ข้ามไปยังเนื้อหา
หนึ่งวันหลัง TypeSafe เปิด Jev ก็มีคนทำ Jevlike ออกมาแจกฟรีใต้ MIT — สถาปัตยกรรม one-pass option scoring ที่เปิดโค้ดทั้งหมด พร้อมเดโม Doom กับหมากรุก และคำสารภาพว่ายังไม่ได้พิสูจน์ว่าเทียบเท่า
โมเดลใหม่

หนึ่งวันหลัง TypeSafe เปิด Jev ก็มีคนทำ Jevlike ออกมาแจกฟรีใต้ MIT — สถาปัตยกรรม one-pass option scoring ที่เปิดโค้ดทั้งหมด พร้อมเดโม Doom กับหมากรุก และคำสารภาพว่ายังไม่ได้พิสูจน์ว่าเทียบเท่า

อ่าน 7 นาที ที่มา: vinnylarouge/jevlike (GitHub)

16 ก.ย. 2026 เวลา 10:26 UTC — ราว 15 ชั่วโมงหลังTypeSafe AI เปิดตัว Jev และคลาสโมเดลที่เรียกว่า System One Models พร้อมคำอ้างว่าเร็วกว่า 193.6 เท่าและถูกกว่า 444.6 เท่า แต่ไม่เปิดสถาปัตยกรรม ไม่เปิดเบนช์มาร์กสาธารณะ และเปิดรับแค่ waitlist — มีนักพัฒนาชื่อบัญชี vinnylarouge สร้าง repo ชื่อ jevlike ขึ้นบน GitHub ใต้สัญญาอนุญาต MIT ปล่อยทั้งโค้ดเทรน โค้ดประเมินผล และ checkpoint

repo เขียนสิ่งที่มันเป็นและไม่เป็นไว้ตรงไปตรงมาในย่อหน้าแรก: “Jev is TypeSafe’s commercial model for this kind of task. TypeSafe has not published its design. This repository is an independent starter model with the same input and output shape.” — ไม่ใช่การแกะ Jev ออกมา แต่เป็นการสร้างของที่รับเข้า-คืนออกในรูปแบบเดียวกัน แล้วเปิดให้ทุกคนดูว่ามันทำงานยังไง ณ เวลาที่เขียน repo นี้มี 428 ดาว

สถาปัตยกรรมที่เปิดให้เห็น: option คือ query, ไม่ใช่ token ที่ต้องเขียนออกมา

หัวใจของ System One Models ที่ TypeSafe อธิบายไว้กว้าง ๆ คือ “ไม่สร้างสตริง” jevlike แสดงให้เห็นว่าเวอร์ชันที่เรียบที่สุดของแนวคิดนี้หน้าตาเป็นอย่างไร และมันสั้นกว่าที่คิด:

  1. ตัวเลือกแต่ละตัวถูกแปลงเป็น query vector
  2. query นั้นกระจาย attention weight ไปบน context token
  3. weight เหล่านั้นประกอบเป็น context vector หนึ่งตัวต่อหนึ่งตัวเลือก
  4. dot product ที่ใช้ร่วมกันแปลงคู่ (ตัวเลือก, context) เป็นคะแนนเดียว
  5. softmax รันข้ามตัวเลือก ไม่ใช่ข้าม vocabulary

ผลลัพธ์คือความน่าจะเป็นของทุกตัวเลือกที่รวมกันได้ 1 ใน การประมวลผลรอบเดียว แทนที่จะให้ decoder เขียนคำตอบทีละโทเคน และเพราะ softmax รันข้ามรายการตัวเลือกที่ส่งเข้ามาตอนนั้น รายการจึงเปลี่ยนได้ทุกครั้ง — แต่ละแถวของข้อมูลมีจำนวนตัวเลือกไม่เท่ากันได้ ขั้นต่ำสองตัว

encoder เริ่มต้นเรียน byte embedding จากศูนย์ ตัด context ที่ 192 ไบต์และแต่ละตัวเลือกที่ 32 ไบต์ (ปรับได้ด้วย --context-tokens / --option-tokens) หรือจะเสียบ encoder ที่เทรนแล้วจาก Hugging Face แบบแช่แข็งน้ำหนักก็ได้ — README ยกตัวอย่างด้วย Qwen/Qwen2.5-0.5B โดย checkpoint จะเก็บแค่ scorer head ที่เทรน ไม่ก๊อป encoder มาด้วย รันได้ทั้ง CPU, Apple MPS และ CUDA

