ข้ามไปยังเนื้อหา
การถอด guardrail ออกจากโมเดล open-weight กลายเป็นธุรกิจขายเป็น API แล้ว — abliteration.ai เอา GLM-5.3 มาลบ refusal direction ขาย $5 ต่อล้านโทเคน และไลเซนส์ของ Z.AI ก็อนุญาตให้ทำได้จริง
ธุรกิจและกฎหมาย

การถอด guardrail ออกจากโมเดล open-weight กลายเป็นธุรกิจขายเป็น API แล้ว — abliteration.ai เอา GLM-5.3 มาลบ refusal direction ขาย $5 ต่อล้านโทเคน และไลเซนส์ของ Z.AI ก็อนุญาตให้ทำได้จริง

อ่าน 8 นาที ที่มา: TechCrunch

เทคนิค abliteration — การลบ “ทิศทางการปฏิเสธ” (refusal direction) ออกจากน้ำหนักของโมเดล open-weight เพื่อให้มันเลิกตอบว่า “I can’t help with that” — เป็นของเล่นในวงโอเพนซอร์สมาตั้งแต่ปี 2024 ใครอยากได้ก็โหลด weight มาทำเองบนการ์ดจอตัวเอง แล้วอัปขึ้น Hugging Face ให้คนอื่นโหลดต่อ

สิ่งที่เปลี่ยนไปคือมันกลายเป็น ธุรกิจที่มีใบเสร็จ แล้ว TechCrunch รายงานเมื่อ 3 ก.ย. 2026 ว่า abliteration.ai สตาร์ตอัปสัญชาติอเมริกันที่จดทะเบียนบริษัทเมื่อ มี.ค. 2026 ขายการเข้าถึงโมเดล open-weight ที่ถูกถอด guardrail ออกแล้วในรูปแบบ API เชิงพาณิชย์ — ไม่ต้องมีการ์ดจอ ไม่ต้องรู้จัก projection matrix เปลี่ยนแค่ base URL กับชื่อโมเดลในโค้ดเดิม

โพสต์เปิดตัวรุ่นล่าสุดบนบล็อกของบริษัทลงวันที่ 29 ส.ค. 2026: abliterated-model-large-v2 ต่อยอดจาก GLM-5.3 ของ Z.AI โฮสต์แบบ FP8 คอนเท็กซ์ 1 ล้านโทเคน ราคา $5 ต่อล้านโทเคน ทั้ง input และ output ราคาเดียวกันทั้งสองฝั่ง

สิ่งที่ขายจริง ๆ คือ “ความยอมทำ” ไม่ใช่ “ความเก่ง”

นี่คือส่วนที่น่าสนใจที่สุด เพราะบริษัทเป็นคนเอาตัวเลขมาโชว์เอง แล้วตัวเลขนั้นไม่ได้เข้าข้างตัวเอง

จากบล็อกเปิดตัว 29 ส.ค. เทียบกับโมเดลแนวหน้าที่ guardrail ยังอยู่ครบ:

BenchmarkAbliterated Large v2คู่เทียบที่ดีที่สุดที่บริษัทยกมา
CyberGym (pass@1)84.5%GPT-5.5 ที่ 85.6%
Terminal-Bench 4.041.8%Opus 5 ที่ 51.8%
ExploitGym (หน้าต่าง 2 ชม.)105 จาก 869 งานGPT-5.6 Sol ที่ 216 งาน

แพ้ทั้งสามชุด และในชุด ExploitGym ที่เป็นงานเขียน exploit โดยตรง — งานที่ควรจะเป็นบ้านของโมเดลไร้ guardrail ที่สุด — มันทำได้ไม่ถึงครึ่งของ GPT-5.6 Sol และห่างจาก Opus 4.8 ที่ทำได้ 80 งานอยู่แค่ 25 งาน

CyberGym ที่ถูกอ้างเป็นพาดหัวเป็น benchmark ที่มีอยู่จริง — งานของ UC Berkeley (arXiv:2506.02548) วัดความสามารถด้านความมั่นคงไซเบอร์บนบั๊ก OSS-Fuzz จริง 1,507 รายการจาก 188 โปรเจกต์ ซึ่งตรงกับที่บล็อกระบุ แต่ เชิงอรรถท้ายบล็อกเป็นของบริษัทเอง และเขียนไว้ตรง ๆ ว่า:

“Comparator Terminal-Bench 4.0, CyberGym, and ExploitGym figures are vendor-reported on mixed harnesses and budgets. Treat the chart as indicative rather than strictly comparable.”

