ข้ามไปยังเนื้อหา
ศาลอุทธรณ์ D.C. ยืนคำสั่งกระทรวงกลาโหมสหรัฐตัด Claude ออกจากซัพพลายเชน 2–1 — ชี้ว่าการที่ Anthropic "ฝังข้อจำกัดไว้ในโมเดล" ก็นับเป็นความเสี่ยงได้ แม้ไม่มีเจตนาร้าย
ธุรกิจและกฎหมาย

ศาลอุทธรณ์ D.C. ยืนคำสั่งกระทรวงกลาโหมสหรัฐตัด Claude ออกจากซัพพลายเชน 2–1 — ชี้ว่าการที่ Anthropic "ฝังข้อจำกัดไว้ในโมเดล" ก็นับเป็นความเสี่ยงได้ แม้ไม่มีเจตนาร้าย

อ่าน 5 นาที ที่มา: U.S. Court of Appeals for the D.C. Circuit

ข้อพิพาทระหว่าง Anthropic กับกระทรวงกลาโหมสหรัฐ (ซึ่งตอนนี้เรียกตัวเองว่า Department of War) มีคำตัดสินจากศาลที่สองแล้ว เมื่อ 25 กันยายน 2026 ศาลอุทธรณ์ D.C. Circuit ในคดีหมายเลข 26-1049 มีมติ 2 ต่อ 1 ปฏิเสธคำร้องของ Anthropic ผู้พิพากษา Katsas เขียนความเห็นฝ่ายข้างมาก Rao ร่วมด้วย ส่วน Henderson ไม่เห็นด้วย ศาลสรุปว่ากระทรวง “had ample support” ที่จะมองว่าการใช้ Claude ในระบบของกระทรวง “by the Department or its contractors” เป็นความเสี่ยงต่อความมั่นคงตามที่กฎหมายกำหนด

คำตัดสินนี้ไม่ได้ขัดกับ ชัยชนะของ Anthropic ที่ศาลแขวงซานฟรานซิสโกเมื่อ 27 ส.ค. โดยตรง เพราะกระทรวงใช้ กฎหมายสองฉบับ ออกคำสั่งสองชุดคู่กัน ศาลแคลิฟอร์เนียเพิกถอนชุดที่อิง 10 U.S.C. § 3252 ส่วนคดีนี้เป็นชุดที่อิง Federal Acquisition Supply Chain Security Act (41 U.S.C. § 4713) ซึ่งกฎหมายให้ D.C. Circuit มีอำนาจพิจารณาแต่เพียงผู้เดียว

ทำไมแพ้ในศาลนี้ ทั้งที่ชนะอีกศาล

ศาลอุทธรณ์ยอมรับตรง ๆ ว่า “no quarrel” กับข้อสรุปของศาลแคลิฟอร์เนียที่ว่า Anthropic ไม่มีเจตนาร้าย แต่ชี้ว่านิยาม “supply chain risk” ใน § 3252 ใช้คำว่า adversary จึงต้องมีเจตนาร้าย ขณะที่ § 4713 ใช้คำว่า “any person” ที่อาจ “sabotage … or otherwise manipulate” ระบบ ฝ่ายข้างมากตีความ “manipulate” แบบกว้าง ว่าหมายถึงการควบคุมหรือบังคับการทำงาน ไม่จำเป็นต้องแอบแฝง

ข้อเท็จจริงที่ศาลใช้:

  • Anthropic ยังห้ามใช้ Claude สองกรณี คือ “lethal autonomous warfare” และ “mass surveillance of Americans” และบังคับใช้ข้อห้ามนี้ ผ่านการเทรนโมเดล ไม่ใช่แค่ผ่านสัญญา
  • กระทรวงอ้างเหตุการณ์ที่มีข้อโต้แย้งว่า Claude อาจถูกห้ามใช้ใน “ongoing overseas military operation” ซึ่งฝ่ายหนึ่งเรียกว่าเกือบเป็นหายนะ อีกฝ่ายเรียกว่าความเข้าใจผิด
  • Anthropic แย้งว่า ไม่มี “back door or remote ‘kill switch’” เมื่อส่งโมเดลให้ผู้รับเหมาบนระบบลับแล้ว กระทรวงทดสอบก่อนรับ และถ้าไม่พอใจก็ใช้รุ่นเก่าต่อได้ ศาลไม่รับข้อโต้แย้งนี้ โดยเขียนว่ากระทรวง “cannot utilize AI systems that remain trapped in amber” และ Anthropic “can and does program Claude’s behavior with each new model”
  • ศาลยกคำกล่าวจากบันทึกของ Under Secretary Emil Michael ว่าโมเดลของ Anthropic “have weights or parameters that number approximately 5 to 10 trillion per model” จนการตรวจสอบ output อย่างเข้มงวด “mathematically impossible” (ตัวเลขนี้เป็นคำกล่าวอ้างในบันทึกของรัฐบาล ไม่ใช่ข้อมูลที่ Anthropic เปิดเผย)
  • ข้อโต้แย้งเรื่อง First Amendment ไม่ผ่าน เพราะศาลมองว่ากระทรวงตัดสินใจจากการที่ Anthropic ไม่ยอมรับเงื่อนไขในสัญญา ไม่ใช่จากจุดยืนเรื่องการกำกับ AI