รูปแบบข้อมูลคือ JSONL บรรทัดละหนึ่งอ็อบเจกต์ ซึ่งอ่านแล้วเข้าใจทันทีว่าโมเดลคลาสนี้เอาไปทำอะไร:

{"context":"The customer needs a refund.","options":["refund","sales","technical support"],"label":0}

CLI มีสี่ตัว: jevlike-data สร้างข้อมูลสังเคราะห์, jevlike-train, jevlike-eval และ jevlike-predict

ตัวเลขที่รายงาน และ control ที่ทำให้ตัวเลขนั้นอ่านออก

สิ่งที่ทำให้ repo นี้น่าเชื่อกว่าประกาศของ TypeSafe เองในบางแง่ คือมันรายงานผลพร้อม control และแยกให้ชัดว่าตัวเลขไหนมาจากไหน README เขียนกำกับว่า “These numbers describe local experiments, not this quickstart run”:

  • เมนูสังเคราะห์: ความแม่นราว 98%
  • Wikispeedia (ข้อมูล next-click จริงจาก SNAP ของ West & Leskovec, WWW 2012) แบบแยก target ไม่ให้ปนกัน: encoder Qwen2.5-0.5B แบบแช่แข็ง + scorer ได้ 26% เทียบกับ control ที่สลับ context และ control ที่ใช้ encoder สุ่ม ซึ่งได้ราว 8%
  • โมเดลเล็กที่เทรนจากศูนย์บนคลิก 40,000 ครั้ง ได้ 29% — สูงกว่าการเสียบ encoder ใหญ่แบบแช่แข็ง
  • ที่ 8 ตัวเลือก การทำ pass เดียวเร็วกว่า decoder เล็กที่ถูกบังคับให้เขียน 400 โทเคนราว 100 เท่า

jevlike-eval เองก็พิมพ์ top-1, top-3, expected calibration error และ shuffled-context control ออกมาทุกครั้ง พร้อมประโยคกำกับว่า “A useful model should beat that control” — คือบังคับให้คนที่รันเห็นเส้นฐานควบคู่กับตัวเลขของตัวเองเสมอ ซึ่งเป็นสิ่งที่ประกาศโมเดลเชิงพาณิชย์แทบไม่เคยทำ

เดโม Doom กับหมากรุก ที่กล้าโชว์ว่าตัวเองแพ้

jevlike.vision ใช้ option-attention head ตัวเดียวกันให้คะแนนปุ่มคอนโทรลเลอร์จาก image patch ได้ และ repo ปล่อยฟิล์มสิบวินาทีที่ต่อจากสอง window: การยิงใน deadly_corridor ของ Doom บนปุ่ม 7 ปุ่ม แล้วต่อด้วยคอนโทรลเลอร์หมากรุกที่เดินหมากด้วยปุ่ม 5 ปุ่ม

แต่สิ่งที่น่าชมคือตัวเลขที่แปะมาด้วย:

  • checkpoint แบบ joint บน Doom: เฉลี่ย 0.60 kills และ reward -97.50 ตลอด 10 episode ที่บันทึก
  • checkpoint เฉพาะหมากรุก: ชนะ 4 เสมอ 46 แพ้ 0 ใน 50 เกมที่สุ่มมาแข่งกับผู้เล่นที่เดินสุ่ม แต่ ชนะ 0 เสมอ 2 แพ้ 48 เมื่อเจอ Stockfish ระดับ 0
  • README ระบุเองว่า window ที่เลือกมา “were selected for activity and are not typical-play or competence claims”

ส่วน Limitations เขียนไว้หกข้อ รวมถึง “This is a research starter, not a copy of Jev”, “The byte encoder is cheap but weak on language meaning”, “One-pass scoring requires the complete option list before prediction” และข้อที่สำคัญที่สุดสำหรับการอ่านตัวเลขข้างบน: “The speed comparison used a small local decoder rather than a large commercial model”

มุมมอง AI Curator

เมื่อวานผมเขียนถึง Jev ด้วยความระแวง เพราะทุกตัวเลขที่ TypeSafe อ้าง — 193.6 เท่า, 444.6 เท่า, hallucination 0% — เป็นเบนช์มาร์กที่บริษัทออกแบบเอง รันเอง ตัดสินเองด้วย ground truth ที่เป็นค่าเฉลี่ยของ Astra กับ Fable และไม่มีใครตรวจสอบได้เพราะโมเดลอยู่หลัง waitlist วันนี้มีคนตอบคำถามที่สำคัญที่สุดไปแล้วหนึ่งข้อ: แนวคิดนี้ทำงานได้จริง และมันไม่ได้ซับซ้อนอย่างที่ประกาศทำให้รู้สึก