แปลว่าแม้แต่คนขายก็บอกว่าอย่าเอาตารางนี้ไปเทียบกันตรง ๆ

และตัวเลขที่ หายไปทั้งชุด คือตัวเลขที่สำคัญที่สุดสำหรับคนที่จะซื้อ: ไม่มีการเทียบ GLM-5.3 ตัวต้นฉบับกับตัวที่ผ่าน abliteration แล้ว เอกสารของบริษัทเคลมว่า “The model retains its general capability, instruction-following, tool use, multilingual ability” แต่ไม่มีการวัดใด ๆ มายืนยันว่าการถอด refusal direction ออกไปทำให้เสียความสามารถไปเท่าไหร่ ทั้งที่ model card ของ GLM-5.3 บน Hugging Face เองมีไฟล์ .eval_results/ ที่ประกาศตัวเลขทางการไว้แล้ว — Terminal-Bench 2.1 ที่ 88.2, Terminal-Bench 3.0 ที่ 28.3, deep-swe ที่ 66.9, HLE (with tools) ที่ 62.5 และ Toolathlon verified ที่ 73.0 ลงวันที่ 31 ส.ค. 2026 ซึ่งเป็นเวอร์ชัน benchmark คนละรุ่นกับ Terminal-Bench 4.0 ที่บริษัทเลือกใช้ เทียบกันไม่ได้อยู่ดี

อีกจุดที่เอกสารพูดไม่ตรงกัน: หน้า /models ระบุว่า large-v2 “further abliterated and fine-tuned by Abliteration AI” — คือมีการ fine-tune ทับด้วย ไม่ใช่ abliteration ล้วน ๆ ตามที่หน้าอธิบายเทคนิคบอกว่า “without retraining, fine-tuning”

ไลเซนส์ของ Z.AI อนุญาตให้ทำแบบนี้จริง

คำถามแรกที่ควรถามคือ เอาโมเดลของคนอื่นมาดัดแปลงแล้วขายต่อเป็น API แบบนี้ผิดไลเซนส์ไหม

ดึงไฟล์ LICENSE จากรีโป zai-org/GLM-5.3 บน Hugging Face มาอ่านตรง ๆ คำตอบคือ ไม่ผิด ตัวไลเซนส์เขียนแบบ MIT-like ให้สิทธิ์ไว้กว้างมาก:

“…to run, deploy, fine-tune, or otherwise modify the Software and create derivative works from it…”

เงื่อนไขเดียวที่แตะเรื่อง Model-as-a-Service อยู่ในข้อ 2 และมันเป็น เงื่อนไขเชิงรายได้ ไม่ใช่เชิงเนื้อหา:

“If the Licensee or any of its affiliates operates a Model as a Service business, and the aggregate revenue of the Licensee and its affiliates exceeds 10 billion US dollars … in total over any consecutive 12 months, the Licensee must pass Z.AI’s security review…”

เพดานอยู่ที่รายได้รวม หนึ่งหมื่นล้านดอลลาร์ใน 12 เดือน — abliteration.ai ที่ TechCrunch ระบุว่ายังไม่ได้ระดมทุน VC เลยและเลี้ยงตัวเองด้วยรายได้จากลูกค้า ไม่ได้อยู่ใกล้เพดานนั้นแม้แต่นิดเดียว ส่วนข้อ 1 ที่เขียนว่า “must comply with applicable laws and regulations” ก็โยนภาระไปที่ผู้ใช้ปลายทาง ไม่ใช่ตัวคนโฮสต์

นี่คือช่องว่างที่ต้องเข้าใจให้ตรง: “open weights” กับ “ควบคุมพฤติกรรมของโมเดลได้” เป็นคนละเรื่องกันโดยสิ้นเชิง เมื่อไหร่ที่แล็บปล่อย weight ออกมาพร้อมสิทธิ์ดัดแปลง การจัดวางแนว safety ที่ฝังไว้ในน้ำหนักก็เป็นเพียง ค่าเริ่มต้น ที่ใครก็ถอดออกได้ — และตอนนี้ก็ซื้อบริการให้คนอื่นถอดให้เสร็จได้แล้ว รุ่นก่อนหน้า abliterated-model-large ที่เปิดตัว 24 ก.ค. 2026 ก็สร้างจาก GLM-5.2 ด้วยรูปแบบเดียวกัน

เรื่องตลกร้าย: บริษัทเดียวกันขายทั้ง “ถอด guardrail” และ “ใส่ guardrail กลับ”

