Altman โพสต์รอบสอง: OpenAI เขียน safety case ก่อนรัน RL ระดับ frontier และ "ไม่ต้องรอข้อยกเว้น antitrust" — หลัง David Sacks ท้าว่า "ทำเลย ไม่ต้องขออนุญาตใคร" และ Trump บอก "ใครชนะ AI คนนั้นชนะ"
เมื่อวานเราสรุปเรียงความ “We Must Pace the Frontier” ของ Dario Amodei และคำตอบรับรอบแรกของ Sam Altman ไปแล้ว ตั้งแต่นั้นมีพัฒนาการใหม่สามเรื่องที่เปลี่ยนภาพพอสมควร เรื่องแรกคือ ฝ่ายรัฐบาลสหรัฐฯ ตอบแล้ว ทั้ง David Sacks และตัวประธานาธิบดี Trump เอง เรื่องที่สองคือ มีเสียงค้านจากแล็บที่ไม่ได้อยู่แถวหน้า และเรื่องที่สามคือ Altman โพสต์ครั้งที่สอง เมื่อ 04:05 UTC วันที่ 14 ก.ย. (11:05 น. เวลาไทย) ซึ่งมีรายละเอียดเชิงปฏิบัติจาก OpenAI เป็นครั้งแรก
ภาพรวมตอนนี้คือ ทุกฝ่ายพูดคำว่า “pacing” เหมือนกัน แต่เถียงกันว่า ใครเป็นคนตัดสิน แล็บตกลงกันเอง รัฐบาลออกกฎ หรือไม่ต้องมีใครกำกับเลย
Sacks: “ทำเลย” แต่อย่าขอ antitrust waiver และอย่าอ้างว่า METR อิสระ
David Sacks ซึ่ง AP ระบุว่าเป็นประธานร่วมสภาที่ปรึกษาด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีของทำเนียบขาว โพสต์บน X เมื่อ 03:14 UTC วันที่ 13 ก.ย. เปิดด้วยประโยคที่หลายคนไม่คาด: “Dario has written that we need to ‘pace the frontier,’ and Sam has agreed. People may be surprised by my response: go ahead.”
แต่ส่วนที่เหลือเป็นการโต้ทุกข้อที่ไม่ใช่การชะลอโดยสมัครใจ เขาบอกว่า Anthropic กับ OpenAI “มี duopoly บน frontier intelligence” อยู่แล้ว จึง “เลิกทำเป็นว่าต้องขออนุญาตใคร” แล้วไล่ต่อเป็นข้อ ๆ:
- “Stop pretending antitrust law has to be suspended so you can form a cartel.” — ตรงกับขั้นที่ 2 ของ Amodei ที่ต้องขอ waiver ด้าน antitrust
- “Stop pretending you need a regulatory approval process that supersedes product liability.”
- “Stop pretending METR is independent when it is intertwined with Anthropic’s investors and staff.” — METR คือองค์กรที่เรียงความยกเป็นตัวอย่างผู้ประเมินที่ฝังตัว
- “Stop pretending you need those same evaluators to police competitors who aren’t even at the frontier.”
เขายังบอกว่าแรงจูงใจ “ไม่ได้บริสุทธิ์ใจทั้งหมด” เพราะแล็บเสี่ยงความรับผิดทางผลิตภัณฑ์ (product liability) มหาศาลถ้าโมเดลถูกใช้โจมตีไซเบอร์ร้ายแรง และหลังเหตุ Hugging Face “การแลกพลังดิบกับความน่าเชื่อถือก็เป็นธุรกิจที่ดีอยู่แล้ว” แล้วปิดท้ายว่าถ้าไม่ทำจริง “we’ll know this was just another bid for regulatory capture — or an election-season psyop.”