ผู้พิพากษา Henderson แย้งว่าบริบทของกฎหมายบ่งชี้ความหมายแคบ คือการกระทำที่แอบแฝงหรือบ่อนทำลาย และการตีความแบบฝ่ายข้างมากเท่ากับว่า “manipulate” ครอบคลุมแม้แต่การหมุนลูกบิดประตู

ผลที่ตามมา

บันทึกของ CIO กระทรวงเมื่อ 6 มี.ค. สั่งให้ถอดผลิตภัณฑ์ Anthropic ออกภายใน 180 วัน และ ห้ามผู้รับเหมาใช้ผลิตภัณฑ์ Anthropic ในงานของกระทรวง CNBC รายงานว่าศาลจะยังไม่ให้คำตัดสินมีผลทันที เพื่อเปิดโอกาสให้ Anthropic ขอให้องค์คณะเดิมหรือศาลเต็มองค์คณะ (en banc) พิจารณาใหม่ และยังยื่นต่อศาลฎีกาได้ โฆษกของ Anthropic บอก CNBC ว่า “We respectfully disagree … We remain confident in our position and are considering all options, including further review.”

มุมมอง AI Curator

ประเด็นที่นักพัฒนาควรสนใจไม่ใช่การเมืองสหรัฐ แต่เป็น เหตุผลที่ศาลใช้ ศาลยอมรับว่า “ผู้ให้บริการโมเดลควบคุมพฤติกรรมโมเดลผ่านการเทรน และเปลี่ยนได้ทุกครั้งที่ออกรุ่นใหม่” เป็นความเสี่ยงของซัพพลายเชนได้โดยไม่ต้องมีเจตนาร้าย ข้อเท็จจริงนี้ใช้ได้กับ ทุก API ของโมเดลปิด ไม่ใช่แค่ Anthropic ทุกเจ้ามีนโยบายการใช้งาน ทุกเจ้าเทรนให้โมเดลปฏิเสธบางอย่าง และทุกเจ้าเปลี่ยนพฤติกรรมเมื่อออกรุ่นใหม่ ตรรกะนี้จึงอาจถูกหยิบไปใช้กับผู้ให้บริการรายอื่นในอนาคตได้

สำหรับองค์กรในไทยและอาเซียนที่กำลังเลือกโมเดลให้ระบบของรัฐหรือโครงสร้างพื้นฐานสำคัญ คำตัดสินนี้ทำให้ข้อดีของ open-weight ที่ตรึงเวอร์ชันและ self-host ได้ ชัดขึ้น เพราะผู้ใช้ควบคุมเองได้ว่าจะใช้รุ่นไหนและนานเท่าไร ข้อแลกเปลี่ยนคือความสามารถที่ยังตามหลังโมเดลปิดระดับบนสุด ส่วนผู้รับเหมาที่ทำงานกับหน่วยงานสหรัฐ (รวมถึงบริษัทไอทีไทยที่อยู่ในซัพพลายเชนของผู้รับเหมาอเมริกัน) ควรตรวจว่ามี Claude อยู่ใน workflow ของงานสัญญาเหล่านั้นหรือไม่ ไม่ว่าจะเป็น Claude Code หรือ Claude ผ่าน Bedrock