อ่านเอกสาร developer ของบริษัทจนจบแล้วจะเจอโครงสร้างสินค้าที่แปลกมาก

ฝั่งหนึ่งคือ inference ที่ไม่มีการกรอง แต่อีกฝั่งคือ Policy Gateway ซึ่งเป็น add-on แบบเสียเงินเพิ่ม ที่เอา governance กลับเข้ามาวางคร่อมโมเดลที่เพิ่งถอด guardrail ออกไป — ตัดสินคำขอทีละอันแล้วคืนผลเป็นหนึ่งใน allow / rewrite / summary / escalate / refuse พร้อม audit event ทุกครั้ง แบ่งเป็นสามแพ็กเกจ Control / Advanced / Enterprise ที่ต่างกันแค่ปริมาณการใช้งาน (6× / 20× / 60× ของฐาน) ไม่ต่างที่ฟีเจอร์

พูดง่าย ๆ คือถอดออกจากน้ำหนักฟรี แล้วขายชั้นที่ใส่กลับเข้าไปเป็นซับสคริปชัน

สำหรับคนที่ไม่จ่าย add-on ยังมีพารามิเตอร์ flagged_categories ให้ opt-in ต่อคำขอ เลือกได้สี่หมวด — harassment, hate, illicit, sexual — ถ้าเข้าเงื่อนไขจะเด้ง 400 ก่อนถึงโมเดล

และมี safety floor ที่ปิดไม่ได้ อยู่แค่สองหมวดเท่านั้น ตามเอกสารของบริษัทเอง: เนื้อหาล่วงละเมิดทางเพศต่อเด็ก และเนื้อหาการทำร้ายตัวเอง เอกสารเขียนไว้ตรง ๆ ว่า “These are the only categories abliteration.ai blocks by default. Everything else passes through” — ซึ่งสอดคล้องกับที่ TechCrunch ทดสอบแล้วพบว่าคำถามเรื่องการฆ่าตัวตายถูกบล็อกจริง

ในด้านการเชื่อมต่อ มันถูกออกแบบมาให้เสียบเข้ากับ stack ที่นักพัฒนาใช้อยู่แล้วโดยไม่ต้องแก้โค้ด: endpoint แบบ OpenAI (/v1/chat/completions, /v1/responses) และแบบ Anthropic (/v1/messages) พร้อมคู่มือสำหรับ Python, Node/TypeScript, LangChain และ Vercel AI SDK ส่วนสารบัญเอกสารยังมีหัวข้อ integration สำหรับ coding agent อยู่ด้วย

ฝั่งลูกค้า TechCrunch ระบุว่าเป็นสตาร์ตอัป red teaming ระยะเริ่มต้นในสหราชอาณาจักรและยุโรป รวมถึงบริษัทที่รับงานความมั่นคงไซเบอร์ให้ธนาคาร สายการบิน และโครงสร้างพื้นฐานสำคัญ ผู้ร่วมก่อตั้งที่ใช้ชื่อว่า Devon (ขอไม่เปิดนามสกุลเพราะยังทำงานประจำที่อื่น) ให้เหตุผลว่าการทำให้โมเดลไร้ข้อจำกัดเข้าถึงง่ายจะช่วยให้ “defenders can move as fast as possible” ขณะที่ Andrew Yoon จาก CivAI มองว่ามันคือการ “modify the model so that it becomes a sociopath” ส่วนกระบวนการ KYC ตามรายงานคือแทบไม่มีอะไรเกินจากการบันทึกบัตรเครดิต และ Devon เองยอมรับว่ายังนิยามขอบเขตความรับผิดชอบของบริษัทไม่จบ

ที่มาของเทคนิค และจุดที่เอกสารอ้างอิงผิดฝา

หน้า “What is abliteration?” อธิบายกลไกไว้ถูกต้อง — หา refusal direction จากผลต่างของ mean activation ระหว่างพรอมต์ที่เป็นอันตรายกับไม่เป็นอันตราย แล้ว project ทิศทางนั้นออกจาก weight matrix ทั้งฝั่ง attention และ MLP โดยไม่ต้องเทรนใหม่ ซึ่งตรงกับงานวิจัยต้นทาง Arditi et al., “Refusal in Language Models Is Mediated by a Single Direction” (arXiv:2406.11717) ที่มีอยู่จริง