Trump: “ใครชนะ AI คนนั้นชนะ”
วันอาทิตย์ที่ 13 ก.ย. AP รายงานว่า Trump ถูกถามว่าอุตสาหกรรมควรชะลอหรือถูกกำกับหรือไม่ เขาตอบว่าสหรัฐฯ นำจีนอยู่ และ “frankly, I want to keep it that way because whoever wins AI wins” พร้อมบอกว่า “We can put guardrails, we can do this and that, but I think you have a lot of negative forces that are bringing it up that … shouldn’t be bringing it up” โดยไม่ระบุว่าหมายถึงใคร และไม่ได้ให้รายละเอียดว่ากฎจะเป็นแบบไหน
ในรายงานเดียวกัน ประธานสภาผู้แทนฯ Mike Johnson บอกว่าต้องมี “some guardrails, some safety measures” แต่ไม่ยอมเสียความสามารถในการแข่งขันให้จีน และผู้อำนวยการ National Economic Council Kevin Hassett บอกว่าเจ้าหน้าที่จะประชุมเรื่องขั้นตอนถัดไป ภายในสัปดาห์นี้
เสียงจากแล็บอื่น: Hassabis เห็นด้วย, Gomez เรียกว่า “cartel”
Demis Hassabis ซีอีโอ Google DeepMind โพสต์เมื่อ 22:59 UTC วันที่ 12 ก.ย. ว่าเรียงความของ Amodei “points towards the right path forward. The details need working through, but the direction is correct” และโยงไปที่ข้อเสนอของ DeepMind เองเมื่อ 14 ก.ค. เรื่ององค์กรมาตรฐานระดับอุตสาหกรรมสำหรับ frontier AI
ฝั่งค้านที่แรงที่สุดมาจาก Aidan Gomez ซีอีโอ Cohere ซึ่งโควตโพสต์แรกของ Altman ว่า “Some great ideas here from the cartel” แล้วสรุปข้อเสนอเป็นสามข้อแบบประชด: ต้องให้ผู้ประเมินเข้าถึงระดับพนักงานทั้งองค์กร, ถ้าเห็นว่า “ไม่ปลอดภัยพอ” ก็ถูกสั่งปิด และ “China won’t comply, but everyone else has to! or no chips!” มุมนี้สำคัญเพราะมาจากบริษัทที่ขายโมเดลให้องค์กรและรัฐบาลนอกสหรัฐฯ ซึ่งจะเป็นฝ่ายถูกกำกับโดยมาตรฐานที่แล็บแถวหน้าร่วมเขียน
Altman รอบสอง: safety case ก่อนเทรน และ “ไม่ต้องรอ antitrust exemption”
โพสต์ที่สองของ Altman (14 ก.ย.) ยาวกว่ารอบแรกมาก และมีสามประเด็นที่ใหม่:
- OpenAI เปลี่ยนจุดตรวจจากก่อนปล่อยเป็นก่อนเทรน — “at OpenAI we now formulate explicit safety cases in advance of frontier reinforcement learning runs we expect to significantly increase capability, in addition to the safety work we have long done in advance of model releases.” เขายอมรับว่า Responsible Scaling Policies และ Preparedness Framework ที่แล็บเขียนกันเมื่อหลายปีก่อน “focused primarily on the deployment of completed models, not what happens during their development process”