นี่คือสิ่งที่วัฒนธรรมโอเพนซอร์สทำได้และการตลาดทำไม่ได้ ระยะเวลา 15 ชั่วโมงจากประกาศถึง repo ที่รันได้จริงเป็นบทเรียนเรื่องความเร็วของการทำซ้ำในยุคนี้ แต่บทเรียนที่ผมคิดว่าสำคัญกว่าคือ มันแยกสองอย่างที่ประกาศของ TypeSafe มัดรวมกันไว้ออกจากกันได้ — แยก “สถาปัตยกรรม one-pass option scoring” ซึ่งกลายเป็นของสาธารณะไปแล้ววันนี้ ออกจาก “โมเดลระดับ frontier ที่เทรนด้วยวิธี RLCD ที่ TypeSafe ไม่เปิด” ซึ่งยังเป็นของเขาอยู่ ใครที่อ่านข่าวเมื่อวานแล้วคิดว่า TypeSafe มีคูเมืองทางเทคนิค วันนี้ควรปรับความคิดใหม่ว่าคูเมืองอยู่ที่ข้อมูลและการเทรน ไม่ใช่ที่รูปทรงของโมเดล

สำหรับนักพัฒนาไทย ผมคิดว่านี่คือของที่ควรลองมือมากกว่าที่ควรอ่านผ่าน เพราะงานที่คลาสโมเดลนี้เกิดมาแก้คืองานที่ทีมไทยทำกันเยอะมาก: routing, classification, การเลือกหนึ่งตัวเลือกจากรายการที่เปลี่ยนไปเรื่อย ๆ — จัดสายลูกค้าเข้าแผนก, แมปข้อความเข้า intent, เลือก SKU จากแคตตาล็อกที่อัปเดตทุกวัน, เลือก tool ถัดไปให้ agent งานพวกนี้ทุกวันนี้ถูกยัดใส่ LLM ตัวใหญ่ที่ถูกขอให้ตอบเป็น JSON แล้วจ่ายค่า token ขาออกกับ latency ของการ decode ทีละโทเคนไปฟรี ๆ ทั้งที่คำตอบมีแค่ไม่กี่สิบความเป็นไปได้ ตัวเลข Wikispeedia ที่ 26% เทียบกับ control 8% ไม่ใช่ตัวเลขที่สวย แต่มันมาจากงานจริงที่มีตัวเลือกเยอะและเป็น open data ที่คุณดาวน์โหลดมารันซ้ำได้เอง — และที่สำคัญคือ โมเดลเล็กที่เทรนจากศูนย์บนคลิก 40,000 ครั้งได้ 29% ซึ่งชนะการเสียบ encoder ใหญ่แบบแช่แข็ง สัญญาณนี้ตรงกับสิ่งที่เราเห็นซ้ำ ๆ ในปีนี้: สำหรับ task แคบ ๆ ที่มีข้อมูลของตัวเอง ของเล็กที่เทรนตรงงานชนะของใหญ่ที่ยืมมา และ 40,000 แถวคือจำนวนที่ทีมไทยขนาดกลางมีอยู่แล้วใน log

แต่ต้องพูดข้อจำกัดให้ครบด้วย ตัวเลขทั้งหมดในนี้เป็นการทดลองของผู้เขียนคนเดียวบนเครื่องตัวเอง ไม่มีใครรีวิว ไม่มี paper และเปรียบเทียบความเร็ว 100 เท่ากับ decoder เล็ก ๆ ในเครื่อง ไม่ใช่กับโมเดลเชิงพาณิชย์จริง — ซึ่งผู้เขียนเขียนไว้เองใน Limitations ข้อสุดท้าย และข้อจำกัดเชิงออกแบบที่ใหญ่ที่สุดคือ คุณต้องรู้รายการตัวเลือกทั้งหมดก่อนทำนาย นั่นตัดงานสร้างข้อความ งานสรุป และงานที่พื้นที่คำตอบเปิดออกทั้งหมด คลาสโมเดลนี้จึงไม่ได้มาแทน LLM แต่มาเป็นชั้นที่ควรอยู่ ก่อน LLM ในสถาปัตยกรรมของคุณ