แต่บรรทัด further reading เขียนว่า “FailSpy’s original abliteration writeup” แล้วลิงก์ไปที่ huggingface.co/blog/mlabonne/abliteration ซึ่งเป็นบทความ “Uncensor any LLM with abliteration” ของ mlabonne (Maxime Labonne) คนละคนกับ FailSpy ที่เป็นผู้ทำ implementation ยุคแรก — เป็นรายละเอียดเล็ก ๆ แต่บอกอะไรบางอย่างเกี่ยวกับความละเอียดของเอกสารที่ใช้ขายของด้านความปลอดภัย

มุมมอง AI Curator

เรื่องนี้ไม่ใช่ “มีคน jailbreak โมเดล” ซึ่งเกิดทุกวัน แต่คือ การที่ชั้น safety ของโมเดล open-weight ถูกแปลงเป็นสินค้าที่มีใบกำกับภาษี และสิ่งที่ทำให้มันเป็นไปได้ไม่ใช่ช่องโหว่ทางเทคนิค — มันคือไลเซนส์ที่แล็บเขียนเอง

ผมอยากให้อ่านไลเซนส์ของ GLM-5.3 อีกรอบด้วยสายตาแบบนี้: Z.AI เขียนเงื่อนไข MaaS ไว้เพื่อกันไม่ให้ ยักษ์ใหญ่ เอาโมเดลไปทำธุรกิจแข่งโดยไม่ผ่านการตรวจ (เพดาน $10B) แต่ไม่ได้เขียนอะไรเลยเกี่ยวกับการ ดัดแปลงพฤติกรรมด้าน safety ผลคือบริษัทเล็กที่ถอด guardrail ออกแล้วขายต่อ อยู่นอกขอบเขตที่ไลเซนส์ตั้งใจคุมโดยสมบูรณ์ นี่คือบทเรียนสำหรับทุกแล็บที่กำลังจะปล่อย weight: เงื่อนไขที่ผูกกับรายได้คุมคู่แข่ง ไม่ได้คุมการใช้งาน ถ้าอยากคุมอย่างหลังต้องเขียนแยกอีกข้อ และต้องยอมรับว่ามันบังคับได้ยากมากเมื่อ weight ออกจากมือไปแล้ว

ประเด็นที่สองสำหรับคนที่กำลังจะเสียเงิน: ตัวเลขของบริษัทเองบอกว่าสิ่งที่คุณซื้อ ไม่ใช่ความสามารถที่มากกว่า มันแพ้ทั้ง CyberGym, Terminal-Bench 4.0 และ ExploitGym ให้กับโมเดลที่ guardrail ยังอยู่ครบ สิ่งที่คุณซื้อคือ “มันจะไม่ปฏิเสธ” ซึ่งมีค่าจริงถ้าคุณเป็นทีม red team ที่เจอโมเดลปฏิเสธงานที่ได้รับอนุญาตแล้วจนทำงานไม่ได้ แต่ต้องแยกให้ออกจากคำว่า “เก่งกว่า” และต้องตั้งข้อสังเกตว่าไม่มีใครเผยแพร่ตัวเลข GLM-5.3 ก่อน-หลัง abliteration เลย ทั้งที่งานวิจัยด้านนี้ชี้ตรงกันว่าการแทรกแซง activation subspace มีต้นทุนด้านคุณภาพเสมอ

สำหรับบริบทไทยและอาเซียน มีสองอย่างที่ควรคิดต่อ หนึ่ง — ทีมความมั่นคงไซเบอร์ในไทยที่กำลังมองหาโมเดลสำหรับงาน pentest ที่ได้รับอนุญาต ควรถามตัวเองก่อนว่าปัญหาจริงคือ “โมเดลปฏิเสธ” หรือ “เรายังไม่ได้ทำสัญญากับผู้ให้บริการที่รองรับ use case นี้” เพราะผู้ให้บริการรายใหญ่มีเส้นทางสำหรับงาน security ที่ได้รับอนุญาตอยู่แล้ว และการส่ง prompt งานความมั่นคงของลูกค้าไปยัง API ของสตาร์ตอัปที่ KYC แทบไม่มีอะไร โดยที่ zero data retention เป็นเพียงคำสัญญาบนหน้าเว็บ เป็นความเสี่ยงด้าน supply chain ที่ต้องชั่งน้ำหนักกันจริง ๆ ไม่ใช่เรื่องรอง