- ไม่รอรัฐ — “We welcome a federal framework that sets consistent safety requirements for frontier AI. But we do not believe we need to wait for an anti-trust exemption or legislation to begin the work of providing this confidence.” และบอกว่าที่ต้องใช้รัฐบาลจริง ๆ คือ “international coordination”
- นิยาม pacing — “When we talk about ‘pacing’, we do not mean ‘stopping’… But it should be slower than it otherwise could be; interventions like safety cases and monitoring have significant costs.” และ “no amount of American competitive pressure should justify recklessness”
สิ่งที่โพสต์นี้ ไม่มี ก็น่าสังเกตพอกัน โพสต์แรกเมื่อ 12 ก.ย. บอกว่า OpenAI จะให้ผู้ประเมินอิสระเข้าถึง “ระดับพนักงาน” เหมือน Anthropic แต่โพสต์ที่สองพูดแค่ว่า “we are excited by ideas like independent auditors” ไม่มีวันเริ่ม ไม่มีชื่อองค์กร และไม่ได้บอกว่าต้องมีหลักฐานระดับไหนก่อนรัน RL ได้
มุมมอง AI Curator
กรอบที่กำลังจะชนะคือ “สมัครใจ ไม่มีกรรมการ” ถ้าอ่านสามโพสต์ต่อกัน Sacks บอกให้ทำเองโดยไม่ต้องมีข้อยกเว้น antitrust, Trump ไม่อยากให้มีอะไรมาชะลอการแข่งกับจีน และ Altman ในโพสต์ที่สองก็บอกว่าไม่ต้องรอข้อยกเว้น antitrust หรือกฎหมาย เราไม่รู้ว่า Altman เขียนเพื่อตอบ Sacks หรือไม่ แต่ผลคือ ขั้นที่ 2 ของ Amodei ที่ต้องให้แล็บตกลงกันผ่าน waiver ของรัฐ ไม่มีใครในวอชิงตันหรือ OpenAI หยิบขึ้นมาสนับสนุน สิ่งที่เหลือคือแต่ละแล็บตั้งเกณฑ์ของตัวเองแล้วประกาศเอง ซึ่งเป็นรูปแบบเดียวกับ RSP ที่ Altman เพิ่งยอมรับว่าไม่พอ ต่างกันแค่ย้ายจุดตรวจจากก่อนปล่อยมาเป็นก่อนเทรน
safety case ก่อนรัน RL เป็นของใหม่จริง แต่ตรวจสอบไม่ได้ ถ้าทำจริงจะเป็นการเปลี่ยนที่มีความหมาย เพราะความเสี่ยงที่ Amodei ยกมา (ฝูงเอเจนต์ที่พยายามเจาะ grader) เกิดระหว่างเทรน ไม่ใช่ตอนปล่อย แต่ตอนนี้ไม่มีตัวอย่าง safety case ให้ดู ไม่รู้ว่าใครอนุมัติ และไม่รู้ว่าเคยมีรันไหนถูกเบรกหรือไม่ OpenAI เคยเปิดตัวเลขการหยุด RL สองสัปดาห์เมื่อ ส.ค. ซึ่งเป็นหลักฐานที่ดีกว่าคำประกาศ ตัวชี้วัดที่ควรรอคือ safety case ฉบับแรกที่เปิดให้คนนอกอ่าน หรืออย่างน้อยสรุปจากผู้ตรวจอิสระ
ข้อกล่าวหาเรื่อง METR ของ Sacks ต้องแยกให้ออก เป็นคำกล่าวหาจากคนในรัฐบาล ไม่ใช่ข้อเท็จจริงที่ตรวจแล้ว แต่ประเด็นที่ซ่อนอยู่สำคัญ ถ้าผู้ประเมินที่ฝังตัวมีจำนวนน้อยและผูกกับแล็บแถวหน้า มาตรฐานที่ออกมาก็จะวัดคู่แข่งรายเล็กด้วยไม้บรรทัดที่รายใหญ่เลือก นี่คือจุดเดียวกับที่ Gomez และ Sacks โจมตีจากคนละฝั่ง
