llama.cpp 0.6.0: MTP ทำให้ Qwen3.8-Flash-Next decode เร็วขึ้น 1.55 เท่าบน DGX Spark, Mac รุ่น M1–M4 รัน speculative decoding เร็วขึ้นราว 3.6 เท่า, รองรับ GLM-5.3-Flash และมี breaking change ฝั่ง C API (llama_batch_ext)
llama.cpp ปล่อย v0.6.0 เมื่อ 5 ตุลาคม 2026 (ตรงกับ nightly build b11429 และอัป ggml เป็น v0.26.0) ห่างจาก 0.5.0 สองสัปดาห์ รุ่นนี้มีเรื่องที่ผู้ใช้ทั่วไปได้ประโยชน์ทันทีสองเรื่อง คือ Qwen3.8-Flash-Next เร็วขึ้นด้วย MTP และ Mac รุ่นเก่าที่ใช้ speculative decoding เร็วขึ้นหลายเท่า ส่วนคนที่เขียนโค้ดเรียก libllama ตรง ๆ ต้องเตรียมแก้โค้ด เพราะ batch API เปลี่ยน
ส่วน endpoint /v1/systemone สำหรับ decision model ที่อยู่ในรุ่นนี้ด้วย เราเขียนไปแล้วตอนที่มันลงใน nightly build (3 ต.ค.) จึงไม่เล่าซ้ำในโพสต์นี้
Qwen3.8-Flash-Next ได้ MTP — decode เร็วขึ้น 1.55 เท่า
ใน llama.cpp สถาปัตยกรรมของ Qwen3.8-Flash-Next ใช้ชื่อ Qwen4Exp ใน PR #29761 มีการเพิ่ม multi-token prediction (MTP) ให้ใช้เป็น draft ใน speculative decoding ได้ ผลทดสอบบน DGX Spark ด้วยไฟล์ iq4_xs (--spec-type draft-mtp --spec-draft-n-max 3) เป็นดังนี้
| หมวด | ปกติ (tok/s) | MTP (tok/s) | เร็วขึ้น |
|---|---|---|---|
| coding | 28.27 | 41.91 | 1.48x |
| rag | 27.96 | 46.48 | 1.66x |
| multilingual | 28.69 | 48.05 | 1.67x |
| รวม (24 prompt) | 28.36 | 43.88 | 1.55x |
อัตรายอมรับ draft เฉลี่ยอยู่ที่ 0.64 นอกจากนี้ยังลดหน่วยความจำที่ indexer ใช้เก็บคะแนนลงครึ่งหนึ่ง (#29825) และเพิ่ม llama_prefetch_rows() ที่ใช้ madvise prefetch tensor แบบ PLE ให้ Qwen4Exp กับ Gemma4 ใครที่ลองรันโมเดลนี้ตามกระแส Strata หรือเพิ่งซื้อ DGX Spark ควรอัปเกรดเป็นรุ่นนี้
Metal: Mac รุ่น M1–M4 รัน speculative decoding ได้คุ้มแล้ว
ปัญหาเดิมคือ speculative decoding ต้องตรวจ draft หลายโทเคนพร้อมกัน แต่บน Apple GPU ที่ไม่มี tensor API (M1 ถึง M4) Metal ใช้เคอร์เนลแบบ mat-vec ซึ่งใช้เวลาเพิ่มขึ้นตามจำนวนแถว PR #29869 บอกว่าบน M3 Ultra การ decode Qwen3.8-27B ด้วย DFlash2 ช้ากว่าการ decode ทีละโทเคนแบบปกติ PR นี้จึงเพิ่มเคอร์เนล mat-mul สำหรับ 2–16 แถวที่ dequantize น้ำหนักแค่ครั้งเดียวต่อทุกแถว ผลทดสอบบน M3 Ultra (Qwen3.8-27B กับ drafter DFlash2 แบบ Q8_0) เป็นดังนี้
| โหมด | prompt | temp | ก่อน (tok/s) | หลัง (tok/s) |
|---|---|---|---|---|
| ปกติ | code | 0 | 32.1 | 32.0 |
| DFlash2 | code | 0 | 30.2 | 110.0 |
| DFlash2 | prose | 0 | 16.8 | 62.6 |
| DFlash2 | prose | 1 | 13.9 | 48.8 |
การ decode แบบปกติเร็วเท่าเดิม ส่วน DFlash2 เร็วขึ้นราว 3.3–3.7 เท่า และ perplexity ไม่เปลี่ยน ใน batched decoding ที่ 8 sequence ความเร็วรวมเพิ่มจาก 38.6 เป็น 119.7 tok/s ส่วน Mac รุ่น M5 ได้เคอร์เนล flash attention ใหม่ที่ใช้ tensor API (#29570) ซึ่งเร็วขึ้น 1.6–2.6 เท่าตอน prefill สำหรับ head size 512/576/192 ผู้เขียน PR #29869 ระบุด้วยว่าเคอร์เนล การทดสอบ และคำอธิบาย PR เขียนด้วย Claude Code
โมเดลใหม่และ breaking change
- GLM-5.3-Flash (GLM5-Next) โมเดล hybrid 320B (KDA 34 ชั้น + DSA 11 ชั้น พร้อม mHC และ MoE แบบ DeepSeek) รองรับทั้งข้อความและภาพแล้ว (#27773)