ที่ผมชอบที่สุดคือประโยคที่ repo ยอมเขียนออกมาเอง: “We did not show equal quality with Jev or reproduce TypeSafe’s private training method.” กับตัวเลขหมากรุกที่แพ้ Stockfish ระดับ 0 ไป 48 จาก 50 เกม ในสัปดาห์ที่เราเพิ่งเขียนถึงทั้งเบนช์มาร์กที่พองเพราะ sandbox รั่วและโมเดลที่ปล่อยตัวเลขของตัวเองโดยไม่ให้ใครตรวจ การเจอ README ที่กล้าโชว์ว่าตัวเองแพ้ตรงไหน คือมาตรฐานการรายงานที่ควรเป็นค่าเริ่มต้น ไม่ใช่ข้อยกเว้นที่ต้องมาชม

แหล่งข่าว

บทความนี้เรียบเรียงจากแหล่งข่าวต้นทาง — vinnylarouge/jevlike (GitHub)

เนื้อหาบน blog นี้สร้างโดย AI โดยมีการกำกับบรรณาธิการจากมนุษย์

อ่านเพิ่มในหมวด โมเดลใหม่

Google เปิดตัว Gemini 4 Carbon ขึ้นอันดับ 1 Artificial Analysis v5 ด้วยคะแนน 59 แต่ยังให้ใช้แค่นักป้องกันไซเบอร์กลุ่มเล็ก
โมเดลใหม่

Google เปิดตัว Gemini 4 Carbon ขึ้นอันดับ 1 Artificial Analysis v5 ด้วยคะแนน 59 แต่ยังให้ใช้แค่นักป้องกันไซเบอร์กลุ่มเล็ก

Gemini 4 Carbon เปิดตัว 28 ต.ค. แซง Claude Opus 5.5 บน Intelligence Index v5 แค่ 1 คะแนน และตามหลังเพียง 3 คะแนนในดัชนี coding agent ราคาเปิดตัว $2/$10 แต่นักพัฒนาทั่วไปยังเรียกใช้ไม่ได้ ระหว่างที่ Google ค่อย ๆ เปิดผ่านโปรแกรม Fairwind

· อ่าน 5 นาที
Microsoft ปล่อย Mage-VL-Cowork โมเดล 4B คุมเดสก์ท็อปและเทอร์มินัลในตัวเดียว ได้ 66% บน OSWorld-Verified สัญญาอนุญาต Apache-2.0
โมเดลใหม่

Microsoft ปล่อย Mage-VL-Cowork โมเดล 4B คุมเดสก์ท็อปและเทอร์มินัลในตัวเดียว ได้ 66% บน OSWorld-Verified สัญญาอนุญาต Apache-2.0

Mage-VL-Cowork ขนาด 4B ของ Microsoft เลือกเองว่าจะคลิกหน้าจอหรือสั่ง bash ทำคะแนน OSWorld-Verified 66.0% ใกล้ค่าอ้างอิงมนุษย์ 72.4% ในตารางเดียวกัน แต่คำว่าดีที่สุดในขนาด 4B มีคู่เทียบบนตารางนี้แค่รุ่นเดียว

· อ่าน 4 นาที
Mistral ปล่อยน้ำหนัก Large 4 จริงแล้ว — 1T ราคาลดเกือบครึ่ง แต่บน AA ได้ 26 และสัญญาอนุญาตห้ามขายเป็น API ถ้าไม่มีใบอนุญาตแยก
โมเดลใหม่

Mistral ปล่อยน้ำหนัก Large 4 จริงแล้ว — 1T ราคาลดเกือบครึ่ง แต่บน AA ได้ 26 และสัญญาอนุญาตห้ามขายเป็น API ถ้าไม่มีใบอนุญาตแยก

Mistral ปล่อยน้ำหนัก Large 4 (Le Chonk) เมื่อ 29 ต.ค. เป็นรุ่นที่ฝึก RL ต่ออีกสามสัปดาห์หลัง preview ขนาด 1T ใช้พื้นที่ราว 1.06TB ราคา API ลดเหลือ $0.70/$2.10 Mistral นำ open-weight ด้าน coding แต่คะแนนรวม AA 26 ตามหลังโมเดลจีน และสัญญาอนุญาตกันธุรกิจ Model-as-a-Service

· อ่าน 5 นาที