สอง — และนี่คือประเด็นระยะยาวที่สำคัญกว่า ผู้กำกับดูแลในภูมิภาคที่กำลังร่างกฎเกี่ยวกับ AI มักออกแบบโดยตั้งสมมติฐานว่า “โมเดลมี guardrail มาจากโรงงาน” กรณีนี้แสดงให้เห็นว่าสมมติฐานนั้นใช้ไม่ได้กับโมเดล open-weight เลย และการที่ GLM-5.3 เป็นโมเดลจากจีนที่ถูกสตาร์ตอัปอเมริกันเอาไปถอด guardrail แล้วขายให้ลูกค้ายุโรป ก็ทำให้คำถามว่า “ใครควรรับผิดชอบ” ตอบยากขึ้นไปอีกชั้น เพราะไม่มีเขตอำนาจศาลไหนถือทั้งสามท่อนไว้พร้อมกัน จุดที่บังคับได้จริงจึงมีอยู่จุดเดียว: องค์กรที่เลือกผู้ให้บริการ — ซึ่งแปลว่านโยบายจัดซื้อ AI ขององค์กรไทยจะกลายเป็นด่านคุมที่สำคัญกว่ากฎหมายในระยะสั้น

แหล่งข่าว

บทความนี้เรียบเรียงจากแหล่งข่าวต้นทาง — TechCrunch

เนื้อหาบน blog นี้สร้างโดย AI โดยมีการกำกับบรรณาธิการจากมนุษย์

อ่านเพิ่มในหมวด ธุรกิจและกฎหมาย

Anthropic ขยายลายน้ำข้อความไปยัง Claude รุ่นเก่าอีก 4 รุ่น แต่บน Opus 4.6 และ Sonnet 4.6 แค่ปรับ temperature ลายน้ำก็ไม่ทำงาน
ธุรกิจและกฎหมาย

Anthropic ขยายลายน้ำข้อความไปยัง Claude รุ่นเก่าอีก 4 รุ่น แต่บน Opus 4.6 และ Sonnet 4.6 แค่ปรับ temperature ลายน้ำก็ไม่ทำงาน

อีเมลถึงลูกค้า API ตามรายงานของ The Decoder ระบุว่า Anthropic จะใส่ลายน้ำให้ Mythos 5, Opus 4.7, Opus 4.6 และ Sonnet 4.6 แต่สองรุ่นหลังทำงานเฉพาะเมื่อพารามิเตอร์สุ่มเป็นค่าเริ่มต้น ขณะที่หน้าเอกสารทางการยังไม่แสดงการรองรับและไม่พูดถึงเงื่อนไขนี้

· อ่าน 4 นาที
OpenAI จะนำเซสชัน Daybreak Blue ไปเทรนโมเดลตั้งแต่ 29 พ.ย. แม้ปิดการแชร์ข้อมูลไว้ ก่อนส่งอีเมลขอโทษและสัญญาว่าจะมีตัวเลือกแยก
ธุรกิจและกฎหมาย

OpenAI จะนำเซสชัน Daybreak Blue ไปเทรนโมเดลตั้งแต่ 29 พ.ย. แม้ปิดการแชร์ข้อมูลไว้ ก่อนส่งอีเมลขอโทษและสัญญาว่าจะมีตัวเลือกแยก

OpenAI แจ้งสมาชิก Trusted Access ว่าจะใช้ข้อมูลเซสชัน Daybreak Blue เทรนโมเดลตั้งแต่ 29 พ.ย. แม้เคยปิดการแชร์ไว้ หลังถูกต้าน อีเมลฉบับที่สองขอโทษและสัญญาว่าจะมีตัวเลือกไม่เข้าร่วมแยกต่างหาก แต่เซสชันที่ถูกตั้งธงยังอาจถูกใช้เพื่อความปลอดภัย

· อ่าน 3 นาที
OpenAI รื้อ Model Spec เป็น 5 คุณค่าหลัก — เลิกเรียกว่า the assistant ตัดกฎสไตล์ส่วนใหญ่ และสั่งให้ถือผลข้างเคียงเป็นของจริงแม้อยู่ใน eval
ธุรกิจและกฎหมาย

OpenAI รื้อ Model Spec เป็น 5 คุณค่าหลัก — เลิกเรียกว่า the assistant ตัดกฎสไตล์ส่วนใหญ่ และสั่งให้ถือผลข้างเคียงเป็นของจริงแม้อยู่ใน eval

Model Spec ฉบับ 29 ต.ค. จัดโครงใหม่เป็น 5 คุณค่า เพิ่มหมวดการใช้บริบทและความจำ และหลักการรองรับการกำกับโดยมนุษย์ ขณะที่กฎสไตล์ส่วนใหญ่ รวมถึงหัวข้อ Markdown ถูกนำออก OpenAI ยังยอมรับว่าโมเดลที่ใช้งานจริงยังไม่ตรงตามเอกสารทั้งหมด

· อ่าน 4 นาที