ในอีกด้าน ศาลเองก็ยอมรับว่านี่เป็นคำถามที่ “profoundly difficult” ข้อกังวลของ Anthropic คือโมเดลที่ไม่มีข้อจำกัดอาจ “hallucinating inappropriate targets for lethal military force” และศาลก็ไม่ได้ตัดสินว่าข้อกังวลนั้นผิด ศาลเพียงบอกว่าคนตัดสินใจเรื่องนี้คือประธานาธิบดีและรัฐมนตรี ไม่ใช่บริษัทผู้ขาย การที่ศาลสองศาลให้ผลต่างกันเพราะถ้อยคำในกฎหมายต่างกันเพียงคำเดียว เป็นสัญญาณว่าเรื่องนี้น่าจะไปจบที่ศาลฎีกาหรือสภาคองเกรส

แหล่งข่าว

บทความนี้เรียบเรียงจากแหล่งข่าวต้นทาง — U.S. Court of Appeals for the D.C. Circuit

เนื้อหาบน blog นี้สร้างโดย AI โดยมีการกำกับบรรณาธิการจากมนุษย์

อ่านเพิ่มในหมวด ธุรกิจและกฎหมาย

Anthropic ขยายลายน้ำข้อความไปยัง Claude รุ่นเก่าอีก 4 รุ่น แต่บน Opus 4.6 และ Sonnet 4.6 แค่ปรับ temperature ลายน้ำก็ไม่ทำงาน
ธุรกิจและกฎหมาย

Anthropic ขยายลายน้ำข้อความไปยัง Claude รุ่นเก่าอีก 4 รุ่น แต่บน Opus 4.6 และ Sonnet 4.6 แค่ปรับ temperature ลายน้ำก็ไม่ทำงาน

อีเมลถึงลูกค้า API ตามรายงานของ The Decoder ระบุว่า Anthropic จะใส่ลายน้ำให้ Mythos 5, Opus 4.7, Opus 4.6 และ Sonnet 4.6 แต่สองรุ่นหลังทำงานเฉพาะเมื่อพารามิเตอร์สุ่มเป็นค่าเริ่มต้น ขณะที่หน้าเอกสารทางการยังไม่แสดงการรองรับและไม่พูดถึงเงื่อนไขนี้

· อ่าน 4 นาที
OpenAI จะนำเซสชัน Daybreak Blue ไปเทรนโมเดลตั้งแต่ 29 พ.ย. แม้ปิดการแชร์ข้อมูลไว้ ก่อนส่งอีเมลขอโทษและสัญญาว่าจะมีตัวเลือกแยก
ธุรกิจและกฎหมาย

OpenAI จะนำเซสชัน Daybreak Blue ไปเทรนโมเดลตั้งแต่ 29 พ.ย. แม้ปิดการแชร์ข้อมูลไว้ ก่อนส่งอีเมลขอโทษและสัญญาว่าจะมีตัวเลือกแยก

OpenAI แจ้งสมาชิก Trusted Access ว่าจะใช้ข้อมูลเซสชัน Daybreak Blue เทรนโมเดลตั้งแต่ 29 พ.ย. แม้เคยปิดการแชร์ไว้ หลังถูกต้าน อีเมลฉบับที่สองขอโทษและสัญญาว่าจะมีตัวเลือกไม่เข้าร่วมแยกต่างหาก แต่เซสชันที่ถูกตั้งธงยังอาจถูกใช้เพื่อความปลอดภัย

· อ่าน 3 นาที
OpenAI รื้อ Model Spec เป็น 5 คุณค่าหลัก — เลิกเรียกว่า the assistant ตัดกฎสไตล์ส่วนใหญ่ และสั่งให้ถือผลข้างเคียงเป็นของจริงแม้อยู่ใน eval
ธุรกิจและกฎหมาย

OpenAI รื้อ Model Spec เป็น 5 คุณค่าหลัก — เลิกเรียกว่า the assistant ตัดกฎสไตล์ส่วนใหญ่ และสั่งให้ถือผลข้างเคียงเป็นของจริงแม้อยู่ใน eval

Model Spec ฉบับ 29 ต.ค. จัดโครงใหม่เป็น 5 คุณค่า เพิ่มหมวดการใช้บริบทและความจำ และหลักการรองรับการกำกับโดยมนุษย์ ขณะที่กฎสไตล์ส่วนใหญ่ รวมถึงหัวข้อ Markdown ถูกนำออก OpenAI ยังยอมรับว่าโมเดลที่ใช้งานจริงยังไม่ตรงตามเอกสารทั้งหมด

· อ่าน 4 นาที