที่ Google ค่อย ๆ เปิดผ่านโปรแกรม Fairwind
Microsoft ปล่อย Mage-VL-Cowork โมเดล 4B คุมเดสก์ท็อปและเทอร์มินัลในตัวเดียว ได้ 66% บน OSWorld-Verified สัญญาอนุญาต Apache-2.0
Mage-VL-Cowork ขนาด 4B ของ Microsoft เลือกเองว่าจะคลิกหน้าจอหรือสั่ง bash ทำคะแนน OSWorld-Verified 66.0% ใกล้ค่าอ้างอิงมนุษย์ 72.4% ในตารางเดียวกัน แต่คำว่าดีที่สุดในขนาด 4B มีคู่เทียบบนตารางนี้แค่รุ่นเดียว
Mistral ปล่อยน้ำหนัก Large 4 จริงแล้ว — 1T ราคาลดเกือบครึ่ง แต่บน AA ได้ 26 และสัญญาอนุญาตห้ามขายเป็น API ถ้าไม่มีใบอนุญาตแยก
Mistral ปล่อยน้ำหนัก Large 4 (Le Chonk) เมื่อ 29 ต.ค. เป็นรุ่นที่ฝึก RL ต่ออีกสามสัปดาห์หลัง preview ขนาด 1T ใช้พื้นที่ราว 1.06TB ราคา API ลดเหลือ $0.70/$2.10 Mistral นำ open-weight ด้าน coding แต่คะแนนรวม AA 26 ตามหลังโมเดลจีน และสัญญาอนุญาตกันธุรกิจ Model-as-a-Service