- Ling 3.0 VL, encoder LFM2.5 และ reranker ที่ใช้
classifier_pooling llama_batch_ext+llama_process()(#24669) เป็น batch API ใหม่ที่ส่ง token กับ embedding ปนกันได้ และรองรับ state embedding ต่อโทเคนสำหรับ MTP และ deepstack ตัวอย่าง, server และ mtmd ย้ายมาใช้ API นี้หมดแล้ว รูปแบบไฟล์ session ก็เปลี่ยนเป็นLLAMA_SESSION_VERSION 11/LLAMA_STATE_SEQ_VERSION 4ไฟล์ state ที่บันทึกด้วยรุ่นเก่าจึงควรสร้างใหม่- server:
GET /v1/modelsรายงานว่าโมเดลรับและส่ง modality อะไรได้ในอ็อบเจกต์architectureและ/v1/embeddingsรับอินพุตภาพ เสียง และวิดีโอได้ - Web UI ใหม่ดาวน์โหลดโมเดลจาก Hugging Face Hub ได้โดยตรง และประเมินให้ว่าโมเดลจะใส่หน่วยความจำเครื่องได้หรือไม่
มุมมอง AI Curator
รุ่นนี้แสดงว่าสงครามความเร็วของ local inference ย้ายจาก “เคอร์เนลเร็วขึ้นไม่กี่เปอร์เซ็นต์” มาเป็น speculative decoding ที่ใช้ได้จริงบนทุกฮาร์ดแวร์ MTP บน DGX Spark ให้ 1.55 เท่าโดยไม่ต้องมีโมเดล draft แยก ส่วนบน Mac M1–M4 ที่หลายคนยังใช้อยู่ ความเร็วที่เคยเสียไปกับ DFlash2 ตอนนี้กลับมาได้มากกว่า 3 เท่า สำหรับนักพัฒนาไทยที่รันโมเดลในเครื่องด้วย Mac Studio หรือ MacBook Pro รุ่นเก่า นี่คืออัปเกรดที่ได้ประโยชน์ทันทีโดยไม่ต้องซื้อฮาร์ดแวร์ใหม่
อีกเรื่องที่น่าสังเกตคือ PR ด้านประสิทธิภาพสำคัญ ๆ ใน llama.cpp ระบุกันตรง ๆ แล้วว่าเขียนด้วย AI โปรเจกต์ที่มี AGENTS.md เตือนเรื่องโค้ดจาก AI ยอมรับ PR แบบนี้เพราะมันมาพร้อมตัวเลข benchmark, การทดสอบ test-backend-ops ครบทุกเคส และค่า perplexity ที่ตรวจสอบได้ ใครที่ดูแลโปรเจกต์โอเพนซอร์สในบ้านเราควรใช้มาตรฐานเดียวกัน คือไม่ต้องสนใจว่าใครหรืออะไรเขียน แต่ให้ดูว่าพิสูจน์ได้หรือไม่ ส่วนคนที่ฝัง libllama ในแอปตัวเอง ควรวางแผนย้ายไปใช้ llama_batch_ext เพราะโค้ดฝั่ง upstream ทั้งตัวอย่าง server และ mtmd ย้ายไปใช้ API นี้หมดแล้ว
แหล่งข่าว
อ่านเพิ่มในหมวด เครื่องมือนักพัฒนา
Betelgeuse รัน Qwen3.8 Flash Next ขนาด 68GB บน RTX 3060 กับแรม 16GB ส่วน Basalt วัดให้เห็นว่าเอนจินที่เร่งด้วยแฟล็กลัดทำให้โมเดลลืมของ
Betelgeuse ฟอร์ก llama.cpp ที่เปิดเมื่อ 31 ต.ค. ดึง expert จาก NVMe เข้า VRAM ตามต้องการ อ้าง 22 tok/s แบบไม่ทิ้ง expert แต่ README เตือนเองว่ายังทดลองและตัวเลขมาจากคนละรอบ วันเดียวกันผู้พัฒนา Basalt เผยผลวัดว่าแฟล็กเร่งความเร็วทำคุณภาพ Q8 ตกไปใกล้ Q2
กฎห้ามโคลนเกมของ Claude Code เริ่มกระทบงานจริง บริษัทรับทำเกมกระดานร้องงานลูกค้าหยุด แต่รายงานหลายชิ้นปนกับตัวกรองไซเบอร์คนละเรื่อง
ต่อจากที่เราพบกฎนี้ในไบนารี Claude Code ผู้ใช้เริ่มรายงานว่างานเชิงพาณิชย์ถูกปฏิเสธ และ Tom's Hardware กับ Mashable หยิบไปรายงาน แต่เมื่อไล่ issue ที่อ้างถึง พบว่าหลายรายการเกิดก่อนกฎจะมา จึงน่าจะเป็นตัวกรองด้านไซเบอร์ ส่วน Anthropic ยังไม่ชี้แจง
Claude Code ส่ง transcript ของ background agent ให้โมเดลทุก ~30 วินาทีเพื่อเขียนสถานะ 3–5 คำ ผู้วัดรายงานกินราว 16% และยังปิดแบบทางการไม่ได้
รายงานอิสระพบว่าฟีเจอร์ agent_summary ของ Claude Code ส่ง transcript เต็มของ background agent ไปถามสถานะทุก ~30 วินาที คิดเป็น 16.4% ของค่าใช้จ่ายในระบบของผู้วัด Issue เปิดมาตั้งแต่ ส.ค. ยังไม่มีสวิตช์ปิดที่รองรับ เราตรวจพบโค้ดนี้ใน 2.1.314 และพบกฎใหม่เรื่องเกมที่ไม่อยู่ใน changelog