สำหรับนักพัฒนาไทยและอาเซียน ผลในทางปฏิบัติมีสองข้อ ข้อแรก ถ้า OpenAI เขียน safety case ก่อนทุก frontier RL run จริง ช่วงห่างระหว่างรุ่นใหญ่น่าจะยาวขึ้น การออกแบบระบบให้ทำงานได้ดีกับโมเดลปัจจุบันจึงยังเป็นเดิมพันที่ปลอดภัยกว่าการรอรุ่นหน้า ข้อสอง ทุกฝ่ายตั้งแต่ Amodei ถึง Trump ผูกเรื่องนี้กับการแข่งกับจีน และข้อที่ Gomez ประชดว่า “or no chips!” ก็คือกลไกที่ Amodei เสนอจริง (คุมชิปและปราบการเช่าดาต้าเซ็นเตอร์ข้ามพรมแดน) ภูมิภาคเราไม่ได้อยู่ในวงเจรจาใดเลย แต่ใช้ทั้งโมเดลสหรัฐฯ และ open-weight จากจีน จึงเป็นฝ่ายรับผลของกฎที่ถูกออกแบบมาเพื่อสองขั้วนี้ สิ่งที่ควรจับตาในสัปดาห์นี้คือผลการประชุมที่ Hassett พูดถึง ว่าจะออกมาเป็นกรอบระดับรัฐบาลกลาง หรือแค่ปล่อยให้แล็บชะลอกันเองตามที่ Sacks บอก
แหล่งข่าว
- The Decoder — Sam Altman calls for pacing AI development but promises rapid progress will continue (14 ก.ย. 2026)
- Sam Altman บน X — โพสต์ที่สองเรื่อง pacing และ safety case (14 ก.ย. 2026, 04:05 UTC)
- David Sacks บน X — “go ahead” และข้อโต้เรื่อง antitrust/METR (13 ก.ย. 2026, 03:14 UTC)
- AP ผ่าน Anchorage Daily News — Trump downplays the need to check AI development and says he doesn’t want to cede edge to China (13 ก.ย. 2026)
- The Decoder — Altman, Musk, and Hassabis back Amodei’s call to add independent oversight (13 ก.ย. 2026)
อ่านเพิ่มในหมวด นโยบายและกฎหมาย
Anthropic ขยายลายน้ำข้อความไปยัง Claude รุ่นเก่าอีก 4 รุ่น แต่บน Opus 4.6 และ Sonnet 4.6 แค่ปรับ temperature ลายน้ำก็ไม่ทำงาน
อีเมลถึงลูกค้า API ตามรายงานของ The Decoder ระบุว่า Anthropic จะใส่ลายน้ำให้ Mythos 5, Opus 4.7, Opus 4.6 และ Sonnet 4.6 แต่สองรุ่นหลังทำงานเฉพาะเมื่อพารามิเตอร์สุ่มเป็นค่าเริ่มต้น ขณะที่หน้าเอกสารทางการยังไม่แสดงการรองรับและไม่พูดถึงเงื่อนไขนี้
OpenAI จะนำเซสชัน Daybreak Blue ไปเทรนโมเดลตั้งแต่ 29 พ.ย. แม้ปิดการแชร์ข้อมูลไว้ ก่อนส่งอีเมลขอโทษและสัญญาว่าจะมีตัวเลือกแยก
OpenAI แจ้งสมาชิก Trusted Access ว่าจะใช้ข้อมูลเซสชัน Daybreak Blue เทรนโมเดลตั้งแต่ 29 พ.ย. แม้เคยปิดการแชร์ไว้ หลังถูกต้าน อีเมลฉบับที่สองขอโทษและสัญญาว่าจะมีตัวเลือกไม่เข้าร่วมแยกต่างหาก แต่เซสชันที่ถูกตั้งธงยังอาจถูกใช้เพื่อความปลอดภัย
OpenAI รื้อ Model Spec เป็น 5 คุณค่าหลัก — เลิกเรียกว่า the assistant ตัดกฎสไตล์ส่วนใหญ่ และสั่งให้ถือผลข้างเคียงเป็นของจริงแม้อยู่ใน eval
Model Spec ฉบับ 29 ต.ค. จัดโครงใหม่เป็น 5 คุณค่า เพิ่มหมวดการใช้บริบทและความจำ และหลักการรองรับการกำกับโดยมนุษย์ ขณะที่กฎสไตล์ส่วนใหญ่ รวมถึงหัวข้อ Markdown ถูกนำออก OpenAI ยังยอมรับว่าโมเดลที่ใช้งานจริงยังไม่ตรงตามเอกสารทั้งหมด